จับว่าที่ดอกเตอร์อ้างโควิดรายได้ลดหันฉกของในสถาบัน – ค้ายาเลี้ยงเมียท้อง 7 เดือน (คลิป)

ข่าวเด่น

เมื่อวันที่ 29 เม.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม พ.ต.อ.อิทธิเดช สุนทร ผกก.สภ.เมืองมหาสารคาม พร้อมด้วย พ.ต.ท.ไกรทอง ชัยสิงห์ รองผกก.(สืบสวน) และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา ประกอบด้วยนายภัทรพงศ์ ไชยชิน อายุ 30 ปี ชาว ต.นาโพธิ์ อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม พร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 1,000 เม็ด ไอซ์น้ำหนักรวม 2.64 กรัม และนายพงษ์ศักดิ์ ซิมมอนด์ส อายุ 37 ปี ชาว ต.สามแยก อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร พร้อมด้วยของกลางยาบ้า 27 เม็ด

โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) (ไอซ์) ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะขยายผลทราบว่านายพงษ์ศักดิ์ ซิมมอนด์ส ได้ก่อเหตุลักทรัพย์ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม อีกด้วย

พ.ต.ท.ไกรทอง กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งนายอิทธิพล พวังคาม นิติกรปฏิบัติการ รักษาการในตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานวินัยและนิติการ และนายพิชิต เปลี่ยนขำ นิติกรปฏิบัติการ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า มีพัสดุครุภัณฑ์สูญหาย เมื่อวันที่ 22 เม.ย.64 ที่ผ่านมา บริเวณชั้น 9-15  ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มีทรัพย์สินสูญหายไปเป็นเครื่อง projector จำนวน 17 เครื่อง และคอมพิวเตอร์ 1 ชุด และได้มอบภาพจากกล้องวงจรปิดให้เจ้าหน้าที่ได้ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ออกติดตามหาข่าว จนทราบว่านายพงษ์ศักดิ์ ซิมมอนด์ส เป็นผู้ลงมือก่อเหตุดังกล่าว จึงได้ติดตามไปยังบ้านพัก บริเวณหลังวัดมหาชัย ต.ตลาด อ.เมือง และนำภาพจากกล้องวงจรปิดให้ดู ซึ่งเบื้องต้นนายพงษ์ศักดิ์ ยอมรับว่าได้ก่อเหตุลักทรัพย์จริง และพบยาเสพติดอยู่ในบ้านพักด้วย โดยนายพงษ์ศักดิ์ พูดจาวกไปวนมา เนื่องจากเพิ่งเสพยาบ้าไปไม่นาน เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวมาสอบสวนต่อที่ สภ.เมืองมหาสารคาม 

นอกจากนี้ สืบทราบว่านายพงษ์ศักดิ์ ได้นำเครื่อง projector ไปแลกยาบ้าจำนวน 30 เม็ด จากนายภัทรพงศ์ ไชยชิน ซึ่งเคยรู้จักกันในเรือนจำ เจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปควบคุมตัวนายภัทรพงศ์ ที่หอพักแห่งหนึ่ง  ก่อนพบว่านายภัทรพงศ์ ได้ซุกซ่อนยาบ้าและไอซ์ไว้ในตัวและห้องพัก และนำตัวไปที่ร้านรับฝากเพื่อนำของกลางมาตรวจสอบ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาในคดียาเสพติดให้กับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ก่อนจะแจ้งข้อหาในคดีลักทรัพย์ในสถานที่ราชการต่อไป

ทั้งนี้ นายพงษ์ศักดิ์ ซึ่งเพิ่งได้บรรจุเป็นอาจารย์ ประจำสาขาวิชาการบริหารการจัดการท้องถิ่นและการบริหารการพัฒนา คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ เมื่อต้นเดือนมี.ค.64 ที่ผ่านมา ก่อนที่จะอาศัยจังหวะก่อเหตุในช่วงปิดภาคเรียน ประกอบกับเป็นช่วงการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ทำให้ไม่มีนักศึกษามาที่มหาวิทยาลัยฯ จึงก่อเหตุได้ง่าย นอกจากนี้นายพงษ์ศักดิ์ กำลังจะเรียนจบปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ซึ่งอยู่ระหว่างรออนุมัติจบการศึกษา

ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางลงพื้นที่ไปยังมหาวิทยาลัยดังกล่าว ได้พบกับ ผศ.ดร.วัชรินทร์ สุทธิศัย เปิดเผยว่า นายพงษ์ศักดิ์ เข้ามาช่วยทำงานอย่างไม่เป็นทางการเมื่อเดือน พ.ย.63 ซึ่งเดิมทีเป็นนักโทษคดียาเสพติดเมื่อปี 2547 แล้วได้รับการศึกษาในเรือนจำ ทางมหาวิทยาลัยได้ร่วมกับกรมราชทัณฑ์เปิดสอน ซึ่งผู้ที่ได้ศึกษาจะเป็นนักโทษชั้นดี กระทั่งนายพงษ์ศักดิ์เรียนจบ ได้มีโอกาสเข้าทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ก่อนจะมาช่วยงานที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้

สำหรับนายพงษ์ศักดิ์ นิสัยดี มีความซื่อสัตย์ เรียนเก่ง โดยเฉพาะการทำงานวิจัย มีอนาคตที่ยาวไกล ไม่มีนิสัยลักเล็กขโมยน้อย เพื่อน ๆ ที่ทำงานรัก งานทุกอย่างที่มอบหมายไม่เคยผิดหวัง กระทั่งนายพงษ์ศักดิ์ ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยเมื่อต้นเดือนมี.ค.64 แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 และอยู่ในช่วงปิดภาคเรียนจึงยังไม่ได้สอน ซึ่งได้จัดให้ทุกคนสลับเข้าเวรเพื่อเตรียมการเรียนการสอน ในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ที่จะมาถึง

ที่ผ่านมานายพงษ์ศักดิ์ มีนิสัยดีจึงไว้ใจให้เข้ามาทำงาน ไม่นึกไม่ฝันว่าจะมาก่อเหตุลักทรัพย์ดังกล่าว ตนในฐานะผู้ที่ให้โอากาศก็อยากจะขอโทษสังคม และมหาวิทยาลัยที่ทำให้องค์กรเสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งตนก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนตัวตนรู้จักกับนายพงษ์ศักดิ์มานาน และเคยเรียกเขาช่วยทำงานด้วย ที่ผ่านมาเขามีคุณสมบัติครบทุกอย่าง ทั้งความซื่อสัตย์ ขยันทำงาน จึงตัดสินใจเรียกเข้ามาช่วยงาน ก่อนที่จะบรรจุเข้าทำงานก็มีคณะกรรมการตรวจสอบแล้วว่าเขามีคุณสมบัติครบ จึงรับเข้ามาทำงาน

สำหรับสาเหตุที่นายพงษ์ศักดิ์ ก่อเหตุลักทรัพย์ ตนคิดว่านายพงษ์ศักดิ์ ได้พบกับเพื่อนไม่ดี จึงกลับไปสู้วงจรยาเสพติดเหมือนเดิม ทำให้หมดอนาคต ซึ่งนายพงษ์ศักดิ์ มีโอกาศที่จะมีอนาคตที่ยาวไกลและดีกว่านี้ ตนก็รู้สึกเสียดายความสามารถมาก ซึ่งต่อไปจะคัดกรองให้มากกว่านี้

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยัง อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร ซึ่งเป็นบ้านของนายพงษ์ศักดิ์ ซิมมอนด์ส อายุ 37 ปี ผู้ต้องหา พบว่าที่หน้าบ้านประตูรั้วบ้านปิดเงียบ ไม่มีคนอาศัยอยู่ด้านในบ้านหลังดังกล่าว จากการสอบถามเพื่อนบ้าน ที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง เปิดเผยว่า ส่วนตัวรู้จักกับผู้ต้องหา แต่ไม่สนิทกันมากนัก เนื่องจากผู้ต้องหา ชอบเก็บตัวเงียบอยู่ในบ้าน ไม่ค่อยออกมาสุงสิงกับใคร ในบ้านหลังดังกล่าวมีเพียงแม่และภรรยาอาศัยอยู่เท่านั้น

ส่วนนิสัยใจคอของนายพงษ์ศักดิ์ มีนิสัยเป็นคนเก็บตัว ไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับใคร โลกส่วนตัว ที่ผ่านมาไม่เคยรู้ว่าเขายุ่งเกี่ยวยาเสพติด ไม่เคยมีปัญหากับเพื่อนบ้าน แม่และภรรยาผู้ต้องหาได้เดินทางไปที่ จ.มหาสารคาม ตั้งแต่ช่วงเช้าแล้ว ส่วนภรรยาของผู้ต้องหา กำลังตั้งครรภ์ 6-7 เดือน ตนก็รู้สึกตกใจสะเทือนใจมากเมื่อทราบข่าว ไม่คาดคิดว่านายพงษ์ศักดิ์ จะกล้าก่อเหตุและที่สำคัญตนรู้สึกสงสารภรรยาของนายพงษ์ศักดิ์มาก ๆ

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *