พ่อโจ๋ 18 ช็อก ลูกเลือดเย็นฆ่าเปลือยน้องพรกลับบ้านดูข่าว (คลิป)

ข่าวเด่น

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจพบศพ นางวราพร อิ่มอาหาร อายุ 40 ปี สาวสวยพนักงานโรงงาน ในนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกคนร้ายใช้เสื้อผ้ารัดคอ ใช้ของแข็งทุบที่ศีรษะจนเสียชีวิต แล้วนำร่างทิ้งลงในคลองบางพระครู หมู่ 3 ต.ตาลเอน อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา คนร้ายได้เผาเสื้อผ้าของผู้เสียชีวิตเพื่อทำลายหลักฐาน ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวคนก่อเหตุ แกะรอยจากกล้องวงจรปิดได้แล้วนั้น

วันที่ 12 ส.ค. 64 ภายหลังชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ ชุดสืบสวนโรงพักสภ.บางปะหัน สภ.บ้านขล้อ เรียกสอบบุคคลต้องสงสัย และพยานมากกว่า 30 ปาก จนกระทั่งผลการตรวจดีเอ็นเอ ชี้ชัดไปที่คนงานก่อสร้างรายหนึ่ง ทำงานอยู่ที่วัดตาลเอน เส้นทางผ่านหลังเลิกงานของนางวราพร เจ้าหน้าที่ได้มีการเข้าตรวจสอบ สอบปากคำมากกว่า 4 ครั้ง

ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ 26 ก.ค. จนกระทั่งเมื่อวานนี้ก่อนที่จะถูกจับ ยอมรับว่าลูกชายก็ใช้ชีวิตตามปกติ ไม่มีอะไรผิดสังเกต เพราะลูกชายจะไปช่วยงานก่อสร้างและขับรถแบ็กโฮ โดยทุกวันจะทำงาน ในวันหยุดลูกชายก็จะนอนเล่นเกม และช่วงเย็นก็จะดื่มเหล้า ทุกวันลูกชายก็จะทำตัวปกติ ตนเองในฐานะแม่ ยอมรับว่าการเลี้ยงลูกเป็นเรื่องที่ผิดพลาดและทำไม่ดี พ่อตนเองเลี้ยงลูกไม่ดีเอง ทำให้ไปก่อเหตุแบบนี้กับคนอื่น

ทีมข่าวได้เดินทางไปที่แคมป์คนงาน ด้านหลังวัดตาลเอนฝั่งที่พักสงฆ์ โดยที่พักแคมป์คนงานดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นคนงานที่ทำงานภายในวัดตาลเอน อยู่อาศัยมาไม่น้อยกว่า 5 ปี เนื่องจากทางวัดจะมีการก่อสร้างอาคาร รั้ว และบูรณะพื้นที่ต่าง ๆ ภายในวัดตลอด จึงมีคนงานประจำวัด

นางสาววิชุตา ชาติรักษ์ อายุ 42 ปี คนงานในแคมป์ เล่าว่า ตนเองรู้จักกับนายตาลไม่นาน เพราะเป็นคนงานคนละชุด เพิ่งรู้จักกันได้ประมาณ 1 ปี แต่นายตาลอยู่ที่นี่มาร่วม 10 ปีแล้ว โดยนายตาลทำหน้าที่ขับรถแบ็กโคร และก่อนหน้านี้ นายตาลอยู่อีกฝั่งของวัด ก่อนจะย้ายมาอยู่แค้มป์ใกล้กัน เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยการใช้ชีวิตของนายตาลปกติมาก เมื่อเลิกงานมาทุก ๆ 5 โมงเย็น ก็ไม่ได้ออกไปไหน อยู่แต่ห้องพักไม่สุงสิงกับใคร และไม่มีเพื่อนในแคมป์ ส่วนเพื่อนนอกแคมป์ตนเองไม่ทราบว่ามีหรือไม่ ส่วนใหญ่จะเล่นแต่โทรศัพท์

เมื่อคืนนี้เวลา 20.00 น. ตำรวจได้เดินทางเข้ามาที่แคมป์ และนำตัวนายตาบไปสอบสวน ตนเองตัวสั่นไปหมด เพราะตกใจ และแทบไม่อยากจะเชื่อว่านายตาลเป็นคนลงมือทำ ส่วนวันที่นายตาลออกไปจากแคมป์ คือวันที่ไปก่อเหตุ เป็นวันที่หัวหน้าคนงานได้สั่งให้นายตาลไปดูรถแบ็กโฮที่เสียบริเวณรั้ววัด และหลังจากนั้นก็ไปก่อเหตุ ตนเองจำได้ว่าออกไปจากแคมป์ประมาณ 20.00 น. กลับมาประมาณ 21.00 น. ใช้เวลาไม่นานนัก หลังก่อเหตุนายตาลก็ใช้ชีวิตปกติ ไม่มีพิรุธ ตนเองยังคิดว่าไม่น่าเป็นไปได้ แต่จำนนด้วยหลักฐาน เพราะที่ผ่านมาพฤติกรรมนายตาลไม่เป็นแบบนี้ เป็นคนไม่ก้าวร้าว ไม่หมกมุ่นเรื่องเพศใด ๆ เห็นตนเองก็ทักทายตามปกติ

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *