ผู้กำกับเคลียร์ใจแม่หนุ่มคลั่งถูกเข่ากดคอ 7 นาที กู้ภัยเผยเสียงร้องขอชีวิตก่อนตาย (คลิป)

ข่าวเด่น

จากกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมหนุ่มคลั่ง ซึ่งสุดท้ายนายอรรถสิทธิ์ เสียชีวิต โดยผลชันสูตรเบื้องต้นระบุว่า เสียชีวิตจากระบบหายใจและระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ส่วนรายละเอียดเชิงลึกต้องรอผลประมาณ 45 วันนั้น แม่สงสัยว่าเป็นเพราะตำรวจควบคุมตัวใช้เข่ากดท้ายทอยด้วยความรุนแรงหรือไม่ ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ในต่างประเทศส่วนที่เหมือนกัน เป็นเรื่องของที่มีนายตำรวจ ใช้เข่านั่งกดทับบริเวณคอชายผิวดำ “จอร์จ ฟลอยด์” ทิ้งน้ำหนักทั้งตัวในลักษณะที่ปลายขายกลอยขึ้น แต่ในเคส จ.อ่างทอง เจ้าหน้าที่ใช้หัวเข่ากดบริเวณคอไปถึงบริเวณหลังส่วนบน ไม่ได้ทิ้งน้ำหนักทั้งตัว ซึ่งเป็นการกดแบบประคอง

ล่าสุดวันที่ 13 เม.ย.64 ทีมข่าวเดินทางมายัง วัดสี่ร้อย ต.สี่ร้อย อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลร่างของนายอรรถสิทธิ์ แจ้งกระจ่าง อายุ 30 ปี บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นางพรสม แจ้งกระจ่าง อายุ 56 ปี แม่ของผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนเสียใจมาก และยังทำใจไม่ได้เลย เห็นหลาน ๆ ก็กอดและร้องไห้ทุกคืน กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เพราะที่ผ่านมาลูกคนนี้เป็นลูกคนเล็กหาเลี้ยงครอบครัวมาโดยตลอด และหาเลี้ยงแม่ เมีย ลูกอีก 2 คน คนโต 7 ปี คนเล็ก 2 ปี เป็นเสาหลักของครอบครัว แล้วมาจากไปแบบนี้ใครจะมาหาเลี้ยงแม่ แล้วลูกก็ยังเล็กทั้ง 2 คน ตอนที่เจ้าหน้าที่ระงับเหตุ ถ้าลูกแม่มีอาวุธในมือ และไปทำร้ายเจ้าหน้าที่ก่อน หรือทำอะไรรุนแรงจะไม่ว่าเลย แต่นี่ลูกชายตนไม่ได้ทำอะไร แค่เรียกให้มาระงับเหตุเท่านั้น

ต่อมาเวลา 19.00 น. พ.ต.อ.วิชัยนาวิน อนันต์ ผกก.สภ.เมืองอ่างทอง เดินทางมาร่วมเคารพศพผู้ตาย โดยนำพวงหรีด และนำเงินมาร่วมทำบุญกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต เมื่อเดินทางมาถึง พ.ต.อ.วิชัยนาวิน ได้พูดคุยกับแม่ของผู้เสียชีวิต ถึงเรื่องของการดำเนินการอย่างยุติธรรม และเป็นกลางในการสอบสวนคดีดังกล่าว 

ทีมข่าวยังได้พูดคุยกับ เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยอ่างทอง เปิดเผยว่า เมื่อตนไปถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ก็กำลังควบคุมตัวและทำให้ชายคลั่งสงบสติอารมณ์ ก่อนที่จะเกิดอาการอาละวาดขึ้นมาอีกครั้ง เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้ใช้เชือกมีดที่แขน และเจ้าหน้าที่ได้เข่ากดประมาณ 7 นาที ชายคนดังกล่าวก็พยายามบอกว่า “ยอมแล้ว ๆ ผมเหนื่อย” เจ้าหน้าที่จึงนำน้ำให้ดื่ม ตนก็ไม่ทราบว่ารุนแรงเกินไปหรือไม่ หรืออาจจะเป็นยุทธวิธีของตำรวจ 

ทั้งนี้ตนก็ไม่ทราบว่าชีพจรของผู้เสียชีวิตหมดตอนไหน แต่ช่วงที่นำขึ้นรถก็เห็นว่าลิ้นห้อยแล้ว จึงรีบพาไปส่งที่โรงพยาบาล ตนเป็นเพื่อนกับผู้ตายด้วย ผู้ตายเป็นคนร่าเริง นิสัยดี มีน้ำใจ และไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด หรือมีพฤติกรรมไม่ดี และขอให้เพื่อนไปสู่สุคติในภพภูมิที่ดี เรื่องคดีก็ขอให้เป็นเรื่องของกฎหมาย

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *