ลูกจ้างแสบใช้ผ้าบังตาฉกเงินนายจ้างได้ 2 ล้าน สื่อสืบเจอบ้านหรูถอยรถใหม่ (คลิป)

ข่าวเด่น

กรณีร้านอาหารทะเล ย่านแพรกษาใหม่ จ.สมุทรปราการ เผยแพร่คลิปวงจรปิดเผยนาทีที่นางนิรชา จำเนียร หรือ เจี๊ยบ อายุ 42 ปี แคชเชียร์พาร์ตไทม์ของร้านกำลังแอบขโมยเงินสดจากเครื่องเก็บเงิน

โดยวิธีนำเงินที่ต้องการจะขโมย มีการยกเลิกบิลที่ลูกค้ามารับประทานอาหารในร้านมาวางไว้ก่อนเป็นชั้นแรก จากนั้นก็จะนำเงินที่ต้องส่งให้เจ้าของร้านมาวางทับเป็นชั้นที่ 2 โดยการวางเงินให้เหลื่อมกันไว้ระหว่างชั้นเพื่อสะดวกในการหยิบ จากนั้นเมื่อสบโอกาส ก็จะใช้ถุงผ้าวางทับด้านบน แล้วใช้ถุงผ้าในการหยิบเงินกองดังกล่าว โดยพฤติกรรมก่อเหตุได้เงินเฉลี่ยวันละประมาณ 10,000-20,000 บาท รวมเบ็ดเสร็จกว่า 2 ล้านบาท

นางสาวเกตุชญา อธิธนัทกุล อายุ 33 ปี เจ้าของร้าน พาทีมข่าวเข้าไปดูภายในห้องแคชเชียร์ ลักษณะเป็นห้องกระจก มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในห้องคัดเชียร์ประมาณ 2 ตัว มุมเก็บเงิน และมุมสูงเห็นบรรยากาศในห้อง ส่วนนางเจี๊ยบนั้นมีลักษณะนำขวดน้ำมาวางใกล้กับหน้ากล้องวงจรปิด แล้วยังนำเอกสารใบเสร็จมาวางตั้ง เพื่อหวังจะบังมุมกล้องไม่เห็นจุดที่มีการซุกซ่อนเงิน

และวิธีการที่นางเจี๊ยบใช้สำหรับโกงเงินคือ มีการคีย์ข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งรับออเดอร์ให้กับลูกค้า จากนั้นเมื่อถึงช่วงที่ลูกค้าเรียกเก็บเงิน ก็จะมีการปริ้นใบสรุปรายการอาหารและยอดรวม เพื่อเรียกเก็บเงินจากลูกค้า โดยใบดังกล่าวจะถูกนำไปวางบนโต๊ะให้ลูกค้า เมื่อลูกค้าจ่ายเงินสดมาแล้ว นางเจี๊ยบก็จะนำเงินใส่เข้าไปในลิ้นชักหรือบางทีก็แอบยัดไว้ในจุดที่กล้องมองไม่เห็น และไม่ได้มีการปรินต์ใบเสร็จหรือใบยืนยันการรับเงินเข้าระบบ จากนั้นก็ส่งใบเรียกเก็บเงินตัวเดิมคืนให้กับลูกค้า เสมือนเป็นใบเสร็จรับเงิน จากนั้นก็จะยกเลิกออร์เดอร์ ทำนองว่าลูกค้ายกเลิกโต๊ะหรือยกเลิกอาหาร จนกระทั่งระยะหลังได้เข้าไปเปิดดูในระบบ จึงพบว่ามีการยกเลิกออร์เดอร์บ่อยครั้ง ร้านจึงได้มีการตรวจสอบย้อนหลังก็พบว่ามีการยกเลิกออร์เดอร์ซึ่งคิดเป็นมูลค่าราวประมาณ 2,036,282 บาท

นางสาวเกตุชญา อธิธนัทกุล เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ที่ผ่านมายอมรับว่าร้านค่อนข้างที่จะไว้ใจ และไม่ได้มาตรวจสอบระบบย้อนหลัง เพราะเนื่องจากนางเจี๊ยบ พ่อตนเป็นคนรับเข้ามาทำงานกับมือ จึงเชื่อว่าพ่อมีการคัดเลือกคนที่ไว้ใจเข้ามาทำงานเกี่ยวกับเงินของร้าน แต่ก็ไม่คิดว่าสุดท้ายจะมีการโกงเงินไปมากเท่านี้ ส่วนตัวรู้สึกช้ำใจหนักที่การขโมยเงินของนางเจี๊ยบมีการโกงรายวัน เฉลี่ยวันละประมาณ 10,000-20,000 บาท และเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาไปดูยอดเงินที่หายไปรวมกว่า 300,000 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ เมื่อมีการตรวจสอบย้อนหลัง ก็พบว่ามีการยกเลิกออเดอร์อีกนับไม่ถ้วน

ซึ่งช่วงที่พ่อยังมีชีวิตอยู่ เริ่มล้มป่วยจากโรคมะเร็งระยะสุดท้าย ตอนนั้นครอบครัวค่อนข้างยุ่งกับการพาพ่อไปรักษาตัว จึงไม่มีเวลาที่จะดูร้านด้วยตัวเอง ปล่อยให้นางเจี๊ยบคอยเก็บเงินและเคลียร์เงินอยู่ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ จากนั้นก็พบว่าจำนวนเงินในร้านเริ่มหายไป ส่วนตัวยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ยากที่จะทำใจได้ เพราะไม่คิดว่าจะเป็นพฤติกรรมที่ทำต่อหน้าหรือทำแบบไม่มีใครสามารถจับได้ ส่วนตัวอยากจะฝากเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับนายจ้าง เกี่ยวกับการไว้วางใจพนักงานแคชเชียร์ ซึ่งหากเป็นไปได้ก็อยากให้มีระบบที่รัดกุม หรือเข้ามาตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้เกิดเหตุแบบนี้ขึ้น

พฤติกรรมแสบของนางเจี๊ยบ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2560 ได้มาเล่นวงแชร์ร่วมกับตนเองและคนในหมู่บ้านรวม 40 คน ซึ่งครั้งนั้นนางเจี๊ยบจะต้องจ่ายเงินวงแชร์เดือนละ 2,500 บาท และเมื่อถึงครบรอบเปียแชร์นางเจี๊ยบได้เงินไปจำนวน 70,000 กว่าบาท แต่เมื่อได้เงินไปแล้วก็หยุดที่จะจ่ายเงินแชร์รายเดือน และเมื่อตัวเองไปติดตามทวงถามนางเจี๊ยบก็ทำเป็นลอยหน้าลอยตา ไม่สนใจที่จะจ่ายเงิน สุดท้ายตัวเองก็ต้องเป็นคนจ่ายเงินแทนนางเจี๊ยบ เพื่อที่จะให้ลูกแชร์ได้เงินครบ ส่วนตัวไม่รู้ว่าเหตุการณ์นั้นจะเป็นจุดเริ่มต้นของการโกงคนอื่นหรือไม่ แต่ก็ไม่คิดว่านางเจี๊ยบจะทำเรื่องใหญ่ได้ถึงขนาดนี้

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *