เขยคลั่งบ่มแค้น 10 ปียิงยกครัวเมีย 3 ศพ ขู่แม่ยายฆ่าล้างโคตร ไม่รู้ตัวปลิดชีพลูก (คลิป)

ข่าวเด่น
เขยคลั่งบ่มแค้น 10 ปียิงยกครัวเมีย 3 ศพ ขู่แม่ยายฆ่าล้างโคตร ไม่รู้ตัวปลิดชีพลูก (คลิป)

เมื่อวันที่ 12 ส.ค. 64 กรณีนายแสน ปทุมสูตร อายุ 65 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนางอารี ปทุมสูตร ภรรยา และนายโชติยัฒน์ ปทุมสูตร ลูกชาย คนละ 1 นัด ขณะนั่งดูโทรทัศน์อยู่ในบ้าน จากนั้นเดินถือปืนออกมาที่ตึกแถวหน้าบ้านที่เป็นร้านขายหมู เข้าไปยิงนายอุ้ย ศรีเหรา พ่อตา และนางวิชุดา เย็นใจดี น้องเมีย ขณะนอนดูโทรทัศน์อยู่จนล้มลงทั้งคู่ ก่อนจะหลบหนีไปแล้วยอมเข้ามอบตัวช่วงกลางดึกที่ผ่านมา

662932

ด้าน พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า ได้ส่งชุดสืบสวนติดตามออกกดดันค้นหาผู้ต้องหาอย่างกระชั้นชิด และทราบว่าผู้ต้องหารายนี้มีคนรู้จักเป็นส่วนน้อย จึงเข้าไปประสานกับคนที่รู้จักให้พาเข้ามอบตัว และสุดท้ายผู้ต้องหาก็ยอมมอบตัว

912690
230517
343580
796249
802481

จากการสอบปากคำเบื้องต้น ทราบว่าสาเหตุมาจากเรื่องปัญหาในครอบครัวที่สะสมมานาน หลังจากที่ผู้ต้องหาเข้ามอบตัว ยังอยู่ในอาการเมาสุรา และพูดจาวกวน

555389

นางม่วย ศรีเหรา อายุ 83 ปี แม่ยายของนายแสน ผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ใจมันทำด้วยอะไร ต้องยิงลูกเมีย พ่อตา น้องเมีย ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนอยู่ในบ้านได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด

377808

และได้ยินเสียงนายแสนประกาศว่า “จะฆ่าล้างโคตร” ตนบอกว่า “งั้นมึงยิงกูสิ” ก่อนคนร้ายจะเข้ามายิงลูกสาวที่กำลังล้านจานอยู่หลังบ้าน และยิงสามีของตนจนเสียชีวิต

476562

ล่าสุด วันที่ 13 ส.ค. 64 ทีมข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ บ้านเรือนไทยยกสูง อยู่ติดกับอาคารพานิชย์ 4 คูหาด้านหน้า บริเวณใต้ถุนเรือนไทยเป็นจุดที่นายแสนก่อเหตุยิงภรรยาและลูก มีกองเลือดขนาดใหญ่อยู่ที่พื้น

834752

พื้นที่ติดกันซึ่งเป็นอาคารพานิชย์ 4 คูหา เป็นที่อยู่ของนายอุ้ย ศรีเหรา พ่อตาซึ่งอยู่กับภรรยาที่ห้องที่ 1-3 ส่วนนางวิชุดา เย็นใจดี น้องเมีย อยู่กับสามีห้องที่ 4 พื้นที่ด้านหลังเชื่อมต่อกันทั้งหมด อาคารพานิชย์ห้องที่ 3 มีรอยเลือดในเก้าอี้ในบ้าน เป็นจุดที่ก่อเหตุยิงพ่อตา ส่วนจุดที่ยิงน้องเมียอยู่ด้านหลังอาคารพานิชย์

ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดของเพื่อนบ้าน ร้านขายอาหาร บันทึกเสียงช่วงเกิดเหตุในเวลาประมาณ 20.15 น. มีเสียงปืนดัง 2 นัด ผ่านไปประมาณ 30 วินาที มีเสียงปืนดังขึ้นประมาณ 4 นัด จากนั้น มีเสียงผู้ชายคาดว่าเป็นสามีของนางวิชุดา ตะโกนออกมาในทำนองว่า “ตายแล้ว” นางจันทร เพื่อนบ้านผู้ตาย จึงตะโกนถามว่าใคร “ใครตาย”

โดยคนในบ้านตะโกนบอกให้เข้ามาหลบก่อน คนร้ายจะออกมาแล้ว ทุกคนจึงวิ่งไปหลบในบ้าน เวลา 20.18 น. นายแสนขับรถกระบะสีบรอนซ์ถอยออกมาจากในบ้าน ขับหลบหนีไป

855219

ด้านนางจันทร จิรายุสกุล อายุ 57 ปี เพื่อนบ้าน เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 19.00 น. ได้ยินเสียงนายแสนทะเลาะกับภรรยาเสียงดังมาก เวลาประมาณ 20.15 น. ได้ยินเสียงปืน 2 นัด จากนั้นเห็นนายแสนเดินออกมาจากบ้านเรือนไทย ถือปืนในมือและเดินเข้าไปที่อาคารพาณิชย์ทางด้านหลัง ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้นประมาณ 3 นัด ระหว่างนั้นสามีของนางวิชุดาตะโกนว่า “ยิงเมียผมทำไม” ก่อนนายแสนจะเดินออกมาทางด้านหลัง ขับรถกระบะหลบหนีออกไป

cg-1
cg-2
cg-3

ซึ่งปกติตนไม่เคยเห็นนายแสนทะเลาะกับภรรยา ไม่รู้เรื่องปมเหตุ นายแสนพูดคุยกับเพื่อนบ้านปกติ ไม่ได้ดูอารมณ์ร้อน ไม่คิดว่าจะก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

528730

นางพัทธนันท์ ใสโยธา อายุ 40 ปี ลูกจ้างบ้านที่เกิดเหตุ ระบุว่า ช่วงเกิดเหตุตนอยู่บ้านซึ่งอยู่ใกล้กัน ไม่ได้ยินเสียงผิดปกติ แต่สังเกตว่าชาวบ้านวิ่งไปที่บ้านหลังเกิดเหตุตนจึงวิ่งออกมาดูด้วย พบนางอารี และนายโชติยัฒน์ ภรรยาและลูกชายของนายแสนนอนจมกองเลือดอยู่ใต้ถุนบ้าน ส่วนนายอุ้ย พ่อตานอนหน้าโทรทัศน์ และนางวิชุดานอนอยู่ในครัว ทั้งหมดโดนยิงจมกองเลือด ส่วนนายแสน ผู้ก่อเหตุขับรถหนีไปแล้ว ส่วนตัวไม่รู้เรื่องปมปัญหา เพราะที่ผ่านมานายแสนกับภรรยาก็อยู่กันปกติ ไม่ได้มีปากเสียงหรือทะเลาะกันรุนแรง ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุแบบนี้

519292

พนักงานสอบสวน สภ.อู่ทอง ได้นำตัวนายแสน ออกจากห้องขัง ไปทำการสอบสวน โดยได้รับสารภาพทุกข้อกล่าวหาจากนั้นควบคุมตัวเข้าห้องขัง พร้อมเตรียมนำไปฝากขังที่ศาล จ.สุพรรณบุรี และพาตัวนายแสนออกจากห้องขังไปสอบอีกครั้ง ประมาณ 20 นาที ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายแสน เจ้าตัวยังคงปิดปากเงียบ มีเพียงเอาหน้ากากปิดตา น้ำตาคลอเบ้า ทีมข่าวพยายามถามยิงลูกชายตนเองทำไม นายแสนไม่ได้ตอบคำถามใด ๆ ทั้งสิ้น มีสีหน้าลักษณะเสียใจจะร้องไห้

371103

พ.ต.อ.ปราโมทย์ โพธิ์พันธุ์ ผกก.สภ.อู่ทอง พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุเพิ่มเติม ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากปัญหาในครอบครัว ก่อนเกิดเหตุนายแสน พร้อมด้วยภรรยาและลูกชาย นั่งกินข้าวด้วยกันตามปกติ แล้วเกิดมีปากเสียงกันบนโต๊ะอาหาร หลังจากนั้นนายแสนนั่งกินเบียร์ ส่วนภรรยาก็นั่งดูโทรทัศน์อยู่ใกล้กันแล้วเกิดมีปากเสียงกันอีก นายแสนจึงชักปืนยิงภรรยา โดยลูกชายเข้ามาห้าม นายแสนจึงยิงลูกชายด้วยโดยไม่รู้ตัว จากนั้น จึงเดินไปยิงน้องเมียและพ่อตาที่อาคารพาณิชย์ด้านหน้า

981915

จากการสอบถามทางผู้ต้องหา ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาในครอบครัว มีการเก็บกดน้อยใจที่ลูกไม่รัก และน้อยใจที่โดนภรรยาบ่น ซึ่งผู้ต้องหาค่อนข้างกดดัน เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเฝ้าตลอดเวลา เพราะกลัวว่าจะคิดสั้น เบื้องต้น แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และเตรียมนำตัวฝากขังภายในวันนี้

จากนั้น ทีมข่าวเดินทางไปบ้านนายทิ ปทุมสูตร อายุ 76 ปี พี่ชายของนายแสน ผู้ต้องหา นายทิ ระบุว่า เมื่อคืนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาสอบถามว่าน้องชายเข้ามาหาตนหรือไม่ โดยยังไม่บอกรายละเอียดใด ๆ ซึ่งตนบอกว่าไม่ได้เข้ามา ก่อนจะรู้ตอนกลางดึกว่าน้องเข้าไปมอบตัวที่สถานีตำรวจเรียบร้อยแล้ว จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมน้องชาย เพราะอยู่ระหว่างการสอบปากคำ

297909

ทั้งนี้ น้องชายเคยมาบ่นหลายปีแล้วว่ามีปัญหาในครอบครัวพ่อตาแม่ยาย แต่ไม่ได้บอกรายละเอียด และไม่ใช่เรื่องใหญ่ โดยตนได้เจอน้องชายล่าสุดเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว น้องชายขับรถมากินที่บ้าน นั่งกินเหล้ากินเบียร์กับลูกชาย แต่ไม่ได้มีปัญหากัน โดยน้องชายไม่ใช่คนอารมณ์ร้อน แต่ปกติมีปืนติดตัวอยู่แล้ว

767691

นายกิตติศักดิ์ วัฒนาไพศาลตระกูล อายุ 41 ปี นายจ้างของผู้ต้องหา ระบุว่า นายแสนทำงานขับรถหกล้อรับ ส่งโครงไก่นำมาทำเป็นเหยื่อปลา ซึ่งทำมาประมาณ 6-7 ปีแล้ว เมื่อวานนายแสนยังมาทำงานตามปกติ และกลับมาถึงบ้านตนในเวลา 18.00 น. จากนั้นนายแสนเดินมาบอกว่าขอหยุดวันอาทิตย์ เพราะจะไปงานแต่งหลาน ซึ่งนายแสนดูท่าทีปกติมาก ไม่ได้มีความเครียดหรือกดดัน ก่อนจะขับรถจักรยานยนต์กลับบ้านไป

เวลา 20.30 น. ผู้ใหญ่ในพื้นที่โทรศัพท์มาบอกตนว่านายแสนไปก่อเหตุยิงคนในครอบครัว ตนช็อกมาก ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุดังกล่าว โดยที่ผ่านมานายแสนเป็นคนอัธยาศัยดี ใจเย็น ขยันทำงาน และไม่เคยเล่าเรื่องปัญหาในครอบครัวให้ที่ทำงานฟัง ส่วนในครอบครัวปกติทุกเช้านายแสนจะช่วยภรรยาขายไก่ทอด ช่วงสายมาทำงานขับรถ และช่วงเย็นในวันหยุด นายแสนจะช่วยภรรยาทำไก่ย่างขายอีกด้วย ตอนนี้ตนรู้สึกหดหู่มาก ยังคิดไม่ออกว่านายแสนทำไปเพื่ออะไร

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *