แฉชีลวงโลกตัดขาดแม่หลังสูบมรดกหมดตัว พี่ฉุนท้าโชว์ปาฏิหาริย์เสกตัวเองพ้นคุก (คลิป)

ข่าวเด่น

กรณีพบผู้เสียหายในพื้นที่ จ.นครพนม ร่วมทำบุญกับสำนักปฎิบัติธรรม ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม ออกอุบายว่าเป็นพระธรรมิกราชในร่างของภิกษุณี ขอให้ทุกคนช่วยกันทำบุญผ้าป่าเริ่มต้น กองละ 3,555 บาท ได้รับค่าตอบแทนเป็นทองคำ 1 สลึง หรือ 6,000 บาท มีกลุ่มลูกศิษย์หลงเชื่อนำเงินมาถวายจำนวนมาก สุดท้ายไม่ได้ทองคำและเงินสด กระทั่งล่าสุด แม่ชีและผู้เกี่ยวข้องถูกจับ 6 รายแล้วนั้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
– ลากไส้แม่ชีแสบฮุบแม่ 5 ล้านซุกเงินซ่อนเซฟ สองสาวพี่น้องช่วยล่อเหยื่อ
– แฉแผนแก๊งชีลวงโลก เกณฑ์เด็กแจกทองหลอกบูชาพระธาตุ สื่อทุบแค่หินตู้ปลา
– พระต้องสำนึกคิดได้หลงผิดกราบชีอรหันต์ลวงโลก ขนาด “แม่” ยังโดน “ชีแอ้” ฮุบที่

– สุดอึ้ง! โลกอีกใบศิษย์ “แม่ชีเอ้” สวมวิกแบ๊วจีบทอม เหยื่อผวาถูกลวงระดมบุญเก๊
– ถอดโหงวเฮ้งก๊วนชีลวงโลก เจ้าสำนักแสบฉลาดแต่โกง ชีแปลงโฉมเด่นวาทศิลป์

วันที่ 30 เม.ย. 64 ทีมข่าวเดินทางไปที่บ้านของภิกษุณีอิสรีย์ หรือ นางสาวอิสรีย์ อินทร์ไชยา ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชน เจ้าของสำนักปฏิบัติธรรมปัสสนา พระพุทธสิกขี บ้านดงโชค ช่วงเช้าที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกองเมือง เดินทางมาตรวจค้นหาทรัพย์สิน และหลักฐานเกี่ยวกับคดีกองผ้าป่า เจ้าหน้าที่มีความสงสัยว่าอาจจะมีการโยกย้ายทรัพย์สิน ทองคำ และเงินมูลค่า 25 ล้านบาท ที่โกงผู้เสียหายกว่า 490 ราย ซึ่งหลังการตรวจค้นไม่พบหลักฐานใด ๆ

นางสาวเดือน (นามสมมติ) พี่สาวของน.ส.อิสรีย์ เปิดใจว่า วันนี้มีตำรวจมาตรวจค้นบ้าน ตนเองกับแม่ก็ให้ความร่วมมือ เพราะไม่เกี่ยวข้อง หรือมีส่วนรู้เห็น ยืนยันว่านับตั้งแต่ถูกให้โอนบ้าน และมรดกของแม่ไปแล้ว น้องสาวไม่เคยมาเหยียบหรือมาเยี่ยมแม่ที่บ้านนี้นานกว่า 5 ปี เจ้าตัวออกบ้านไปตั้งแต่ปี 2559 ไม่มีทางเป็นไปได้ว่าจะนำทรัพย์สินมาซุกซ่อนหรือฝากเอาไว้ในบ้านได้แน่นอน มากไปกว่านั้น ในบ้านไม่มีรูปภาพ ไม่มีเสื้อผ้า ไม่มีสิ่งของใด ๆ ที่เกี่ยวกับ น.ส.อิสรีย์

ช่วงปี 2557-2558 น.ส.อิสรีย์ เคยมาที่บ้าน นุ่งขาวห่มขาว มีผมยาว เจ้าตัวปฏิบัติธรรมอยู่ที่สำนักปฏิบัติธรรม ครั้งนั้นไม่รู้ว่าเป็นชื่อใครหรือใครเป็นเจ้าของ น.ส.อิสรีย์เข้ามาทำดีกับแม่ พาแม่ไปกินข้าว ดูแลอย่างดี แล้วบอกแม่ว่าจะเป็นดูแลแม่ แม่ก็ด้วยอายุมาก จึงหลงเชื่อยอมโอนที่บ้าน ร้านชำสองพี่สองให้กับน.ส.อิสรีย์ เจ้าตัวได้นำไปขายฝากได้เงิน 5 ล้านบาท จากนั้นไม่นานน้องสาวก็ไม่สนใจใยดีแม่ หายเงียบไป และรู้ว่านำเงินที่ได้ไปสร้างรวมถึงซื้อที่สำนักปฏิบัติธรรมเป็นชื่อตัวเอง นับแต่วันนั้นก็หายตัวเงียบไป ไม่ติดต่อกับแม่หรือใครในบ้าน จนกระทั่งมาทราบว่าหลอกคนอื่นสูญเงินนับ 25 ล้านบาท

ส่วนนายทุนที่ อิสรีย์ นำที่ไปขายให้ ก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร เพราะอิสรีย์ทำเองจัดการเอง มีแค่คนของศาลมาแจ้งให้ทราบว่าให้แม่และตนเองออกไปจากบ้าน เนื่องจากมีการขายบ้านให้กับคนอื่นไปแล้ว แต่ในกระบวนการยังอยู่ในขั้นศาล ตนเคยเจอกับนายทุนแค่ตอนขึ้นศาล แล้วไม่เคยได้ติดต่อเป็นการส่วนตัว จึงไม่สามารถให้ข้อมูลได้มากนัก อีกทั้งแม่ของตัวเองอายุ 85 ปี ตรอมใจที่อิสรีย์ทำกับแม่แบบนี้ จนกระทั่งมีการฟ้องดำเนินคดีกับอิสรีย์ที่หลอกแม่ และมีการตั้งผู้จัดการมรดกไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตอนนี้กระบวนการก็ยังอยู่ในชั้นศาลเหมือนกัน ดังนั้น จากสิ่งที่เล่าให้ฟังก็พอจะรู้แล้วว่าบ้านของตนเองกับอิสรีย์ ไม่ได้ติดต่อกัน ส่วนแม่ก็ตัดแม่ตัดลูกไปนานแล้ว เพราะด้วยการกระทำของอิสรีย์เอง

กรณีเรื่องของการถูกไล่ที่ และให้ออกจากบ้านนั้น ตอนนี้ยังไม่ได้บอกแม่รับรู้ เพราะแม่มีอาการหลงลืม จึงไม่อยากนำเรื่องดังกล่าวไปกระทบจิตใจ และยังไม่รู้ว่าถ้าอยาคตโดนไล่ที่จริง ก็ไม่รู้ว่าจะไปนอนกับใคร เพราะญาติหรือน้อง ๆ ก็ต่างมีครอบครัวกันหมด ดังนั้นรอให้คำสั่งศาลสิ้นสุดก่อน จึงจะหาแนวทางต่อไป ตอนนี้ยังไม่คิด พร้อมฝากถึงน้องสาวว่า “ทำกับคนอื่น ทำกับคนในครอบครัวได้แสบมาก หลอกคนในครอบครัวไม่พอ ยังจะไปหลอกคนอื่นอีก ถึงเวลาแล้วที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง”

นอกจากนี้ เรื่องการนุ่งจีวรสีพระรวมถึงการอ้างเป็นพระธรรมิกราช หากอ้างตัวว่าเสกเงินเสกทองได้ ก็จงเสกเงินมาประกันตัวเองให้ได้ก่อน และถ้าเป็นอรหันต์ มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ก็ท้าให้หายตัวออกมาจากคุกเองแล้วกัน

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *