รวบแล้ว! มือปืนเหี้ยมสะกดรอยยิงสายตำรวจ เมียย้อนนาทีอุ้มลูกหนีหลังเห็นผัวตายต่อหน้า (คลิป)

ข่าวเด่น

จากกรณี วันที่ 29 เม.ย.64 ชุดสืบสวนภูธรภาค 8 บูรณาการกองปราบปราม จ.นครศรีธรรมราช และ ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ร่วมกันจับกุมตัว นายโชคดี หรือ อาเดียว อายุ 45 ปี

ผู้ต้องหาร่วมกับพวกที่ยังหลบหนีใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิง นายประมาณ รักเมือง หรือมาณ อายุ 43 ปี เสียชีวิตต่อหน้าลูกเมียที่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 ต.ค. 63

สืบเนื่องจากวันที่ 31 ต.ค.63 เวลาประมาณ 11.50 น. คนร้าย 2 คนใช้รถจักรยานยนต์ประกบยิง นายประมาณ จนเสียชีวิต ขณะขี่รถมาพร้อมกับลูกและภรรยา บนถนนในหมู่บ้าน หมู่ 7 ต.ถ้ำสิงขร อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี

ล่าสุด วันที่ 30 เม.ย. 64 ทีมข่าวอมรินทร์ เดินทางไปยังจุดที่ผู้ก่อเหตุ ที่ไปหลบซ่อนตัวและถูกจับกุมบริเวณบ้าน ต.ควนหนองหงส์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านปูนชั้นเดียวอยู่บนยอดเขา ห่างจากพื้นที่หมู่ 6 ประมาณ 5 กิโลเมตร

นางดมศรี ศรียกเอ้ง อายุ 60 ปี น้าสาวของนายโชคดี ผู้ก่อเผตุ เผยว่า ปกติแล้วหลานชายเป็นหลานชายที่น่ารัก เป็นคนดีของคนในครอบครัว เป็นคนรักเด็ก เวลามาหาตนที่บ้านก็ชอบให้เงินเด็กไปซื้อขนมกินอยู่ตลอด ซึ่งปกติแล้วหลานชาย จะเป็นคนอยู่ไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง นาน ๆ ที่จะเดินทางกลับมาหาตนที่บ้าน

โดยล่าสุดหลานชายได้มาหาตนที่บ้านเมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 เม.ย.64 เพื่อขอข้าวขอน้ำและนอนพัก แต่หลานชายก็ไม่บอกว่ามาจากไหน หรือไปทำอะไรมา กระทั่งช่วง 12.00 น. มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมากกว่า 10 นาย เดินทางเข้ามาที่บ้านพร้อมอาวุธปืน บุกเข้ามาจับกุมตัวหลานชาย ขณะกำลังเดินไปเก็บจานกินข้าวที่หลังบ้าน โดยการกดตัวหลานชายให้นอนคว่ำหน้าลงกับพื้น เพื่อไม่ให้หนี พร้อมทั้งสอบถามหลานชายว่าอาวุธปืนอยู่ไหน แต่หลานชายก็บอกทางเจ้าหน้าที่ว่าไม่มี ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่คุมตัวขึ้นรถไป

ด้านนายเชวง มีชนะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.ควนหนองหงส์ เปิดเผยว่า ปกติแล้วนายโชคดี หรือ อาเดียว อายุ 45 ปี ผู้ต้องหา เป็นคนพื้นที่ ต.ควนหนองหงส์ แต่จะอยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง เท่าที่รับรายงานมา ทราบว่าเสมือนเป็นมือปืนรับจ้างและเคยก่อเหตุเกี่ยวกับอาวุธปืนมาแล้วก่อนหน้านี้หลายครั้ง ติดคุกมาแล้วหลายปี กระทั่งพ้นโทษออกมาก่อเหตุดังกล่าวซ้ำอีก ตนก็รู้สึกสลดใจ

อย่างไรก็ตาม คดีครั้งล่าสุด ตนรู้มาว่านายโชคดี ไม่ได้ลงมือก่อเหตุเพียงคนเดียว แต่มีเพื่อนอีก 1 คนที่ยังหลบหนีการจับกุม ซึ่งหากมีโอกาสได้พูด ก็อยากให้กลับตัว และตัดสินใจยอมมอบตัว เพื่อรับความผิดตามขั้นตอนของกฎหมาย

นางนาฏญา ชัยรักษา อายุ 37 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต เผยว่า เหตุเริ่มจากวันที่ 31 ต.ค. 63 บริเวณวัดบ่อน้ำผุด ต.ถ้ำสิงขร อ.คีรีรัฐนิคมมีจัดงานทอดกฐิน ตน สามี และลูกสาวอีก 2 คน รวมเป็น 4 คน ได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปร่วมงาน หลังจากเสร็จงานทอดกฐิน ตน สามีและลูกสาวคนเล็กก็ได้ซ้อนรถกลับบ้าน สามีขับ ลูกสาวคนเล็กนั่งกลาง ตนนั่งท้าย ส่วนลูกสาวคนโตก็ขี่รถอีกคันตาม ระหว่างทางก่อนจะถึงบ้าน ผ่านหน้าบ้านแม่ของตนก่อน ลูกสาวคนโตก็ได้ขี่รถเลี้ยวเข้าบ้านแม่ไป โดยที่ตนไม่ทันได้สังเกตว่า มีคนร้าย 2 คนขี่รถตามมาแทน มาประกับข้างรถของตน

อย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนยืนยันว่าไม่เคยรู้จักผู้ก่อเหตุทั้ง 2 รายมาก่อน อีกทั้งก็ไม่รู้ด้วยว่าปมเหตุที่มือปืนลงมือฆ่าสามีของตนเนื่องจากจุดประสงค์อะไร เพราะตลอดเวลาที่ตนอยู่กับสามี สามีของตนก็เป็นคนอัธยาศัยดี มีเพื่อนเยอะ แต่รายละเอียดลึก ๆ ก็ไม่รู้ว่าสามีไปมีปัญหาอะไรกับใครหรือไม่ ตนมองว่าผู้ก่อเหตุโหดเหี้ยมเกินไป โชคดีที่ตนและลูกสาวไม่ได้รับอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต

โดยหลังจากที่สามีเสียชีวิตลง ตนละลูกก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบาก เสมือนขาดเสาหลักในการหาเงินเลี้ยงครอบครัว แต่ตนก็ต้องอดทนสู้ และเลี้ยงลูกทั้ง 2 คนมาจนถึงทุกวันนี้ สุดท้ายนี้ หลังจากตนทราบว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คีรีรัฐนิคม สามารถจับคนร้ายได้ ตนก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่คนร้ายจะได้รับโทษตามความผิด หลังทราบเรื่องตนก็ได้ จุดธูปบอกสามีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งอยากจะให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีเอาผิดผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด จะได้ไม่ต้องไปก่อเหตุซ้ำอีก

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *