กระบะฝ่าสายฝน เสียหลักอัดท้ายรถรถตีเส้นจราจร ดับ 3 ศพ เจ็บอีก 1

ข่าวเด่น

หนุ่มสาวนั่งกระบะฝ่าสายฝน ลื่นไถลอัดท้ายรถบรรทุกกรมทางหลวง ขณะจอดตีเส้นจราจร ดับคาซากรถทั้งคู่ คนงานโชคร้าย ดับ 1 เจ็บอีก 1 ราย

เมื่อเวลา 1.00 น. วันที่ 11 กรกฎาคม 2564 พ.ต.ท.รัตพล วรรณะ สว.สอบสวน สถานีย่อยเขาเขียว อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุรถยนต์กระบะ เสียหลักลื่นไถลสายฝน พุ่งชนอัดท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ ของกรมทางหลวง ขณะจอดตีเส้นจราจร มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 3 ราย เหตุเกิดบนถนนมอเตอร์เวย์ สาย 7 ตอนที่ 2 ช่วงบริเวณสะพานสวนผีเสื้อ ฝั่งขาเข้าพัทยา ม.9 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงรีบรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ ศรีราชา

ที่เกิดเหตุเป็นถนนเส้นทางหลัก ที่บริเวณเลนขวาสุดพบรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 82-5792 ปราจีนบุรี ของกรมทางหลวง เป็นหน่วยตีเส้นจราจร จอดอยู่ ที่บริเวณท้ายรถอยู่ในสภาพพังเสียหาย ใกล้กันพบศพคนงานตีเส้นจราจร ทราบชื่อ นายอนุชิต จิตรักษ์ อายุ 24 ปี ชาว จ.อุบลราชธานี และนายสุวิชา การรินทร์ อายุ 37 ปี คนงานตีเส้นจราจร ได้รับบาดเจ็บจากการถูกกระแทก เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา

ถัดมาพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 ฒษ 7451 กรุงเทพมหานคร แต่งซิ่ง อยู่ในสภาพพังเสียหาย ภายในพบผู้เสียชีวิต 2 ศพ ผู้ขับขี่ทราบชื่อคือ นายวินัย ลีดี อายุ 30 ปี และ น.ส.อำภา จันทนี อายุ 33 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี ทั้งคู่ถูกคอนโซนหน้ารถกดทับไม่สามารถนำร่างออกมาได้ เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่าง เพื่องัดประตูออก ซึ่งใช้เวลากว่า 15 นาที จึงสามารถนำตัวออกมาได้ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบ นายสมัย จูงพันธ์ อายุ 46 ปี เจ้าหน้าที่ตีเส้นจราจร กรมทางหลวง ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สอบถาม นายสมัย จูงพันธ์ อายุ 46 ปี เจ้าหน้าที่ตีเส้นจราจร กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองได้พาคนงานมาตีเส้นจราจรในบริเวณดังกล่าว ซึ่งมีการวางจุดบอกสัญญาณจราจรไว้แล้ว แต่ทันใดนั้นก็ได้มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ตนเองและคนงานก็กำลังจะเก็บของออกจากจุดเกิดเหตุ ระหว่างนั้นก็ได้มีรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ขับขี่ฝ่าสายฝน มาด้วยความเร็ว จากเลนกลาง ก่อนที่จะลื่นจนพุ่งมาชนอัดท้ายรถบรรทุกและคนงาน ส่งผลให้คนงานเสียชีวิต 1 ราย และเจ็บอีก 1 ราย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบในพื้นที่แล้ว ทั้งนี้สันนิษฐานว่าผู้ขับขี่น่าจะไม่ชำนาญทาง ประกอบกับความมืดและสายฝนที่ตกลงมา ทำให้การมองเห็นลดน้อยลง ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์สลดใจดังกล่าวขึ้น ทั้งนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่จะมีการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ส่วนศพผู้เสียชีวิต ได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง เพื่อรอญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *