สุดแปลก! พ่อลูกอ่อนตายเลือดโชก ตำรวจชี้สะดุดไม้ ลูกน้อยเฝ้าศพ 8 ชม. แฉ 6 คนรุม (คลิป)

ข่าวเด่น

จากกรณีเมื่อวันที่ 4 ส.ค. 64 ร.ต.ท.สุรศักดิ์ พันธุ์แก้ว สว.(สอบสวน) สภ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี รับแจ้งเหตุพบศพนายไววิทย์ กาฬภักดี อายุ 49 ปี ในป่าอ้อย ที่บ้านทัพหมัน ม.3 ต.ทัพหลวง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี สภาพศพผู้ตายพบรอยเลือดอยู่บริเวณด้านหลังศีรษะ มีรอยมดกัดเต็มตัว สวมใส่เสื้อ สีฟ้า กางเกงขาสั้น สีดำ สะพายกระเป๋าคาดอยู่ที่ตัว ข้างกันพบต้นอ้อยหัก คล้ายถูกผู้ตายดึงก่อนล้มลง

955278

จากการสอบสวน นางกรรณิการ์ อินทรสมบัติ ภรรยา ผู้เสียชีวิตให้การว่า ในวันที่ 3 ส.ค. 64 เวลาประมาณ 15.00 น. สามีได้เข้าไปดูไร่อ้อยโดยได้พาลูกชายวัย 7 ขวบ เป็นเด็กพัฒนาการช้า ขึ้นรถจักรยานยนต์พ่วงข้างไปด้วยกัน ต่อมาเวลา 20.00 น. สามียังไม่กลับบ้าน ตนจึงตามหาในไร่อ้อย แต่ก็ไม่เจอ จนกระทั่งเวลา 23.00 น. พบศพสามีนอนเสียชีวิตอยู่ และมีลูกชายวัย 7 ขวบนั่งเรียกผู้ตายว่า “พ่อ ๆ” จึงรอถึงรุ่งเช้า และเคลื่อนย้ายศพออกจากป่าอ้อย

480683

วันที่ 5 ส.ค. 64 ทีมข่าวลงพื้นที่ สภ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี สอบถามความคืบหน้าคดีจาก ร.ต.ท.สุรศักดิ์ พันธุ์แก้ว สว.(สอบสวน)สภ.บ้านไร่ ให้ข้อมูลว่า เมื่อวานนี้ได้ลงตรวจพื้นที่ตรวจสอบจุดที่นายไววิทย์เสียชีวิต สันนิษฐานว่านายไววิทย์น่าจะลื่นล้มและหัวกระแทกรากไม้ประดู่ที่พื้นจนหัวแตก หมดสติ และเสียชีวิต

เนื่องจากสภาพตอนพบศพนั้น หัวของนายไววิทย์หนุนอยู่บนรากไม้ประดู่พอดี รวมถึงเจอเศษเส้นผมที่รากไม้ประดู่ด้วย ขณะเดียวกันข้างกันพบต้นอ้อยหักคล้ายถูกผู้ตายดึงก่อนล้ม ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ ในร่างกายไม่มีการรื้อค้นทรัพย์สิน และที่เกิดเหตุนั้นก็เป็นไร่อ้อยของผู้เสียชีวิต ส่วนเด็ก 7 ขวบที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ไม่สามารถให้การอะไรได้ เนื่องจากเป็นเด็กพัฒนาการช้า

cg

ที่วัดทัพหมื่น ต.ทัพหลวง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี จัดงานศพของนายไววิทย์ กาฬภักดี ผู้เสียชีวิต บรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า และจะทำการฌาปนกิจในวันนี้ น้องเวียร์ เด็กชายวัย 7 ขวบที่อยู่กับศพของนายไววิทย์ในวันเกิดเหตุ อยู่ในงานศพ ไม่สามารถพูดจาสื่อสารได้

525428

นางกรรณิการ์ อินทรสมบัติ อายุ 43 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 3 ส.ค. 64 สามีได้ขี่ซาเล้งพาน้องเวียร์ ลูกชายวัย 7 ขวบ ไปดูไร่ข้าวโพด ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านในหมู่บ้านทัพหมัน ประมาณ 3 กิโลเมตร สามีและลูกน้อยออกจากบ้านไปตั้งแต่เวลา 15.00 น. จนค่ำก็ยังไม่กลับบ้าน ตนก็คิดว่าสามีคงไปดื่มเหล้าที่บ้านเพื่อนในหมู่บ้าน

262768

กระทั่งเวลา 20.00 น. ตนก็รู้สึกร้อนใจ จึงได้ออกตามหาสามีตามบ้านเพื่อนในหมู่บ้าน แต่ก็ไม่เจอตัว จึงได้ไปตามหาที่ไร่ข้าวโพด ก็พบรถซาเล้งของสามีจอดอยู่ปากทางเข้าไร่ข้าวโพด แต่ไม่เจอตัวสามี พยายามเรียกหา แต่ก็ไม่มีการตอบรับ ตนจึงได้ไปบอกกับเพื่อนบ้านให้ช่วยกันออกตามหา และได้ไปดูหมอจากผู้เฒ่าในหมู่บ้าน ก็บอกว่าสามีและลูกของตนยังคงอยู่ในไร่อ้อย ตนและเพื่อนบ้านจึงออกตามหาในไร่อ้อยอีกครั้ง สุดท้ายเพื่อนบ้านก็ไปเจอสามีตนนอนเสียชีวิตอยู่ใต้ต้นประดู่ สภาพนอนแน่นิ่ง ท้ายทอยมีแผลกระแทกด้วยของแข็ง มีน้องเวียร์ ลูกชายวัย 7 ขวบนอนเฝ้าอยู่ตลอด น้องเวียร์ตัวเปื้อนฝุ่นทั้งตัว เพราะนั่งเฝ้าศพพ่อถึง 8 ชั่วโมง และมีรอยยุงกัดเต็มตัว ตนพยายามสอบถามน้องเวียร์ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ลูกก็ไม่สามารถบอกอะไรได้ เนื่องจากเป็นเด็กสมาธิสั้น ไม่สามารถสื่อสารได้

นางกรรณิการ์ บอกอีกว่า ตนยังความคาใจว่าสามีอาจจะไม่ได้ล้มเสียชีวิต แต่อาจจะถูกใครตีหัวและจัดฉากว่าเป็นการหกล้ม เพราะในตอนที่ตนไปพบศพสามี แขนขาของสามีนอนเหยียดตรง ไม่เหมือนคนหกล้ม แต่ตนก็ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ เพราะสามีก็ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร อีกใจหนึ่งก็คิดว่าสามีจะตายด้วยโรคภัยหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยไปตรวจโรคเลยว่าเขาเป็นโรคอะไรบ้าง อย่างไรก็ตาม ตนจะเผาสามีในวันนี้ ส่วนในเรื่องคดีก็คงต้องปล่อยไป เพราะไม่มีหลักฐาน และไม่มีใครเห็นเหตุการณ์

นายวินัย อร่ามศรี อายุ 53 ปี ชาวบ้านที่เจอศพนายไววิทย์ในไร่อ้อย พาทีมข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุกลางไร่อ้อย ห่างจากหมู่บ้านทัพหมื่น ซึ่งเป็นบ้านของผู้ตายประมาณ 3 กิโลเมตร อยู่ห่างจากปากทางที่จอดรถซ้าเล้งประมาณ 100 เมตร

403774

จุดพบศพริมไร่อ้อยจะอยู่ใต้ต้นประดู่สูง 6 เมตร มีรากขนาดเล็กเท่านิ้วโป้ง ที่ชอนไชขึ้นมาจากดินประมาณ 1 เซนติเมตร รากลักษณะโค้งมล ไม่มีเหลี่ยม เป็นจุดที่ตำรวจสันนิษฐานว่าหัวของนายไววิทย์จะกระแทกกับรากไม้ดังกล่าวและเสียชีวิต ขณะเดียวกันข้าง ๆ จุดพบศพก็มีผลไม้และอาหารที่ญาติของนายไววิทย์มาวางไว้ตอนที่ทำพิธิเชิญวิญญาณ

181059

โดยนายวินัย อร่ามศรี คนที่พบศพนายไววิทย์ เปิดเผยว่า ในช่วงกลางคืนของวันเกิดเหตุ นางกรรณิการ์ได้มาบอกตนว่านายไววิทย์หายออกไปจากบ้าน แต่เจอรถซาเล้งจอดอยู่ที่ไร่อ้อย ตนและนางกรรณิการ์จึงพากันไปดูหมอดูในหมู่บ้าน หมอดูบอกว่านายไววิทย์และลูกชายยังคงอยู่ในไร่อ้อย ไม่ได้ไปไหน เพราะมีบางอย่างตรึงอยู่

547842

ตอนนั้นตนไม่คิดว่านายไววิทย์จะเสียชีวิต คิดเพียงว่าเขาอาจจะถูกผีบังตา ชาวบ้านจึงรีบออกตามหาในไร่อ้อย ตนจำได้ว่าเวลานายไววิทย์ไปไร่อ้อย ก็จะชอบไปนั่งเล่นใต้ต้นไม้ ตนจึงเดินตรงไปที่ต้นประดู่ริมไร้อ้อยก่อน ก็เห็นร่างของนายไววิทย์นอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น มีน้องเวียร์ ลูกชายวัย 7 ขวบนั่งอยู่ข้าง ๆ และเรียกพ่อตลอด ซึ่งน้องเวียร์เป็นเด็กไม่สมประกอบ ทำให้ไม่รู้ว่าพ่อเสียชีวิต และไม่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ได้ แต่ลูกของผู้ตายบอกว่าเห็น 6 คนเข้ามาในที่เกิดเหตุ

แม้ว่าตำรวจจะสันนิษฐานว่านายไววิทย์ลื่นล้มหัวกระแทกรากไม้ประดู่เสียชีวิต แต่ญาติก็ยังคงคาใจ ตั้งข้อสงสัยว่าศพของนายไววิทย์นอนเหยียดตรงเกินไป ไม่เหมือนคนหกล้ม แต่ญาติก็ไม่มีเงินที่จะผ่าพิสูจน์ และไม่มีพยาน จึงไม่ติดใจเอาความกับใคร

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *