ป่วนทั่วกรุง! หนุ่มเมาทืบน้องฉกเครื่องมือกู้ภัย ตำรวจสละรถขวางจนแม่ต้องไหว้ขมา (คลิป)

ข่าวเด่น

กรณีเฟซบุ๊กส่วนตัวของอาสากู้ภัย “Thanawat Bank Montukanont” ได้แพร่ภาพไลฟ์สด พร้อมระบุข้อความว่า “ด่วน! คลั่งเมายา ก่อเหตุทำร้ายพ่อแม่คนในครอบครัว และขโมยกระเป๋ากู้ชีพของผมขึ้นรถหนี ตำรวจติดตั้งด่าน กู้ภัยต้องไล่จับกันเอง #พิกัดรามอินทราลาดปลาเค้า” 

634635

ล่าสุดวันที่ 8 ส.ค.64 ส.ต.อ.สมศักดิ์ นาดี ผบ.หมู่ปฏิบัติการพิเศษกองกำกับการต่อต้านการก่อการร้าย (อรินทราช 26) เปิดเผยว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุตนเพิ่งเลิกงาน และขับผ่านมาในเส้นรามอินทรา กำลังจะกลับบ้าน แต่ติดตามเพจข่าวและไลฟ์สดของอาสากู้ภัย จึงทราบว่ากำลังมีการไล่ล่าชายคลั่ง จึงได้จอดรถดูสถานการณ์

690347

เมื่อเห็นว่ารถของชายคลั่งขับผ่านเส้นทางที่ตนจอดรออยู่ จึงได้ตัดสินใจขวาง และขับเบียดจนกระทั่งรถชายคลั่งไปต่อไม่ได้ ส่วนหนึ่งก็ต้องการที่จะช่วยให้สถานการณ์คลี่คลาย เพราะตนอยู่ในที่เกิดเหตุละแวกใกล้เคียงพอดี

นอกจากนี้ ทีมข่าวยังได้เดินทางย้อนกลับไปซอยลาดปลาเค้า 67 บ้านจุดเกิดเหตุ ที่อาสากู้ภัยรับแจ้งเหตุมีคนถูกทำร้ายร่างกาย พบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นลักษณะบ้านเช่า เปิดเป็นร้านขายของชำ และใช้เป็นที่พักอาศัยในตัว ซึ่งบ้านเช่าหลังดังกล่าว มีนางจันทร์ (นามสมมติ) ผู้เป็นแม่ และนายหนุ่ม ผู้ก่อเหตุ รวมถึงแฟนสาวนายหนุ่ม และน้องชายคนก่อเหตุ อาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวร่วมกัน

157103

ทีมข่าวได้คุยกับ นางจันทร์ (นามสมมติ) แม่ของคนก่อเหตุ เปิดเผยว่า ช่วงหัวค่ำของวานนี้ (7 ส.ค.64) นายหนุ่มลูกชายของตน นั่งดื่มเหล้าอยู่กับกลุ่มเพื่อนสนิทที่โต๊ะข้างบ้าน สังเกตว่ามีทั้งเบียร์และเหล้าขาว ระหว่างนั้นแฟนของนายหนุ่ม ซึ่งคบหากันได้ไม่ถึงปี ได้ขับรถ HRV คันก่อเหตุเข้ามาที่บ้าน และบอกกับนายหนุ่มว่าจะเก็บเสื้อผ้ากลับต่างจังหวัด 1-2 วัน ทำให้นายหนุ่มเกิดความไม่พอใจ เข้าใจผิดว่าแฟนสาวกำลังเก็บเสื้อผ้าหนี จึงเริ่มมีอาการคลั่ง และเข้าไปยึดมือถือแฟนสาวเอาไว้ แล้วมีปากเสียงกันพักหนึ่ง

cg-0

กระทั่งนายหนุ่ม เริ่มที่จะอาละวาดเสียงดัง แล้วขู่ทุก ๆ คนในบ้าน พยายามแย่งเอาโทรศัพท์มือถือไปเก็บเอาไว้ นายเล็ก ซึ่งเป็นน้องชายของนายหนุ่ม ไม่พอใจที่เห็นว่าตนถูกทำร้าย จึงได้เข้ามาขวาง จังหวัดนั้นนายหนุ่ม ก็ทำร้ายร่างกายนายเล็ก กระทั่งล้มลงไปนอนกองอยู่บนพื้น ซึ่งวันดังกล่าวลูกชายคนเล็ก ก็เพิ่งจะไปบริจาคเลือด ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ไม่สามารถสู้แรงพี่ชายได้ จากนั้นตนจึงได้ประสานไปยังรถกู้ชีพให้เข้ามาดูอาการ 

591662

เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง ตนเห็นว่าอาการของนายเล็ก อาการไม่สู้ดี เหมือนกำลังจะสลบ จึงได้แจ้งอาสากู้ภัยอีกครั้ง ระหว่างนั้นเมื่อทีมอาสากู้ภัยมาถึง นายหนุ่ม ก็ได้ย้อนกลับมาก่อเหตุทำร้ายนายเล็กต่อหน้าทีมอาสากู้ภัย และวิ่งไปขโมยกระเป๋ากู้ชีพ โยนใส่รถเก๋งและขับหลบหนีออกไป จนทำให้ทีมตำรวจและอาสากู้ภัยต้องขับตามหาทั่วกรุงเทพฯ 

นางจันทร์ กล่าวว่า ลูกชายเคยเป็นแบบนี้มาประมาณ 3-4 ปีแล้ว เขามีอาการทางประสาท โดยมีประวัติการรักษาที่โรงพยาบาลในจังหวัดกาฬสินธุ์ เพราะตอนนั้นลูกชายถูกจับในคดียาเสพติด ติดคุก 2 ปี หลังพ้นโทษก็ได้รับการบำบัด และเป็นผู้ป่วยรักษาทางประสาท แล้วจะต้องทานยาอย่างสม่ำเสมอ แต่ช่วงระยะหลังลูกชายก็ไม่ได้ทานยา ตนอยากจะขอโทษอาสากู้ภัย ขอโทษเจ้าหน้าที่ ที่ลูกชายทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อน ตนจะหาวิธีทางรักษาลูกให้กลับมาเป็นปกติ 

นายธนวัฒน์ มัณฑุกานนท์ กู้ชีพหน่วยกู้ชีพกูบแดง เล่าให้ฟังว่า เมื่อวานนี้ (7 ส.ค.) เวลา 21.30 น. ตนได้รับแจ้งจากนางจันทร์ (นามสมมติ) ซึ่งอยู่ภายในซอยลาดปลาเค้า 76 ว่า มีเหตุลูกชายคนเล็กถูกพี่ชายทำร้าย จึงนำรถอาสากู้ภัย 2 คัน เจ้าหน้าที่ 5 คน เข้าไปที่บ้านจุดเกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบว่านายเล็ก นอนอยู่บนพื้นหน้าบ้าน จึงได้เข้าไปปฐมพยาบาล จึงทราบว่า นายหนุ่ม ลูกชายคนโตของบ้าน เมาอาละวาดหลังจากที่มีปัญหากับแฟนสาว และได้ลงมือทำร้ายร่างกายของผู้เป็นแม่ จากนั้นได้ขับรถเก๋ง HRV ทะเบียน 6 กผ 494 กทม.หลบหนีออกไป 

หลังจากนั้น ผ่านไป 1 ชั่วโมง เวลาประมาณ 22.30 น. นางจันทร์ ได้โทรศัพท์เข้ามาแจ้งที่ สน.บางเขน อีกครั้งว่า ขอรถกู้ชีพนำตัวนายเล็ก ส่งโรงพยาบาล เนื่องจากหายใจไม่ออก เพราะถูกนายหนุ่มกลับมากระทืบซ้ำ สน.บางเขน จึงประสานมายังทีมของตน ก่อนจะเข้าไปพร้อมกับรถกู้ชีพ 1 คัน เจ้าหน้าที่ 3 คน เมื่อไประหว่างนั้น นายหนุ่ม พูดว่า “มึงเป็นอะไร ทำไมถึงมีกู้ภัยมาบ้าน” จากนั้นก็ทำร้ายร่างกายน้องชายต่อหน้ากู้ภัย

965590

ทันใดนั้น นายหนุ่ม ก็ได้วิ่งเข้ามาคว้ากระเป๋ากู้ชีพ พร้อมกับยกขึ้นไปโยนใส่รถ HRV ที่จอดอยู่ ตอนนั้นทีมอาสากู้ภัยก็เกิดความตกใจว่า ทำไมนายหนุ่มถึงเอากระเป๋ากู้ชีพไปด้วย จึงพยายามเจรจาเพื่อขอคืน แต่เจ้าตัวอ้างว่า “อยากได้ก็ตามมาเอาเอง” ทีมอาสาจึงได้ประสานตำรวจสายตรวจเข้ามาที่เกิดเหตุ เมื่อนายหนุ่ม เห็นว่ามีตำรวจเข้ามา จึงมีอาการคลั่งมากยิ่งขึ้น และขับรถหลบหนีออกจากซอยย่านลาดปลาเค้า 76 มุ่งหน้าไปตามเส้นทางถนนลาดปลาเค้า ออกไปที่แยกรามอินทรา ตัดไปที่ถนนคุบอน ออกไปที่แยกกม.8 ตัดไปที่วงแหวนกาญจนาวนอยู่ 2 รอบ ก่อนลงไปที่รามคำแหง วิ่งเข้าถนนกรุงเทพกรีฑา เข้าไปที่คลองตัน เกือบทะลุศรีนครินทร์ ตัดกลับมาถนนเพชรบุรีตัดใหม่ โผล่แยกดินแดง วิ่งถนนวิภาวดี โผล่แยกลาดพร้าว วิ่งถนนพหลโยธิน จนถึงแยกเกษตร จากนั้นตัดเข้าสู่ถนนประเสริฐมนูกิจ เลี้ยวซ้ายตันกลับมาเรียบด่วนรามอินทรา และถูกสกัดได้ก่อนถึงแยกรามอินทรา โดยรถพลเมืองดี

334223

อย่างไรก็ตาม สำหรับกระเป๋ากู้ชีพ แม้ว่าของภายในจะมีมูลค่าไม่ถึง 10,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นของที่ได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน อาทิ เครื่องวัดความดัน เครื่องตรวจน้ำตาลในเลือด เครื่องวัดสัญญาณชีพ อุปกรณ์ทำคลอด รวมถึง อุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ซึ่งทุกอย่างเป็นของที่มีค่าสำหรับกู้ชีพ ดังนั้นจึงอยากได้กระเป๋าคืน

125591

ส่วนความคืบหน้าทางคดี ตำรวจได้คุมตัวนายหนุ่ม อายุ 32 ปี คนก่อเหตุ ดำเนินคดีข้อหา ฝ่าพ.ร.ก.ฉุกเฉิน วิ่งราวทรัพย์ และเมาแล้วขับ โดยล่าสุดเจ้าตัวยังอยู่ในการคุมตัวของพนักงานสอบสวน สน.บางเขน และเตรียมนำตัวฝากขังต่อศาลต่อไป

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *