‘ปิยะ’ เผยเตรียมขอศาล ออกหมายจับ มือปืน ยิงเด็ก 15 เจ็บสาหัส รู้แล้ว ตร.จ่อยิงปชช.อยู่หน่วยไหน

ข่าวเด่น

‘ปิยะ’ เผยเตรียมขอศาล ออกหมายจับ มือปืน ยิงเด็ก 15 เจ็บสาหัส รู้แล้ว ตร.จ่อยิงประชาชนอยู่หน่วยไหน ยันผลสอบยังไม่ผิดยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 ส.ค.64 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. โฆษกบช.น. เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมในการดูแลสถานการณ์ชุมนุมว่า วันนี้มีการประกาศนัดชุมนุม 2 กลุ่ม คือ กลุ่มหมู่บ้านทะลุฟ้า บริเวณแยกคอกวัวเวลา 15.00 น. และเดินทางมาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และ กลุ่มทะลุแก๊ซ นัดหมายเวลา 17.00 น. บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง

การชุมนุมดังกล่าง บช.น. ขอแจ้งเตือนว่า พื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดเข้มงวด การกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดที่มีลักษณะการรวมตัวมีการกระทำที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดเชื้อโรคจะเป็นความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และพ.ร.บ.ควบคุมโรค

ส่วนการชุมนุมเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมาเมื่อเวลา 16.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมรวมตัวบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง จากนั้นเคลื่อนตัวมาที่บริเวณถนนวิภาวดีขาออก กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนได้นำลูกแก้วลูกหินระดมยิงเข้าไปในพื้นที่หน่วยราชการทหารคือกลุ่มดุริยางค์ทหารบก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมีความจำเป็นต้องเข้าพื้นที่ดังกล่าวเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และแจ้งเตือนให้กลุ่มผู้ชุมนุมยุติการดำเนินการชุมนุมดังกล่าว

จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมได้ขว้างปาประทัดยักษ์ ระเบิดไปป์บอมบ์ใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บจำนวน 8 นาย บางส่วนเข้ารักษาตัวที่รพ.ตำรวจ

“นอกจากนี้มีการทำให้ทรัพย์สินราชการ เอกชน และสาธารณประโยชน์เสียหาย โดยเฉพาะทางการพิเศษแห่งประเทศไทย มีสิ่งของถูกทุบทำลายเสียหาย อาทิ เครื่องมือที่ใช้ในงานควบคุมจราจร กรณีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 13 คน พร้อมของกลาง ระเบิดปิงปอง 53 ลูก ระเบิดแสวงเครื่อง 10 ลูก เครื่องกระสุนปืนอีกจำนวนหนึ่ง ข้อหาความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ

เผยผลจับกุมผู้ชุมนุม

ส่วนการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมช่วงก.ค.-ส.ค. ดำเนินคดีทั้งสิ้น 90 คดี มีผู้ต้องหาที่จะถูกดำเนินคดี 481 คน จับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย 224 คน คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนบช.น. จะออกหมายเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมและกระทำผิดต่างๆ ภายใน 2 สัปดาห์ ออกหมายเรียกไปแล้วทั้งหมด 118 หมาย แบ่งเป็นกลุ่มแกนนำทั้งหมด 16 หมาย กลุ่มผู้ชุมนุมอื่นๆ 102 หมาย

ทั้งนี้ กรณีที่มีการใช้ความรุนแรงตามที่มีภาพปรากฎออกมา มีความผิดตามพ.ร.บ.อาวุธปืน ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาอั้งยี่ซ่องโจร การวางเพลิงเผาทรัพย์ และการสมคบกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อนให้เกิดเหตุความรุนแรงในบ้านเมือง ทางพนักงานสอบสวนจะออกหมายจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุดังกล่าว” รองผบช.น. กล่าว

เมื่อถามว่ากรณีที่มีการปรับกำลังวันแรกหลังยกสิ่งกีดขวางออกจากบริเวณถนนวิภาวดีรังสิตขาออกเป็นอย่างไรนั้น พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ในส่วนการปรับยุทธวิธี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้ทำการเฝ้าติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและให้มีการทบทวนการปฏิบัติ และสั่งการให้นำสิ่งกีดขวางออกจากบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต โดยคาดว่าจะมีการกระทำรุนแรงแต่อย่างใด ปรากฎว่ากลุ่มผู้ชุมนุม กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ยังคงเข้ามาบริเวณดังกล่าวขว้างปาสิ่งของทุบทำลายสิ่งของราชการเสียหาย

ถามต่อว่าตำรวจจะต้องมีการปรับกำลังดูแลบริเวณสามแยกดินแดงในวันนี้หรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ต้องมีการทบทวนการปฏิบัติในแต่ละครั้ง

เมื่อถามว่าจะมีการใช้วิธีการเดิมทั้งแก๊สน้ำตาและกระสุนยางอีกหรือไม่นั้น พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า การใช้อุปกรณ์ระงับเหตุเป็นอุปกรณ์มาตรฐานทั่วไปอยู่แล้ว คงจะต้องมีการใช้ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพแต่เว้นระยะห่างระหว่างผู้ปฏิบัติหน้าที่กับกลุ่มผู้กระทำผิด

เมื่อถามถึงการตั้งแนวตู้คอนเทรนเนอร์จะมีการขยับเข้าไปมากกว่าเดิมในพื้นที่สามเหลี่ยมดินแดงหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า เมื่อวานได้เอาสิ่งกีดขวางดังกล่าวออกไปแล้ว หลายๆ ที่ก็มีการทดลองเอาออก แต่ถ้ารักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณพื้นที่ต่างๆ ได้ ก็จะปรับการดำเนินการตามสถานการณ์และการข่าว

เมื่อถามว่ากรณีการตรวจสอบคลิปตำรวจควบคุมฝูงชนที่เอาอาวุธปืนจ่อยิงระยะประชิดใส่กลุ่มผู้ชุมนุมขับรถจยย.ผ่านเป็นอย่างไรนั้น พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวได้มีการสั่งให้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงต้องให้คณะทำงานทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวให้เสร็จสิ้นก่อน

ถามต่อว่าได้มีการเรียกมาคุยบ้างหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ในส่วนนี้จะต้องมีการดำเนินการต่อไป

ถามต่อว่าตำรวจรายดังกล่าวคือใครสังกัดหน่วยไหน พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า พอมีข้อมูลแล้ว

ถามต่อว่าจะต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจรายดังกล่าวก่อนหรือไม่ เนื่องจากการตัดสินใจดำเนินการกับเหตุเฉพาะหน้าอาจจะเป็นอันตรายเกินกว่าสิ่งที่ควรกระทำนั้น พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ต้องอาศัยการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นหลัก

แจงผลสอบยังไม่ออก ยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

ถามต่อว่าระหว่างที่คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงตำรวจรายดังกล่าวยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อนั้น พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ผลยังไม่ผิดก็ยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

ถามต่อว่าถ้าใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุแบบนี้ต้องขีดเส้นตายตั้งกฎระเบียบการลงโทษหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ตนว่ารอผลของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ส่วนการดำเนินการกับเข้าหน้าที่อื่นที่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ตามมาตรฐาน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. เน้นย้ำทุกครั้งในการปฏิบัติอยู่แล้ว มีการประชุมปล่อยแถวเป็นสัดส่วนระดับกองร้อย ระดับหมวด ระดับหมู่

ถามต่อว่าหลังจากเกิดเหตุการดังกล่าวเน้นย้ำกว่าเดิมหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ก็เน้นย้ำตามปกติ ให้คำนึงถึงความเดือดร้อนทั้งตัวประชาชนอื่นๆ และผู้ชุมนุม รวมถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติด้วย

เมื่อถามถึงกรณีชาวแฟลตดินแดงที่ยังคงถูกลูกหลงอยู่นั้น พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา แทบจะไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น แต่อาจจะเกิดกรณีที่มีการติดตามตัวผู้กระทำความผิดระยะกระชั้นชิด ผบช.น.เน้นย้ำว่า ถ้าความผิดไม่ปรากฎต่อหน้าและมีผลกระทบอื่นๆ กรณีผู้กระทำผิดหลบไปบริเวณพื้นที่ส่วนบุคคลก็ให้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีภายหลัง

ถามต่อว่ามีความจำเป็นต้องติดตั้งเป็นตาข่ายบริเวณดังกล่าวหรือไม่ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า เบื้องต้นตำรวจได้ประสานการเคหะแห่งชาติจะดำเนินการติดตั้งประตูเหล็กแยกกลุ่มผู้ชุมนุมกับชาวแฟลตดินแดงอย่างชัดเจน มีการประบปรุงบางอย่างเพื่อป้องกันผลกระทบ

ถามต่อว่า กรณีกลุ่มผู้ชุมนุมมาทำเพื่อความมั่นสะใจและโพสต์เฟซบุ๊กนั้น พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ทางผบ.ตร. เน้นย้ำ บช.สอท. ให้สืบสวนดำเนินคดี รวมถึงการชักชวนหรือการโพสต์ขายวัตถุสิ่งผิดกฎหมาย การชักชวนผลิตแจกจ่ายกับผู้ชุมนุมได้มีการสืบสวนประสานงานตำรวจท้องที่จับกุมตัวแล้ว

จ่อออกหมายจับมือปืน ยิงเด็ก 15

เมื่อถามว่าการการผิดบริเวณแยกดินแดงคนละกลุ่มกับผู้ชุมนุมที่มาทำกิจกรรม เป็นกลุ่มเล็กลงตำรวจปล่อยให้เกิดขึ้นมีการติดตามจับกุมก่อนเกิดเหตุหรือไม่นั้น พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า การดำเนินการต้องมีวางน้ำหนักระหว่างหลักรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ เราดำเนินการใช้กฎหมายโดนเคร่งครัด ก็จะมีกลุ่มเอ็นจีโอหรือกลุ่มอื่นๆ มาทำการวิพากษ์

จึงใช้แนวทางการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ และขณะเดียวกันไม่ทำให้เป็นประเด็นให้เกิดความรุนแรง ผบช.น. บอกชัดเจนว่าการบังคับใช้กฎหมายใดๆ ที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนต้องชะลอไว้ก่อน บังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีภายหลังได้

ถามต่อถึงกรณีเยาวชนอายุ 14 ปี และ 15 ปี ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า การสืบสวนสอบสวนคืบหน้าไปเยอะมาก ได้นำตัวผู้เสียหาย ผู้อยู่ในเหตุการณ์ มาทำการสอบสวนได้ข้อเท็จจริงประกอบคดี บางอย่างที่เป็นรายละเอียดขอสงวนไว้ก่อน

แต่ในภาพรวมมีความคืบหน้าไปมากแล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบตัวบุคคล บางส่วนพอจะทราบตัวแล้ว แต่ขอรอภาพรวมทั้งหมดเพื่อความกระจ่าง ซึ่งจะมีการขอศาลอนุมัติออกหมายจับในข้อหาพยายามฆ่าในเร็วๆ นี้

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *