ศิริกัญญา ซัดตู่เป็นชุด ยุคเหลื่อมล้ำที่อัปลักษณ์สุด คนตกงาน หนี้ท่วมประเทศ

ข่าวเด่น

ศิริกัญญา ส.ส.ก้าวไกล ซัดตู่เป็นชุดๆ ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ อัดเละคลั่งอำนาจพาชาติลงเหว คนตกงาน หนี้ท่วมประเทศ ปล่อยเกิดความเหลื่อมล้ำสุดอัปลักษณ์

31 ส.ค. 2564 – น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในเรื่องการจัดการโควิด-19 รวมถึงกรณีคลั่งอำนาจจนพาเศรษฐกิจชาติต้องลงเหว

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า โควิด-19 อยู่กับเรามาเกิน 18 เดือนแล้ว มีคนตกงานตั้งแต่ระลอกแรกจนถึงขณะนี้ยังหางานใหม่ไม่ได้กว่า 170,000 คน เพิ่มขึ้นกว่าก่อนช่วงโควิด-19 ถึง 3 เท่า สถานการณ์เศรษฐกิจที่เป็นแบบนี้ และการแก้ปัญหาแบบนี้ ทำให้คนแทบทุกคนมีรายได้ลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารที่ผิดพลาดของรัฐบาล

เงินที่รัฐบาลกู้ไปแล้ว 1.5 ล้านล้านบาท ไม่พอที่จะทำให้เหวรายได้ของประชาชนตื้นขึ้น เพราะถูกใช้ไปอย่างสะเปะสะปะไร้ทิศทาง นักบินต้องหันไปขับแกร็บ แอร์โฮสเตสต้องไปขายเสื้อผ้าออนไลน์ หลายกิจการต้องแพ้ นำเงินเก็บก้อนสุดท้ายควักออกมาใช้หมดแล้ว แต่สิ่งที่รัฐบาลหยิบยื่นให้อย่างเดียวคือ หนี้ ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ กลับมีกำไรเพิ่มขึ้นเกือบ 10 เท่า แถมบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ยังจ่ายปันผลได้เฉลี่ยละ 2.4% ขณะที่บริษัทเหล่านี้ไม่ได้จ้างงานเพิ่มขึ้นเลย และยังลงทุนลดลงด้วย สรุปวิกฤตครั้งนี้คือวิกฤตของคนจน เพราะแบบนี้ใช่หรือไม่จึงยังมีคนได้ประโยชน์อยู่นายกฯ จึงเพิกเฉยต่อปัญหารายได้ของประชาชนรากหญ้า

นี่คือความเหลื่อมล้ำที่อัปลักษณ์ที่สุดที่เกิดขึ้นระหว่าง คนจนกับคนรวย คนจนมีปัญหามาก หากต้องการจะตรวจโควิด-19 ก็หาชุดตรวจยาก บางคนติดโควิดก็ไม่มีเตียง หลายคนต้องเสียชีวิตไปก่อนด้วยซ้ำ ความอัปลักษณ์นี้เห็นตำตาอยู่ทุกวันว่า สถานการณ์แบบนี้สามารถหลีกเลี่ยงได้แน่นอน ถ้าเราไม่ได้มีผู้นำที่ห่วงอำนาจอย่างทุกวันนี้

ส.ส.พรรคก้าวไกล กล่าวต่อว่า หลายฝ่ายเสนอแนะแนวทางให้กู้เงินเพิ่ม แต่ดูเหมือนว่าพล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่กล้ากู้เงินมาเพิ่ม ทุกวันนี้ยังไม่กล้าแก้กรอบเพดานหนี้สาธารณะให้เกิน 60% เพราะกลัวโดนโจมตีทางการเมือง กลัวเสียคะแนนนิยม กลัวโดนเพื่อนล้อว่าเก่งแต่กู้ วิกฤตครั้งนี้หนักหนากว่าทุกครั้ง ประชาชนจะลืมตาอ้าปากอีกครั้งไม่ได้ ถ้าเราไม่มีมาตรการช่วยเหลือมากพอ แต่พล.อ.ประยุทธ์ กลับไม่ยอมทำสิ่งเหล่านี้

พล.อ.ประยุทธ์ กอดตัวเลขความสำเร็จทางสาธารณสุข โดยกดตัวเลขติดเชื้อให้เท่ากับศูนย์ แลกกับความล่มสลายของระบบเศรษฐกิจ คราวนี้ระบาดหนัก แต่ล็อกน้อยกว่า และเยียวยาน้อยกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมาเยียวยาคนในระบบประกันตน ตามมาตรา 33 เมื่อสายเกินไป เพราะคนงานได้ถูกปลดไปหมดแล้ว ส่วนเงินกู้ก็เอาไปทำโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ หรือคนละครึ่ง และยังถูกละเลงลงจังหวัดอย่างไร้ยุทธศาสตร์

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *