ลูกคลั่งยาตีแม่ป่วยติดเตียง พ่อลั่นไกยิงดับ สลดสารภาพก่อนตายเคยฆ่าพี่แท้ ๆ (คลิป)

ข่าวเด่น

กรณีเมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 25 เม.ย. 64 พ.ต.ท.ปุณณภพ ไชโย สว.(สอบสวน) สภ.คีรีรัฐนิคม รับแจ้งเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตที่บ้าน หมู่ 9 ต.กะเปา อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี จึงเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านในสวนปาล์มน้ำมัน บริเวณหน้าบ้านพบศพนายวสันต์ บูรณะ อายุ 30 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าที่บริเวณลำตัว กระสุนกระจายเป็นแผลหลายแห่ง ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายเสถียร บูรณะ อายุ 61 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต

จากนั้นลูกชายตนได้เดินเข้ามาที่บ้านเพื่อมาขอเงินไปซื้อยาเสพติดกับภรรยาของตน แต่ภรรยาไม่มีเงินให้ ลูกชายตนจึงโกรธ ไปหยิบพัดลมมาเขวี้ยงใส่ภรรยาตน จากนั้นก็บีบคอภรรยาตน และเอามีดทำครัวจะแทง ซึ่งภรรยาตนไม่สามารถขัดขืนได้ เนื่องจากเป็นผู้ป่วยติดเตียง ตนเห็นเหตุการณ์จึงเข้าไปห้ามลูกชาย

จากนั้น ลูกชายได้ขู่ว่าจะฆ่าตายให้หมด ตนจึงไปหยิบปืนที่อยู่ในบ้านมายิงขึ้นฟ้า 1 นัด เพื่อขู่ลูกชาย จากนั้นลูกชายก็ได้วิ่งหายออกจากบ้านไป สักพักลูกชายได้กลับเข้ามาที่บ้าน พกท่อนเหล็กมาด้วย จะนำท่อนเหล็กมีทำร้ายตน ตนจึงยิงสวนลูกชายไป 1 นัด แต่ลูกชายก็ไม่ยอมหยุด ทำให้ตนจึงตัดสินใจยิงปืนใส่ลูกชายอีกนัด จนลูกชายล้มลงไปนอนเสียชีวิต สภาพหงายหน้า จากนั้นตนก็ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยอมรับว่าตอนที่ตนยิงลูกชายสติตนได้ขาดไปแล้ว เพราะตนทนไม่ไหวกับลูกชายคนนี้ ตั้งแต่ลูกชายพ้นโทษออกจากเรือนจำมา เวลาเขาคลั่ง จะขู่ฆ่าตนและภรรยาทุกวัน ถ้าหากเมื่อวานตนไม่ก่อเหตุยิงลูกชายก่อน ตนและภรรยาจะต้องตายในน้ำมือของลูกชายแน่นอน

เมื่อเช้าวันนี้ ตนได้พูดกับโลงศพลูกชายว่า “พ่อรักลูกนะ ไม่ใช่ว่าพ่อไม่รัก พ่อพยายามดูแล ทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ลูก แต่ทำไมลูกถึงไม่เข้าใจพ่อ”

ซึ่งลูกชายคนกลางของตนถูกยิงตายเมื่อปี 2556 แล้วถูกเท้าไปเหยียบหน้าพี่ชาย ทำให้ตนและภรรยารู้สึกกลัว จนต้องขนข้าวของใส่รถกระบะเพื่อย้ายออกจากบ้าน เริ่มแรกตนและภรรยาจอดรถนอนข้างทาง กระทั่งได้ไปสร้างบ้านหลังเล็กอยู่ในสวนปาล์มนี้ ตนยังสงสัยอยู่ว่ายาเสพติดไปทำปฏิกิริยากับสมองลูกชายตนอย่างไร จึงทำให้เขาคลั่งได้ถึงขนาดนี้

นายต้น พี่ชายคนโตของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า น้องชายตนถ้าไม่เสพยาเสพติดเขาก็เป็นคนนิสัยดี พูดจารู้เรื่อง แต่ถ้าเขาเสพยาเขาจะเปลี่ยนเป็นคนละคน ช่วงที่น้องชายตนไม่เสพยา ตนเคยไปพูดคุยกับน้องชายว่าอยากให้น้องชายบำบัด แต่น้องชายก็ไม่ยอมรับว่าเสพยาเสพติด และเขาบอกกับตนว่าควบคุมการใช้ยาได้ ตนไม่รู้ว่าน้องชายยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดตั้งแต่ตอนไหน เพราะก่อนหน้านี้ตนไปศึกษาที่กรุงเทพฯ กลับมาบ้านก็พบว่าน้องชายได้เสพยาเสพติดแล้ว เชื่อว่าที่น้องชายตนคลั่งจะทำร้ายพ่อแม่ มาจากปัญหายาเสพติด ตนเองก็เคยถูกน้องชายขู่ทำร้าย แต่แก้ปัญหาโดยการหลีกเลี่ยง ไม่กระทบกระทั่งกับน้องชาย เหมือนพ่อกับแม่ตนที่พยายามหลีกเลี่ยงน้องชายมาตลอด จนไม่รู้จะหลีกเลี่ยงไปไหนแล้ว

ทั้งนี้ ตนก็เข้าใจเจตนาที่พ่อตนก่อเหตุ เพราะถ้าพ่อไปทำแบบนั้น พ่ออาจต้องเป็นคนที่ตาย และถ้าพ่อตนตายไป แม่ตนจะอยู่ต่ออย่างไร เพราะแม่ตนป่วยติดเตียง ถ้าปล่อยน้องชายไว้อาจเสียชีวิตทั้งพ่อและแม่ก็ได้ สุดท้ายนี้ ตนก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลและจัดการปัญหายาเสพติดถึงต้นตอยาเสพติดจริง ๆ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุแบบนี้อีก

นายวิชาญ มะธุระ ญาติของผู้เสียชีวิต บอกว่า ตนเข้าใจเจตนาที่นายเสถียรก่อเหตุว่าไม่ได้ตั้งใจ เพราะว่าผู้ตายเป็นคนเกเร เสพยาเสพติด และยิ่งตนรู้ว่าผู้ตายจะไปทำร้ายแม่ ยิ่งรู้สึกรับไม่ได้ ก่อนหน้านี้นายวสันต์เคยก่อเหตุ ใช้อาวุธปืนยิงพี่ชายคนกลางเสียชีวิตมาแล้ว และคิดว่าที่นายวสันต์มีพฤติกรรมแบบนี้ เพราะมาจากปัญหายาเสพติด

สำหรับนายเสถียร ผู้ก่อเหตุยิงลูกชายนั้นเป็นคนดี ทำงานเลี้ยงครอบครัว ตนก็อยากให้เจ้าหน้าที่มาดูแลครอบครัวของนายเสถียร เพราะเป็นครอบครัวที่ยากจน นายวสันค์ผู้เสียชีวิต มีนิสัยทำตัวเป็นใหญ่ในครอบครัว ชอบสาปแช่งครอบครัวให้เจอแต่ความฉิบหาย ทั้งยังขู่จะฆ่าคนในครอบครัวเป็นประจำ หลังจากก่อเหตุนายเสถียรได้มาพูดคุยกับตนว่าที่ทำไปนั้นคิดผิดหรือคิดถูก ตนจึงตอบนายเสถียรว่าคิดถูกแล้ว เพราะถ้าเมื่อวานไม่ยิงลูกชาย นายเสถียรคงถูกทำร้ายจนเสียชีวิตแล้วไปแล้วก็ได้

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *