อึ้งรถลูกบิ๊กตุลาการตบแม่ไวท์ ติดป้ายไม่ใช่ผู้ดี ตราศาลหาย ทนายฉะโซเชียลฯ หูเบา (คลิป)

ข่าวเด่น

จากกรณีครอบครัวของนักแสดงวัยรุ่นชื่อดัง “ไวท์ ณวัชร์ พุ่มโพธิงาม” เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 64 บริเวณเชิงสะพานข้ามคลองมหาสวัสดิ์ ถนนราชพฤกษ์ ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี พ่อแม่ของนักแสดงหนุ่มถูกคู่กรณีขับรถปาดหน้า จากนั้นคู่กรณี ซึ่งเป็นลูกชายของตุลาการศาลฯ ลงจากรถมาทำร้ายร่างกายและทรัพย์สิน คุณพ่อโดนค้อนตีที่หัว ส่วนคุณแม่ถูกตบหน้าอย่างแรงจนหูอื้อ จากนั้นคู่กรณีก็ได้ขับรถหนีไป

890786

ล่าสุด วันที่ 16 ส.ค. 64 หนุ่มไวท์ พร้อมนายสุระศักดิ์ พุ่มโพธิงาม พ่อ และนางนฤมล อริยานุวัฒน์ แม่ รวมถึงนายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความส่วนตัว เดินทางมายัง สภ.บางกรวย เพื่อนำรถยนต์มาตรวจร่องรอยการชน โดยมีทาง พฐ. มาตรวจพิสูจน์ คุณพ่อได้ชี้ร่องรอยที่โดนรถทางคู่กรณีชน มีบริเวณด้านหน้าข้างขวา ซึ่งเป็นรอยบุบ ไฟหน้าแตก รวมถึงมีร่องรอยสีฟ้า ซึ่งเป็นสีของรถคู่กรณีด้วย และร่องรอยอื่น ๆ ด้วย

ในส่วนของคู่กรณีของครอบครัวไวท์ ส่งทนายความมาแทน พร้อมกับได้นำรถคัมรี่สีฟ้าที่ก่อเหตุมาให้เจ้าหน้าที่ พฐ. ได้ตรวจด้วย จากการสังเกตพบว่ารถค่อนข้างมีเสียงดังคล้ายรถแต่งซิ่ง ซึ่งท่อรถและล้อก็มีการดัดแปลงใหม่

132983
584720

รวมถึงมีสติกเกอร์คำคมติดอยู่รอบคัน ประกอบด้วย “ทำดีคนไม่จำ ทำระ-ำคนจำดี”, “กูไม่ก้าวร้าว ถ้ามึงไม่ก้าวก่าย”, “ไม่เหมาะสำหรับผู้ดีและชะนีหัวสูง”, “หัวสูงแต่ไม่มีจะแดก”, “ไม่ได้ส่งเสีย อย่าเสือกสงสัย” นอกจากนี้ มีการนำตราสัญลักษณ์ที่ติดอยู่บริเวณหน้ารถ และสปอร์ตไลต์ที่ติดอยู่ด้านบนตัวรถออกไปแล้วนั้น

913253

นายพิสิษฐ์ ชุติพรพงษ์ชัย ทนายความส่วนตัวของคู่กรณี เปิดเผยว่า วันนี้แค่นำรถมาตรวจ ทางเจ้าของรถจึงไม่จำเป็นต้องมาด้วย และยืนยันว่าไม่ได้มีการดัดแปลงรถหลังจากเกิดเหตุ มีเพียงแค่กันชนหลุด จึงมีรอยเชื่อม ส่วนเรื่องตราสัญลักษณ์ที่เอาออกไป ตนไม่ทราบ

215963

โดยคู่กรณีของไวท์ได้เลื่อนมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเป็นวันที่ 25 ส.ค. เนื่องจากต้องรวบรวมหลักฐาน ตนจะขอไม่ตอบคำถามอะไรในวันนี้ เพราะกลัวโดนดราม่า เนื่องจากสังคมบางส่วนได้ตัดสินไปแล้ว ทั้งที่ข้อเท็จจริงมีอีกเยอะ ที่ทุกคนเห็นกันเป็นแค่บางส่วน จากนี้ก็ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำคดีไป

ส่วนที่คู่กรณีมีอาการป่วยทางจิตจริงหรือไม่นั้น ทนายความบอกว่าขอไม่ตอบ รอพนักงานสอบสวน สอบเสร็จแล้วจึงจะพูด แต่ข่าวที่ออกไปว่าคู่กรณีมีการกลั่นแกล้งทำให้เสียหายมาก ความจริงทางคู่กรณีต่างหากที่ถูกกระทำ แต่ไม่เคยออกข่าว ซึ่งตนมีหลักฐานทั้งหมด ทางเราต่างหากที่ถูกกระทำ แต่ก็ไม่คิดจะไปตอบโต้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เกิดบนท้องถนนปกติอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกฝ่ายเสียใจ ทางคู่กรณีเองก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่เกิดขึ้นแล้วก็ให้กฎหมายดำเนินการ ใครทำผิดถูกตรงไหนก็ว่ากันไป แต่ในส่วนที่คู่กรณีทำผิดก็ต้องขอโทษด้วย ส่วนภาพที่เห็นว่าไปโผล่ที่ จ.ชุมพร ยอมรับว่าไปมาจริง เป็นการไปเที่ยวเพื่อเยี่ยมญาติปกติ

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *