ตร.จับปรับแล้ววินคลิปว่อน ขวางแท็กซี่ห้ามรับในนิคมฯ ลุงเบอร์19 โอด มันเป็นข้อตกลง

ข่าวเด่น

นิคมอตสาหกรรมบางปะอิน ยัน ไม่มีการห้ามรถแท็กซี่รับผู้โดยสารในนิคม ขณะที่ตำรวจบุกตรวจจับปรับ ใช้รถผิดประเภทแล้ว พร้อมว่ากล่าวตักเตือน ส่วนลุงวิน เบอร์ 19 โอด มันเป็นข้อตกลงระหว่างวินกับแท็กซี่หน้านิคมฯ

จากกรณีคลิปว่อนเน็ต วินจักรยานยนต์รับจ้าง ขี่ปาดขวางหน้ารถแท็กซี่ไม่ยอมให้ไป ก่อนเดินมาเรียกผู้โดยสารให้ลงจากรถ อ้างผิดกฎห้ามรถแท็กซี่รับคนที่อยู่ภายในนิคมฯออกไป ให้เข้ามาส่งได้อย่างเดียว จนเกิดการโต้เถียงกัน เนื่องจากผู้โดยสารรีบไปเยี่ยยแม่ที่รพ. และเพิ่งมาอยูู่จึงไม่รู้กฎ ฝ่ายวินก็ไม่ยอมจะให้ลงอย่างเดียวแล้วไปนั่งวินเท่านั้น ทำเอาชาวเน็ตเดือดเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ

ล่าสุดเรื่องนี้ วันที่ 10 ก.ย.2564 พ.ต.อ.สมเจตน์ แม้นบุตร ผกก.สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎในคลิปแล้ว พร้อมว่ากล่าวตักเตือน นายประพันธ์ อายุ 57 ปี คนขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่อยู่ในคลิป จากการตรวจสอบพบมีใบอนุญาติขับขี่ และเป็นวินรับจ้างถูกต้องตามกฎหมาย แต่รถจักรยานยนต์ตามคลิปเป็นป้ายขาวดำไม่ถูกต้อง จึงได้เปรียบเทียบปรับ ใช้รถผิดประเภท โดยนายประพันธ์ อ้างว่า รถเสีย จึงนำรถของญาติมาขับขี่รับผู้โดยสารแทน

 ปรับวินคลิปว่อน

ขณะที่ นายดิสพล ยิ้มขลิบ ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน ระบุว่า ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอินไม่มีการปิดกั้นในเรื่องของรถจักรยานยนต์ หรือแท็กซี่ที่จะวิ่งเข้ามาเพื่อให้บริการบุคคลภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน เพราะการเข้ามาให้บริการถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้พนักงานโรงงาน ส่วนวินรถจักรยานยนต์รับจ้างที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน วิมีมากว่า 20 ปีแล้ว ในส่วนของทางนิคมฯเองแค่ให้จุดบริการเท่านั้น

ส่วนนายประพันธ์ เปิดใจหลังเกิดเรื่องว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา ขณะนั้นมีรถแท็กซี่เข้ามาส่งผู้โดยสารภายในนิคมฯจากนั้นวิ่งรถเปล่าออกมารับผู้โดยสาร ก่อนที่จะถึงวินตนจึงโบกให้แท็กซี่จอดแล้วก็มีการอธิบายโต้เถียงกันตามคลิป ส่วนตัวผู้โดยสารมีสิทธิ์ในการเลือกใช้บริการ แต่คนที่มีอาชีพให้บริการในการขับรถรับจ้าง ควรที่จะไม่เอาเปรียบซึ่งกันและกัน

 ปรับวินคลิปว่อน

“หากเข้ามารับได้ รถแท็กซี่ที่จอดอยู่หน้านิคมฯก็คงเข้ามารับผู้โดยสารภายในนิคมกันหมด แต่มันก็เป็นข้อตกลงระหว่างคนขับแท็กซี่กับวินมอเตอร์ไซค์ ซึ่งแบ่งพื้นที่การทำมาหากินก็เท่านั้นเอง ซึ่งทุกวันนี้ก็มีผู้โดยสารน้อยอยู่แล้ว บางวันได้เพียงไม่ถึงร้อยบาท พอมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้จึงรู้สึกโมโหถึงได้เกิดเรื่องขึ้น แต่ผมไม่ได้พูดจาหยาบคาย แค่อธิบายให้ฟัง”

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *