เปิดจ.ม.เสี่ยยิงตัวตาย สารภาพเหตุสูญ 25 ล้านถูกพริตตี้ดังลวง พลิกคดีเจอเหยื่ออื้อ (คลิป)

ข่าวเด่น

จากกรณีนายธนัญ ศักดิ์สมุทรานันท์ อายุ 60 ปี เจ้าของรีสอร์ตวังทิพย์ หมู่ 13 ต.เขาพระ อ.เมือง จ.นครนายก ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิต เมื่อเช้าวันที่ 26 เม.ย. 64 ที่ผ่านมา สาเหตุจากความเครียด หลังถูกแก๊งมิจฉาชีพพริตตี้สาวหลอกให้ลงทุนทำธุรกิจซื้อขายเสื้อผ้าออนไลน์จากประเทศจีนและธุรกิจอื่น ๆ สูญเงินไปเกือบ 30 ล้านบาท โดยเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 64 ลูกชายผู้ตายได้นำเอกสารหลักฐานเข้าแจ้งความต่อตำรวจนั้น

วันที่ 30 เม.ย. 64 ทีมข่าวเดินทางมายังวัดบ้านวังรี อ.เมือง จ.นครนายก ตั้งบำเพ็ญกุศลศพนายธนัญ ศักดิ์สมุทรานันท์ โดยนายอิสระ ลูกชายผู้ตาย เล่าว่า เมื่อวันที่ 26 เม.ย. เวลา 08.28 น. น้องชายโทรศัพท์มาบอกว่าพ่อก่อเหตุยิงตัวเองเสียชีวิต ภายในบ้านพัก ในรีสอร์ตสวนวังทิพย์ จากนั้นตนจึงเข้าไปตรวจสอบ พบว่าพ่อได้เขียนจดหมายฝากไว้ให้ลูก ระบุว่าขอโทษสิ่งที่ทำลงไป พร้อมโทษตัวเองว่าทำให้ครอบครัวเดือดร้อน นอกจากนี้ ยังเขียนจดหมายซึ่งบอกรายละเอียดทั้งหมดว่าตัวเองถูกโกงเงิน โดยมี น.ส.เอ (นามสมมติ) เป็นผู้เกี่ยวข้อง

ในจดหมายบอกรายละเอียดว่า น.ส.เอ ทักมาคุยทางเฟซบุ๊ก เนื่องจากพ่อชอบโพสต์ข้อคิดคติ จากนั้น น.ส.เอ เข้ามาคุยว่าชอบข้อความของพ่อ ในช่วงแรกไม่ได้คุยเชิงธุรกิจ เป็นการคุยปรึกษาทั่วไป แต่พ่อเป็นนักธุรกิจอยากขายของ โดยสนใจทำกรอบป้ายทะเบียนรถยนต์ และเริ่มคุยกับฝ่ายหญิง อีกฝ่ายบอกว่าเป็นเจ้าของเพจเสื้อผ้า มีผู้ติดตามจำนวนมาก และมีเพื่อนที่เป็นเจ้าของเพจใหญ่ สามารถทำโฆษณาได้ ซึ่งพ่อก็เริ่มคุยธุรกิจให้ทำโฆษณากรอบป้ายที่จะขาย หลังจากนั้นก็มีการคุยกันเรื่องทำเพจ และช่วยโฆษณาขายกรอบป้ายในเพจ ระหว่างนั้นพ่อได้โอนเงินให้ 2 บัญชี ซึ่ง น.ส.เอ อ้างว่าเป็นญาติ เพราะบัญชีตัวเองมีปัญหา

โดยตนมองว่าอีกฝ่ายน่าจะหว่านล้อมให้พ่อตนโอนเงิน ซึ่งอาจจะเป็นเพราะลงเงินไปแล้วในตอนแรก และมีความโลภด้วยจึงโอนไปเรื่อย ๆ แต่ระหว่างนั้นอีกฝ่ายก็บอกว่าติดปัญหาหลายอย่าง ซึ่งตนมาทราบก่อนเกิดเหตุ 2 สัปดาห์ว่าพ่อไปกู้เงินและนำที่ดินไปจำนองธนาคารเอาไว้ เป็นหนี้รวม 23 ล้านบาท ทั้งนี้ น.ส.เอ เข้ามาคุยกับพ่อตนในเชิงชู้สาว มีการบอกให้พ่อตนเรียกว่าที่รัก ชวนพ่อตนไปเจอ ตามที่ระบุไว้ในจดหมาย แต่พ่อตนปฏิเสธไป คิดว่าพ่อน่าจะไม่ได้มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว แต่อยากคุยในเชิงธุรกิจมากกว่า

ซึ่งก่อนเกิดเหตุพ่อดูเครียดมาก และขายรถเบนซ์ไป 1 คัน ทางบ้านก็ไม่เคยสอบถามว่าขายทำไม แต่ตนคิดว่าน่าจะขายเพื่อใช้หนี้
จนก่อนเกิดเหตุที่พ่อจะเสีย 3 คืน พ่อของตนมานอนกับลูกชายวัย 6 ขวบทุกคืน คิดว่าพ่อน่าจะเครียดจนตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว
โดยก่อนเกิดเหตุพ่อได้แจ้งความเอาไว้ และตนจะดำเนินการต่อ เพื่อเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพื่อเป็นบทเรียนผู้ที่คิดจะมาหลอกคนอื่นแบบนี้

ทั้งนี้ จดหมายที่ผู้ตายเขียนรายละเอียดไว้ ระบุว่ารู้จักกับ น.ส.เอ วันที่ 14 ม.ค. 63 ฝ่ายหญิงทักมาคุยอ้างว่าชอบข้อความในเฟซบุ๊ก หลังจากนั้นก็คุยกันเรื่อยมา โดยฝ่ายหญิงให้เบอร์โทรศัพท์พร้อมไลน์ไอดี และคุยกันเรื่อยมาพร้อมนัดเจอกัน อีกฝ่ายเรียกตนว่าที่รัก ตนจึงเรียกตอบ โดย น.ส.เอ ขอมีความสัมพันธ์ด้วย แต่ตนปฏิเสธไป

เหตุการณ์ที่ทำให้เสียทรัพย์ก้อนโต เริ่มจากการที่ตนสนใจทำธุรกิจกรอบป้ายทะเบียนทองเหลือง จึงเข้าไปปรึกษา น.ส.เอ ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของเพจเสื้อผ้า และมีเพื่อนที่เป็นเจ้าของเพจเสื้อผ้าใหญ่หลายราย พร้อมทั้งส่งภาพกรอบป้ายทองเหลืองไปให้ น.ส.เอ ดูว่าพอจะขายในราคา 1,200 บาทได้หรือไม่ โดยอีกฝ่ายไม่ตอบ หลายวันต่อมา น.ส.เอ ตอบกลับมาว่ามีคนสั่งกรอบป้ายทะเบียนหลายหมื่นคู่ และสั่งเพิ่มเรื่อย ๆ นับแสนชิ้น หลังจากนั้นมีคนชื่อกุ้ง โทรมาอ้างว่าเป็นผู้สั่งซื้อรายใหญ่นับหมื่นชิ้นขอต่อรองราคา จึงลดให้คู่ละ 50 บาท โดยกุ้งตกลงสั่งซื้อ 15,000 คู่

จากนั้น ตนถาม น.ส.เอ ว่าจะได้เงินจองเมื่อไร อีกฝ่ายบอกว่าลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าเพจเสื้อผ้า มีเงินมัดจำอยู่ในเพจเสื้อผ้า ต้องรอให้ได้ผ้าที่มาจากจีนก่อน พร้อมให้ถามไปทางพลอย ซึ่งเป็นเจ้าของเพจ และกำลังไปสั่งตัดเสื้อผ้าอยู่ที่ประเทศจีนในขณะนี้
ต้นเดือนถัดไป นาเดียแจ้งว่าเพจเสื้อผ้ามีปัญหาติดโควิด-19 ที่จีนผ้าเข้าไทยไม่ได้ ลูกค้าจะขอมัดจำคืน หากเป็นเช่นนั้นเพจก็จะพัง ธุรกิจกรอบป้ายก็ต้องจบไปด้วย ตนจึงตัดสินใจช่วยเพจเพื่อรักษาผลประโยชน์ตัวเอง โดยจะให้พลอยยืมเงิน แต่ต้องโอนผ่าน น.ส.เอ ซึ่ง น.ส.เอ ให้โอนเงินเข้าบัญชีผู้หญิงอีกราย อ้างว่าเป็นบัญชีน้องสะใภ้ เพราะบัญชีตัวเองมีปัญหา

จากนั้น คนชื่อกุ้งก็แอดไลน์ตนมาขอเงินมัดจำเรื่องผ้าคืน เพื่อตอกย้ำว่าเป็นผู้เสียหายของพลอย พร้อมยืนยันว่ายังสั่งป้ายเหมือนเดิม
หลังจากนั้นก็มีปัญหาไม่ขาดสาย ทั้งพลอยป่วย อาม่าพลอยป่วย ซึ่งตนต้องช่วยตลอด เพราะไม่เช่นนั้นจะกระทบธุรกิจกรอบป้าย
นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่ น.ส.เอ ป่วย ไม่มีเงินจ่ายค่าห้อง เครื่องมือสื่อสารที่เก็บยอดสั่งกรอบป้ายพัง ตนต้องสำรองจ่ายไปอีก แล้วก็มีปัญหาผ้าถูกโกง ค่าเรือด่วน ค่าโกดัง ค่าประกันสินค้า

ทั้งนี้ นายธนัญได้เขียนจดหมายลาตายถึงลูกชาย ระบุว่า ชะตากรรมครั้งนี้ถูกหลอกหมดตัวเป็นหนี้เป็นสิน เกิดขึ้นจากตัวเอง แต่คนที่ต้องมาแบกรับคือคนในครอบครัว ตนนอนไม่หลับมาครึ่งปี อยู่ในสภาพจิตตก ซึมเศร้า ต้องต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเองตลอดเวลา สิ่งที่สร้างมาถูกทำลายสิ้นซาก แต่ทุกคนในครอบครัวไม่เคยซ้ำเติม พยายามปลอบใจ ให้อภัย เป็นสิ่งที่สำคัญในเวลานี้ ตนอยากอยู่ต่อ แต่สู้ไม่ไหว ปลุกใจตัวเองไม่ได้ พร้อมบอกให้ลูกชายเหยียบหน้าได้เลย ตนทำให้ทุกอย่างพังพินาศ พร้อมกำชับไม่ต้องพาตนไปรักษาเด็ดขาด คดีนี้จะปิดง่ายเพราะเป็นการฆ่าตัวตาย และห้ามลูกชายจับปืน

นอกจากนี้ นายธนัญ บรรยายต่อว่า คดีความที่แจ้งความเอาไว้ อาจกลายเป็นผู้ต้องหาเสียเอง เพราะความตอแ-ล ของตนที่มักใช้กับเพศตรงข้ามในทางชู้สาว ก่อนแจ้งไม่คิดว่าอาจถูกฟ้องกลับข้อหาหมิ่นประมาท เพราะอีกฝ่ายอาจชนะคดีฉ้อโกงด้วยคำว่าให้โดยเสน่หา ตนจะถูกจับติดคุก พร้อมทิ้งท้ายว่า “ผมลั่นไกเอง เพราะทนสิ่งที่แบกรับไม่ไหว คุณตำรวจช่วยจับภัยสังคมนี้ด้วย”

นายกำธร คงมาลา อายุ 54 ปี เพื่อนผู้ตาย เล่าว่า เมื่อช่วงกลางปี 2562 นายธนัญเคยมาปรึกษาตนว่าจะทำธุรกิจกรอบป้ายทะเบียนรถยนต์ ให้ตนสนับสนุนเรื่องการตลาด ซึ่งตนก็ยินดีและเห็นด้วย คิดว่าธุรกิจนี้น่าจะไปได้ หลังจากนั้นประมาณ 6 เดือน นายธนัญเริ่มเงียบไป แต่มาคุยกับลูกน้องตนว่าธุรกิจเริ่มมีปัญหา ตนจึงเข้าไปถามว่าเป็นอย่างไร อีกฝ่ายบอกไม่มีอะไร กรอบป้ายใกล้จะเสร็จแล้ว และเริ่มมีลูกค้าจากทางเพจสั่งออร์เดอร์มาจำนวน 15,000 แผ่น พร้อมบอกว่ามีออร์เดอร์เข้ามาจำนวนมาก ซึ่งตนก็ไม่ได้ถามรายละเอียด

กระทั่งช่วงเดือนมีนาคม นายธนัญขอยืมเงินตนจำนวน 1,600,000 บาท ตนก็ทยอยโอนไปให้ 3 งวด งวดแรกวันที่ 3 มี.ค. จำนวน 500,000 บาท งวดที่ 2 วันที่ 24 มี.ค. จำนวน 500,000 บาท และงวดสุดท้าย 5 เม.ย. จำนวน 600,000 บาท ระหว่างนั้นนายธนัญส่งข้อความมาหาตนว่า “ที่รัก นอนรึยัง” พร้อมบอกว่าส่งผิด ตนจึงเริ่มเอะใจ 15 วันก่อนเกิดเหตุ ตนถามว่าเกิดอะไรขึ้น นายธนัญจึงเล่าให้ฟังทั้งหมดว่าถูกผู้หญิงรายหนึ่งชื่อว่านาเดียร์มาโกง มีการเริ่มหยิบยืมเงินก้อนแรกเริ่มโอนไป ก็มีปัญหาตามมา เจ็บไข้ได้ป่วย เช่าคอนเทนเนอร์ รวมจำนวนเงินที่จ่ายไปทั้งหมด 25,388,000 บาท ตนจึงบอกว่าต้องแจ้งความดำเนินคดี

กระทั่งวันที่ 22 เม.ย. ตนจึงให้นายธนัญเขียนเรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมรวบรวมเอกสารการโอนเงินทั้งหมด ในวันศุกร์ที่ 23 เม.ย. เข้าแจ้งความดำเนินคดี แต่วันเสาร์ที่ 24 เม.ย. นายธนัญโทรศัพท์มาบอกตนว่าจะถอนฟ้อง พร้อมระบุว่านาเดียร์อยากให้ขับรถกระบะไปให้อีกฝ่าย เพราะต้องการใช้เงิน ตนจึงห้ามว่าอย่าไปโดยเด็ดขาดเพราะกลัวว่าจะถูกฆ่าหรือเกิดอันตราย หลังจากนั้นตนก็ไม่ได้คุยกับเพื่อน กระทั่งมาทราบข่าวว่ายิงตัวเองเสียชีวิตในวันที่ 26 เม.ย. ซึ่งตนก็ไม่คิดว่าเพื่อนจะตัดสินใจแบบนี้

ตนเคยสอบถามเพื่อนยืนยันว่าไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับฝ่ายหญิง ตนเชื่อว่าผู้หญิงน่าจะมีจิตวิทยาในการพูดคุยทำให้เพื่อนตนหลงเชื่อ ตอนนี้จะดำเนินการทางคดีต่อ และอยากให้สื่อช่วยขุดคุ้ยผู้หญิงที่ชื่อว่านาเดียร์ ซึ่งมีพฤติกรรมเป็นนักต้มตุ๋น เชื่อว่ามีคนโดนหลอกอีกหลายราย

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *