ทวงหนี้โหด! สาวโดนยิง 5 นัดสุดอำมหิตห่อศพทิ้งป่า พยานชี้เป้ากระบะอุ้มตัว แม่เผยโทรขอ 6 หมื่น (คลิป)

ข่าวเด่น

เมื่อเวลา 19.00 น. ของวันที่ 2 ส.ค. 64 ร.ต.อ.สมหมาย รักษ์ชูชื่น ร้อยเวร สภ.เมืองพัทลุง รับแจ้งจากพลเมืองดี พบศพห่อด้วยผ้าปูที่นอนถูก มัดด้วยเชือก ทิ้งริมคลองบ้านสะพานหยี ท้องที่ ม.6 ต.นาโหนด อ.เมือง จ.พัทลุง

840921

ในที่เกิดเหตุริมคลองสะพานหยี เจ้าหน้าที่พบศพถูกห่อด้วยผ้าปูที่นอนมัดหัวมัดท้ายด้วยเชือกไนล่อน เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดออกดูด้านในห่อซ้ำด้วยเสื้อกันฝน พบศพ น.ส.จิราพร เพ็ชรรัตน์ หรือ ก้อย อายุ 29 ปี ภูมิลำเนา ต.ชัยบุรี อ.เมือง จ.พัทลุง สภาพศพ สวมกางเกงยืดขาสั้นสีดำ สวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้น มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซอง เข้าบริเวณชายโครงซ้ายและแขนซ้าย หลายนัด จากการตรวจสอบคาดว่า น.ส.จิราพร เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน

872001

ตรวจสอบว่าชั้นนอกศพถูกห่อด้วยผ้าปูที่นอน ลายดอกไม้สีฟ้า ชั้นที่ 2 ห่อด้วยเปลสนามสีดำ ชั้นที่ 3 ห่อติดกับศพด้วยเสื้อกันฝนสีส้ม และในห่อศพมีเสื้อยืดแขนยาวสีส้มติดมากับศพ 1 ตัว

732509

ล่าสุด วันที่ 3 ส.ค. 64 ทีมข่าว ทีวี ลงพื้นที่ไปยังที่เกิดเหตุ บริเวณคลองชลประทาน ท้องที่ หมู่ 6 ต.นาโหนด อ.เมือง จ. พัทลุง ลักษณะที่เกิดเหตุ เป็นป่ารกทึบ ห่างจากคลองชลประทาน 100 เมตร ในที่เกิดเหตุมีขนำร้าง 1 หลัง เดินเข้าไปตามป่าประมาณ 70 เมตร พบทางลงเป็นหนองน้ำที่จะทะลุไปยังถนนลาดยาง เส้นทางเข้าสู่คลองชลประทานอีกด้าน รอบจุดที่เจอศพไม่มีไฟส่องสว่าง และกล้องวงจรปิด

586921

ส่วนบริเวณใกล้กับที่เกิดเหตุมีบ้านตากอากาศของกรมชลประทาน 1 หลัง ติดป้ายเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยบ้านพักหลังนี้ไม่มีคนอยู่

นางปรีดา เพ็ชรรัตน์ อายุ 62 ปี แม่ของ น.ส.ก้อย ผู้ตาย เปิดใจว่า ลูกสาวได้แยกไปอยู่กับสามีของเขาที่ อ.เขาชัยสน ได้ประมาณ 3 ปีแล้ว แต่ก็ไป ๆ มา ๆ ที่บ้านเป็นประจำ วันที่ลูกสาวมาหาแม่ที่บ้านล่าสุดก่อนจะถูกอุ้มไป คือ วันพฤหัสบดีที่ 29 ก.ค. ลูกสาวได้ขี่จักรยานยนต์มาหาตนที่บ้าน มานอนด้วย 1 คืน โดยบอกว่าจะมาเก็บเสื้อผ้าไปทำงาน รับจ้างเลี้ยงดูผู้สูงอายุแค่นั้น โดยไม่ได้บอกว่ามีปัญหากับใคร หรือเล่าอะไรให้ฟัง

606968

จากนั้น วันศุกร์ที่ 30 ก.ค. ช่วง 15.00 น. ลูกสาวได้เดินทางออกจากบ้านเพื่อกลับไปที่บ้านสามีที่ อ.เขาชัยสน ไปถึงบ้านสามี ก็ราว 16.00 น. จนกระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. แม่สามีของลูกสาวโทรมาหาตนว่า “ทำใจดี ๆ นะ ก้อยถูกอุ้มไปแล้ว” ตนก็ถามว่าใครอุ้มก้อยไป แต่แม่สามีของก้อยก็บอกว่าไม่รู้ว่า ตนก็เลยพยายามโทรไปหาก้อย แต่ก็ไม่รับสาย

จากนั้นเวลา 19.30 น. ก้อยโทรกลับมาบอกว่า “แม่หาเงินให้ก้อยหน่อย 60,000 บาท ก้อยจะเอาเงินไปคืนเพื่อน” ตนก็บอกว่าจะเอาไปใช้หนีใคร เงินเยอะแยะขนาดนี้จะหาที่ไหน ก้อยก็บอกว่า “แม่ไม่ต้องถามหรอก หาเงินมาให้ก้อย โอนมาให้ก้อยหน่อย ถ้าหาเงินมาได้เขาจะปล่อยตัวก้อย” ต่อมาเห็นท่าไม่ดี ตนเหมารถรับจ้างคนแถวบ้านให้ไปส่งที่บ้านแม่สามีของก้อย เพื่อจะไปคุยว่าช่วยหาเงินให้ก้อยหน่อยได้หรือไม่ แต่แม่สามีของก้อยก็บอกว่าไม่มี ไม่รู้จะไปหาจากไหน

793547

ซึ่งตอนนั้น ตนยอมรับว่ามืดแปดด้าน ไม่รู้จะไปหายืมเงินใครมาไถ่ตัวก้อย จึงตัดสินใจเดินทางไปที่ สภ.เขาชัยสน ไปขอคำปรึกษากับตำรวจ แต่ในขณะที่ตนกำลังปรึกษาตำรวจอยู่นั้น ประมาณ 21.00 น. ก้อยได้โทรเข้ามา แล้วก็บอกว่า “เขาลดให้เหลือ 30,000 บาท แม่หาเงินโอนมาให้ก้อยหน่อยได้ไหม เขาจะปล่อยตัวก้อยเลย” ตนก็บอกว่ากำลังหาอยู่ พรุ่งนี้ได้ไหม ตอนนี้ดึกแล้วไม่รู้จะหาที่ไหน แล้วก้อยก็วางสายปิดเครื่องหายไปทั้งคืน

942771

จนกระทั่ง 08.30 น. วันเสาร์ที่ 31 ก.ค. ก้อยโทรเข้ามาหา และได้คุยเป็นครั้งสุดท้าย ก้อยโทรมาบอกว่า “แม่ แม่ แม่ต้องหาเงินโอนมาให้ก้อยนะ เขาให้เวลาก้อยถึงแค่เที่ยงวันนี้ ตนก็เลยตอบไปว่า ขอเวลาหน่อยนะ แม่กำลังหาเงินอยู่” แล้วก็มีเสียงผู้ชาย ตะโกนเข้ามาในสายว่า “มึงบอกแม่มึงนะ ให้รีบโอนเงินมาก่อนเที่ยง” แล้วก็ตัดสายไปติดต่อกับก้อยไม่ได้อีก ตนจึงตัดสินใจเดินทางไปแจ้งความกับตำรวจ ลงบันทึกประจำวันไว้ว่าลูกสาวถูกอุ้มไป บอกให้ญาติให้ช่วยกันตามหา

“ตนวอนให้ตำรวจจับตัวคนร้ายที่ฆ่าลูกสาวอย่างโหดเหี้ยมมาดำเนินคดีให้ได้ แม่มีลูกสาวคนเดียว ทำไมคนร้ายถึงทำกับลูกสาวอย่างกับหมูกับหมา บ้านเมืองนี้มันไม่มีขื่อมีแปแล้วหรือไง ถึงได้ทำกันถึงขนาดนี้ รับไม่ได้ มันโหดร้ายเกินไป ขนาดไปปรึกษากับตำรวจแล้ว ตอนลูกสาวยังมีชีวิตอยู่ แต่ตำรวจก็ช่วยอะไรไม่ได้ แม่ทำเต็มที่แล้ว แต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตลูกได้” แม่ผู้ตาย กล่าวทั้งน้ำตา

313100

นายโกก ผู้พบศพเป็นคนแรก เล่าว่า วันที่เจอศพ ตนไปปักเบ็ดหาปลาคนเดียวอยู่บริเวณที่พบศพ ช่วงประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 2 ส.ค. จากนั้นก็เดินไล่ปักเบ็ดไป จนกระทั่งไปได้กลิ่นอะไรเหม็นเหมือนกลิ่นศพ จึงเดินเข้าไป ดูปรากฏว่าไปเจอผ้าสีฟ้าห่อ เป็นแนวยาวคล้ายกับห่อศพคน ก็ตกใจเดินถอยหลังออกมาเพราะมั่นใจว่าสิ่งที่เห็นคือศพ แล้วก็ทิ้งเบ็ดที่ถืออยู่ในมือ วิ่งกลับบ้านไปบอกกับญาติที่เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บอกว่าไปเจอศพใครไม่รู้มาถูกทิ้งไว้ที่ข้างหนองน้ำ คลองชลประทาน ยอมรับว่ากลัวมาก ไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเข้ามาหาปลาที่จุดนี้เป็นประจำ แต่ก่อนเจอศพ 3 วัน ไม่ได้เข้ามาหาปลา เพราะว่าติดงานประจำ

cg

ก่อนหน้านี้ที่เข้ามาหาปลา ก็เดินมาจุดนี้ที่พบศพแต่ไม่เห็นศพ แสดงว่าคนร้ายเพิ่งจะเอาศพมาทิ้งไว้ หรือมาทิ้งช่วง 3 วันที่ตนไม่ได้เข้ามาหาปลา แต่ก่อนหน้านี้ไม่เคยเห็นใครแปลกหน้าเข้ามาที่จุดที่พบศพ ส่วนตัวตอนนี้ยอมรับว่าช็อกมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ภาพนั้นยังคงติดตาอยู่ถึงตอนนี้

ด้าน น.ส.สาสิณีย์ อายุ 37 ปี ลูกพี่ลูกน้องผู้ตาย เล่าว่า ก่อนวันที่ก้อยจะหายตัวไป คือวันเดียวกันที่ก้อยมาหาแม่ ก้อยมาหาที่บ้าน

แต่วันนั้นไม่ได้พูดคุยอะไรกัน แต่ก่อนหน้านี้ก้อยเคยโทรมาบ่นให้ฟังว่าก้อยติดหนี้ เป็นหนี้แชร์ลูกโซ่ แต่ไม่ได้บอกว่าไปติดหนี้หรือเล่นแชร์กับใคร

ซึ่งวันที่ก้อยมาที่บ้านวันสุดท้าย ก่อนมีสีหน้าเหมือนคนเศร้าหมอง หลังจากนั้น ก็มารู้จากแม่ก้อยว่าก้อยลูกอุ้ม แล้วก็ไม่ได้บอกว่าต้องหาเงินไปไถ่ตัวก้อย ตนก็ทำได้อย่างเดียวคือพยายามโทรติดต่อกับก้อย แต่ก็ติดต่อไม่ได้ ยอมรับว่าเสียใจมากที่ ก้อยต้องจากไปแบบนี้ ก้อยเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ แค่บีบคอก้อยก็ตายแล้ว ทำไมถึงต้องทำกันแบบนี้

“ถ้าก้อยได้ยินอยู่ เกิดชาติหน้าฉันใดก็ขอให้กลับมาเป็นพี่น้องกันอีก ขอให้ก้อยไปสู่ภพภูมิที่ดี ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรแล้ว” น.ส.สาสิณีย์ กล่าว

531598

ขณะเดียวกันภาพจากกล้องวงจรปิด มีรถต้องสงสัยที่สอดคล้องกับผู้เห็นเหตุการณ์ ขับรถมาปาดหน้าผู้ตาย ก่อนจะมีผู้ชายลักษณะตัดผมเกรียน ลงมาจากรถแล้วยืนเจรจากับผู้ตาย จะนำตัวผู้ตายขึ้นรถหายไปในเวลาประมาณ 16.40 น. ของวันที่ 31 ก.ค. 64 ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิด จะเห็นรถกระบะอีซูซุ 4 ประตูสีขาว ขับผ่านกล้องวงจรปิดไปในเวลา 16.45 น.

ล่าสุดเมื่อช่วง 19.20 น. นายด้วง (นามสมมติ) พยานปากสำคัญ เห็นจังหวะที่ น.ส.ก้อย ถูกคนร้ายขับรถปาดหน้าแล้วก็พาตัวขึ้นรถไป เปิดเผยว่า ตนยอมรับว่าเห็นเหตุการณ์จริง ตอนนั้นช่วงประมาณ 16.40 น. ตนเดินเล่นอยู่ตรงหน้าวัด ที่อยู่ตรงข้ามบ้านกับบ้านของสามีผู้ตาย พอเดินมาถึงตรงหน้าวัดก็เห็นรถกระบะสีขาวคันเดียวกันกับในกล้องวงจรปิด แต่จำทะเบียนรถไม่ได้

cg2
cg3

ซึ่งเห็นว่ารถกระบะคันดังกล่าวได้ขับรถปาดหน้ารถของผู้ตาย ที่ตรงหน้าบ้านสามีของผู้ตาย แล้วก็ลงเห็นผู้ชายทรงผมเกรียนลงมายืนคุยกับผู้ตายไม่กี่นาที จากนั้นก็เห็นว่าคนที่ลงมาคุยนำตัวผู้ตายขึ้นรถออกไป แต่ไม่เห็นคนในรถว่ามากันกี่คน

255165

โดยวันนี้ จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจพบว่าสัญญาณโทรศัพท์ของผู้ตายได้หายไปใกล้กับที่เกิดเหตุ บริเวณบ้านพักตากอากาศที่เลยที่พบศพประมาณ 150 เมตร ในเวลา 19.00 น. ของวันที่ 31 ก.ค.

ซึ่งตำรวจคาดว่าผู้ตายจะตายในช่วงเวลา 18.00-19.00 น. ของวันที่ 31 ก.ค. แล้วถูกน้ำศพไปทิ้งช่วงประมาณ 19.00-21.00 น. ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับสัญญาณโทรศัพท์ของผู้ต้องสงสัยที่หายไปตรงจุดเดียวกัน ในเวลา 22.00 น. คืนวันเดียวกันกับวันที่สัญญาณโทรศัพท์ของผู้ตายหายไป

395560

จากการตรวจสอบบนเฟซบุ๊กของผู้ตาย มีการโพสต์ข้อความทั่วไป เมื่อเดือน มิ.ย. 64 มีการเปลี่ยนภาพโพรไฟล์ และข้อความทั่วไป ไม่เกี่ยวกับการเชื่อมโยงเรื่องปมติดหนี้ก่อนจะเสียชีวิต

ล่าสุด ตำรวจได้พุ่งเป้าไปที่ปมหนี้สิน ที่ผู้ตายไปกู้ยืมเงินกับผู้ที่มีอิทธิพลในพื้นที่ และจะเร่งสืบสวนติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *