กระบะซวย! จอดขวางดงกระสุนตร.จับพ่อค้ายา ถูกถอยชนรถพังไร้คนซ่อม ตำรวจโบ้ยทวงประกัน (คลิป)

ข่าวเด่น

จากกรณีทีมข่าว ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหาย ระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 64 ขณะที่ตนเองกำลังจะขับรถกลับบ้านในพื้นที่หทัยราษฎร์ ระหว่างนั้นมีการบุกจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด บนถนนสุขาภิบาล 3 ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.หัวหมาก

724573

ทำให้รถผู้ต้องหาที่อยู่ด้านหน้าตนเอง ถอยหลังมาชนหน้ารถตนเองจนได้รับความเสียหาย ก่อนเจ้าหน้าที่ใช้ปืนยิงล้อรถขอผู้ต้องหา ผ่านมาหลายวัน ยังไม่ได้รับการติดต่อจากตำรวจ รวมถึงประกันภัยปฏิเสธที่จะจ่ายค่าสินไหมทดแทน จึงต้องถามหาความรับผิดชอบนั้น

619162

วันที่ 6 ส.ค. 64 ทีมข่าวเดินทางมาพบกับผู้เสียหาย พาไปดูสภาพรถยนต์ที่เสียหาย รถกระบะโตโยต้า สีขาว ด้านหลัง ต่อเติมเป็นตู้สำหรับขนส่งสินค้าแช่แข็ง พบสภาพพังเสียหายบริเวณไฟหน้าด้านขวาของตัวรถแตก มีรอยยุบ กระโปรงหน้าไม่สามารถปิดได้ ต้องใช้เชือกผูกไว้ชั่วคราว แอร์ไม่สามารถใช้งานได้ กระจกหน้าร้าว

967455

นายธนพล พิมาทาธารุกูล อายุ 39 ปี และนางสาวสายชล โหงวิลัย อายุ 40 ปี เล่าเหตุการณ์ว่า วันที่เกิดเหตุ 27 ก.ค. 64 ช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. ตนเองกำลังจะกลับบ้าน หลังจากไปรับของแช่แข็งจากพระราม 3 มา นายธนพลเป็นคนขับ นางสาวสายชลนั่งเบาะด้านข้าง จึงขับรถมาตามเส้นทางถนนรามคำแหง และจอดรถติดไฟแดงที่แยกบ้านม้า แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ เส้นสุขาภิบาบาล 3 ระหว่างนั้นเองเห็นตำรวจกำลังไล่ล่าคนร้ายที่อยู่ฝั่งตรงข้าม คนร้ายมีการถอยรถหนีค่อนข้างไกล จนเจ้าหน้าที่ไล่ตามไป ตนเองตกใจ แต่ก็ขับรถต่อไปเส้นสุขาภิบาล 3 เป็นเส้นทางที่กำลังมาการก่อสร้างรถไฟฟ้าอยู่

337450
646699

ขณะนั้นก็ขับรถต่อมาจนกระทั่งถึงบริเวณหน้าศูนย์การค้า พาซิโอ รามคำแหง เป็นถนน 1 เลน รอบข้างเป็นการก่อสร้าง ระหว่างนั้นรถคนร้ายได้พยายามถอยหนีรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนกระทั่งถอยมาชนรถฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ที่อยู่ด้านหน้าตนเอง ระหว่างนั้นรถฟอร์จูนเนอร์ได้หลบข้างทาง จนคนร้ายถอยหลังมาชนรถของตนเองอยู่หลายครั้งจนเสียหาย และเกิดการบุกจับ เจ้าหน้าที่ใช้ปืนยิงรถคนร้าย ตนเองและภรรยาตกใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะมีการยิงปืน ไม่ทราบใครยิงใครบ้าง วินาทีนั้นตนเองและแฟนหมอบลงกับพื้นอย่างเดียว

โดยนางสาวสายชลใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปเอาไว้ได้ ไม่นานเจ้าหน้าที่ก็คุมตัวผู้ต้องหาไปที่ สน.หัวหมาก และจับกุม ส่วนตนเอง เดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.บางชัน แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ รวมถึงประกันภัยก็ปฏิเสธที่จะจ่ายค่าสินไหมทดแทน ตนเองต้องใช้รถที่พังเสียหายขับไปทำงานก่อนชั่วคราว และยังไม่ได้นำเข้าซ่อม การนำเข้าซ่อมจะใช้เวลาร่วม 1 เดือนครึ่ง กระทบทั้งรายได้ของตนเอง และเจ้าของธุรกิจ

677852

ตนมองว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะผิดพลาดหรือไม่ ที่ทำให้ทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหาย หากตนเองนำรถไปซ่อมก็ไม่มีรถส่งของ ต้องขาดรายได้ และแฟนสาวก็เพิ่งจะหยุดงาน เพราะติดโควิด-19 ตนอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาเยียวยา ตำรวจพูดกับตนเองเพียงว่า “ขอบคุณ” แต่ประกันภัยบอกว่า “พี่ซวย พี่เรียกร้องกับใครไม่ได้” มองว่าตำรวจก็ควรที่จะรับผิดชอบด้วย ตั้งแต่เกิดเหตุตนเองยังไม่ได้รับการติดต่อจากตำรวจ และโยนความรับผิดชอบให้บริษัทประกันภัย

211212

พ.ต.อ.วิชัย ณรงค์ ผกก.สน.หัวหมาก เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากการจับกุมนายสมชาย เต็มหวัง อายุ 37 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 154,000 เม็ด ยาเคชนิดน้ำ 852 ขวด ยาไอซ์บรรจุถุงพลาสติก ชนิดดึงเปิด-กดปิด ชั่งรวมถุงหนักประมาณ 45 กรัม ปืนบีบีกัน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาดต่าง ๆ 8 นัด แมกกาซีน 2 อัน มีด 2 เล่ม และรถเก๋งฮอนด้า รุ่นซีวิค สีเทา ทะเบียน กน 3455 นนทบุรี ที่ใช้ก่อเหตุ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 ก.ค. 64

904598

ขณะเกิดเหตุ ชุดสายตรวจรถจักรยานยนต์ 1 คัน พบเห็นรถเก๋งต้องสงสัยมีพิรุธ ได้เรียกตรวจค้นที่บริเวณแยกบ้านม้า ถนนรามคำแหงขาออก รถคนร้ายไม่ยอมหยุดวิ่งมุ่งหน้าขาออก ขับซอกแซกปาดซ้ายขวาเฉี่ยวชนท้าย และด้านข้างรถยนต์ชาวบ้าน 7-8 คัน จนเสียหาย กระทั่งจนมุมหนีต่อไม่ได้ เพราะมีรถข้างหน้าจอดติดไฟแดง ระยะทางไล่สกัดจับกว่า 1 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ติดตามมาทันสั่งให้ลงจากรถยิงสกัด ก่อนตรวจค้นพบยาเสพติดของกลางดังกล่าว และนำตัวไปดำเนินคดี

826961

เบื้องต้น แจ้งข้อหานายสมชาย มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร, เป็นผู้ขับขี่ยานพาหนะ เสพหรือรับสารเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 โดยผิดกฎหมายแล้ว

ทั้งนี้ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติตามยุทธวิธีตามปกติ เพราะผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลบหนีอีกด้วย ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถชาวบ้านนั้น ได้ให้ผู้เสียหายได้มีการเข้าลงบันทึกประจำวันกับ สน.บางชันแล้ว ซึ่งประกันภัยมีหน้าที่ต้องชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถของผู้เสียหาย

837117

ด้านทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานทนายเครือข่ายทนายคลายทุกข์ เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า จากการที่รถเกิดอุบัติเหตุ บริษัทประกันภัยจะรับผิดชอบ เฉพาะตัวรถและอุปกรณ์ติดรถเท่านั้น เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดความเสียหาย ประกันภัยจะจ่ายค่าซ่อม และอุปกรณ์ติดประจำรถ เป็นไปตามกรมธรรม์ประกันภัยที่คุ้มครองความเสียหายเท่านั้น เพราะตกลงแค่ไว้เพียงเท่านั้น

ส่วนความเสียหายเนื่องจากการขาดรายได้ประจำ การเสียโอกาสนั้น ไม่ใช่ความเสียหายต่อตัวรถ และอุปกรณ์ที่ติดรถ บริษัทประกันภัยจึงไม่ต้องรับผิดค่าเสียหายในส่วนนี้ โดยอ้างอิงตามคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 2427/2527 และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 869 ดังนั้น หากผู้เสียหาย ขาดรายได้ และเสียโอกาสจากการเสื่อมสภาพของรถ จึงต้องไปเรียกเอากับผู้ที่กระทำละเมิด หรือผู้ต้องหาในคดีนี้นั่นเอง

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *