ลูกเลี้ยงปัดร่วมแก๊งลวงโลกท้องทิพย์ สุดยัวะโดนแหกตา แฉพิรุธผ้าห่อศพหัวบุบ (คลิป)

ข่าวเด่น

กรณีภาพวงจรปิดในร้านกาแฟ ภายใน รพ.เจ้าพระยายมราช ช่วงเย็นของวันที่ 20 พ.ค.64 จับภาพ น.ส.กรกนก ที่อ้างว่าจะไปโรงพยาบาลเพื่อรับศพลูกแฝดชายที่เสียชีวิต โดยภาพจากกล้องวงจรปิด เวลา 16.06 น. ปรากฎภาพน.ส.กรกนก เดินเข้ามาในร้านพร้อมกับถุง 1 ใบ ก่อนจะวางกระเป๋า และคุยโทรศัพท์ มีท่าทีมองซ้ายมองขวา และเดินไปพูดคุยกับชายอีกคนที่อยู่ในร้าน และเดินกลับไปนั่งตามเดิม

ต่อมาเวลา 16.08 น. น.ส.กรกนก หยิบกระดาษจากถุงใบดังกล่าวออกมา พร้อมกับผ้าขนหนู และ ทำบางอย่างกับผ้าหลังถุง และมีการหยิบผ้าออกมาอีกหลายผืนคล้ายการห่อผ้า กระทั่งเวลา 16.12 น. น.ส.กรกนก นำห่อผ้าใส่ลงไปในถุงใบดังกล่าวอีกครั้ง และนั่งเล่นโทรศัพท์ ก่อนเวลา 16.13 น. จะนำผ้าออกมาอีกครั้งและห่อใหม่ จากนั้นเวลา 16.53 น. นายนัท ก็เข้ามารับออกไป

ล่าสุดวันที่ 24 พ.ค.64 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่ไปยังร้านกาแฟดังกล่าว ได้พูดคุยกับพนักงานในร้านกาแฟ เปิดเผยว่า เวลาประมาณ 16.00 น. น.ส.เตยเดินเข้ามาในร้านสีหน้าท่าทางค่อนข้างเรียบเฉย แต่มีการมองไปมองมา และไม่ได้สั่งกาแฟแต่อย่างใด พวกตนก็ไม่ได้สงสัยว่าทำอะไร คิดว่าคงเป็นลูกค้านำผ้าใส่กระเป๋าธรรมดา มาเยี่ยมคนไข้ 

โดยก่อนหน้านี้ พวกตนก็ไม่เคยเห็นน.ส.เตย มาก่อน จนมารู้ว่าเป็นคนเดียวกันที่ตกเป็นข่าว และอยากให้น.ส.เตย พูดความจริง เพราะเรื่องเกิดขึ้นและกลายเป็นเรื่องใหญ่โตมาก หลายคนเดือดร้อน แพทย์และบุคลากรก็มีความเหน็ดเหนื่อย เรื่องโควิด-19 ก็หนักพอแล้ว มาเจอแบบนี้อีก เป็นเพียงเรื่องไร้สาระเรื่องหนึ่ง ส่วนตัวรู้สึกแย่เหมือนกันกับน.ส.เตย เพราะคิดไม่ดีกับโรงพยาบาลตั้งแต่แรก จึงอยากให้ได้รับโทษตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเอาผิด น.ส.กรกนก ฐานแจ้งความเท็จแก่เจ้าพนักงาน หรือผู้อื่นจนทำให้เกิดความเสียหาย มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเจ้าตัวยอมรับทุกข้อกล่าวหา พร้อมทั้งพิมพ์ลายนิ้วมือประกอบคำรับสาภาพ ก่อนถูกนำตัวส่งฟ้องศาลแขวงสุพรรณบุรี และศาลได้อนุมัติปล่อยตัวชั่วคราว โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ เนื่องจากไม่มีพฤติกรรมหลบหนี พร้อมสั่งให้พนักงานสอบสวนสอบประวัติของน.ส.กรกนก ว่าพฤติกรรมอย่างไร และนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 28 มิ.ย.64

ต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานตำรวจภูธร จ.สุพรรณบุรี ทนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ได้เดินทางมาพบ พล.ต.ต.ชมชวิน ปุระธนานนท์ ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี เพื่อเข้ายื่นหนังสือ อ้างว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความผิดที่รัฐเป็นผู้เสียหาย

ทนายสงกรานต์ กล่าวว่า ในฐานะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม มีความห่วงใย เพราะเรื่องนี้มีการไปจดแจ้งต่อพนักงานสอบสวน โดยลงบันทึกประจำวันเพื่อเอาเป็นหลักฐานและมีการร้องสื่อเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ดังนั้นในกระบวนการยุติธรรมถือว่าเป็นความเสียหาย เชื่อว่าเรื่องนี้ผู้หญิงทำคนเดียวไม่ได้ เพราะฝ่ายชายให้สัมภาษณ์ว่ามีการลูบท้อง แม้แต่เรื่องโลงศพ ได้สอบถามร้านขายหลายแหล่ง ให้ข้อมูลว่าโลงขนาดนี้ปกติต้องสั่งทำพิเศษ แม้กระทั่งรถกระบะมีการขับวนไปภายในโรงพยาบาล ต้องบอกว่าเป็นการสร้างหลักฐานหรือไม่ แต่ตอนนี้ทราบว่าฝ่ายหญิงโดนแจ้งข้อหาแล้ว

ทีมข่าวยังได้เดินทางไปพบ น.ส.พลอย อายุ 19 ปี ลูกเลี้ยงของนายนัท เปิดเผยว่า ตนเป็นคนที่ไปรับศพเด็กในวันดังกล่าวด้วย โดยไปทั้งหมด 4 คน คือ นายนัท (ขับรถ) หลวงตา (นั่งข้างคนขับ) น.ส.เตย (นั่งหลังคนขับ) และตน (นั่งหลังหลวงตา) โดยเวลาประมาณ 15.00 น. ตนมารอที่วัดสวนแตง เพราะทราบมาว่าลูกของน.ส.เตย เสียชีวิต เมื่อไปถึงวัดศพเด็กยังไม่มา น.ส.เตยบอกกับตนว่าต้องไปรับศพเองที่โรงพยาบาล เมื่อไปถึงที่โรงพยาบาลก็นำรถไปจอดที่ลานจอดรถ และพ่อตนก็บอกให้ตนและน.ส.เตย ลงไปด้วยกันเพื่อที่จะไปรับศพ 

เมื่อตนและน.ส.เตย เดินไปถึงโต๊ะม้าหินอ่อน บริเวณหน้าโรงพยาบาล น.ส.เตย บอกให้ตนไปหยิบเอกสารที่รถ โดยเป็นสำเนาทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชนของ น.ส.เตย และพ่อ จำนวน 4 ใบ ตนจึงเดินไปที่รถและหยิบมาให้ จากนั้นน.ส.เตย จึงเดินหายไป ตนก็นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ที่ม้าหินอ่อน กระทั่งน.ส.เตยโทรศัพท์มาหาตนเพื่อสอบถามเส้นทาง โดยน.ส.เตยบอกว่า “ทางที่เคยมา ทางมันปิด ต้องไปทางไหน” ตนจึงสอบถามว่าอยู่บริเวณไหน จะได้เดินไปหา เพราะตนค่อนข้างรู้จักและคุ้นพื้นที่ในโรงพยาบาล แต่น.ส.เตยเงียบไปสักพัก ก่อนจะบอกว่าเจอแล้ว และวางสายไป คาดว่าช่วงเวลานี้ น.ส.เตย กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ภายในร้านกาแฟ

ทั้งนี้ ตนพยายามขอวิดีโอคอลดูหน้าเด็ก แต่น.ส.เตย ไม่รับโทรศัพท์ และพิมพ์บอกว่ากำลังใส่เสื้อผ้าให้เด็ก รับสายไม่ได้ ต่อมาพ่อตนโทรศัพท์ให้ตนไปซื้อธูป เมื่อกลับมาถึงก็เห็นน.ส.เตย ยืนรออยู่บริเวณประตูทางออกแล้ว เป็นช่วงเวลาที่ไม่นานมาก ประมาณ 2 นาที ก่อนที่ตนจะอาสาถือถุงที่น.ส.เตย ถืออยู่ในมือตามภาพที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด โดยในถุงดังกล่าว ประกอบเสื้อผ้าเด็กจำนวนหลายชุด ตนยังคุยกับน.ส.เตย อยู่เลยว่าจะเปลี่ยนชุดไหนให้เด็ก ก่อนที่หลวงตาจะให้น.ส.เตย ผูกสายสิญจน์กับผ้าที่คลุมเด็ก ตนก็พยายามจับช่วงหัวเด็ก แต่ไม่โดนตัวเด็กเลย พ่อของตนก็จุดธูปบอกว่ากลับบ้านนะลูก เมื่อถึงวัดน.ส.เตย ก็นำห่อผ้าใส่ในโลงศพ เพราะคิดว่ามีเด็กอยู่ด้านใน ไม่มีใครเอะใจใด ๆ แต่เมื่อเปิดมาก็เป็นไปตามที่ปรากฏในคลิป

นอกจากนี้ ตนมีข้อสงสัยอยู่หลายอย่าง คือ 1.น.ส.เตย บอกว่ารถรับศพเต็ม แต่ตนสังเกตเห็นรถพยาบาลจอดที่โรงพยาบาลหลายคัน 2.ปกติจะรับศพที่ห้องปลายฟ้า โดยพระจะต้องเข้าไปด้วย แต่น.ส.เตย บอกว่าจะขึ้นไปชั้น 3 และให้หลวงตารอที่รถ และไม่ให้ตนเข้าไปดู และ 3.น.ส.เตย เข้าไปรับศพเร็วกว่าปกติ ตนเพิ่งรู้จักกับน.ส.เตย ที่ผ่านมาก็คุยกันตลอดว่าลูกเป็นอย่างไร ตนเชื่อมาโดยตลอด ส่วนที่น.ส.เตย อ้างว่าแท้ง ตนไม่เคยเห็นมาก่อนว่าไปแท้งที่ไหน และเขาก็ตั้งชื่อลูกไว้แล้ว ผู้ชายชื่อ ธัน ผู้หญิงชื่อ ทับทิม

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *