หมอปลา มีอะไรกับผี ! ป่วยหาสาเหตุไม่ได้ ศีรษะยุบ ปวดหัวหนัก

ข่าวเด่น

เขาคือว่าที่วิศวกรหนุ่มอนาคตไกล คือความหวังของครอบครัว แต่เมื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์หยิบยื่นหน้าที่อันยิ่งใหญ่ในการช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากให้ หมอปลา ก็มิอาจหลีกเลี่ยงได้ ต้องเดินหน้าต่อไป พร้อมแบกรับชะตากรรมของมือปราบสัมภเวสี เมื่อได้มาเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษในรายการ Club Friday Show หมอปลา มาพร้อมภรรยาคนสวย น้ำฟ้า ได้เปิดหมดใจถึงเรื่องราวการช่วยเหลือผู้คนโดยไม่หวังผลตอบแทน และความรักที่มาจากใจจริงแท้ ไม่ได้มาด้วยคาถาเวทมนต์อันใด พร้อมยอมรับที่มาออกรายการ Club Friday Show เพราะน้ำฟ้า ภรรยาสุดที่รักเป็น FC ตัวยง พี่อ้อย พี่ฉอด ถึงขั้นเอาทะเบียนสมรสมาขอลายเซ็น

หมอปลา : ผมเริ่มเห็นผีตอนที่ผมเรียนใกล้จบ ซึ่งถ้าย้อนกลับไป ผมเคยเห็นผีตอน 7-8 ขวบ ตอนนั้นเห็นแล้วก็ลืม แต่ก็กลัวผี มาเริ่มเห็นจริงจัง ตอนเรียนมหาวิทยาลัยเกือบจบแล้ว ตอนนั้นผมนอนอยู่ แล้วผีมันมากอด มาลวนลาม จะมามีเพศสัมพันธ์กับเรา ตอนเรียนถึงผมมีแฟน แต่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์เลยนะครับ แม้กระทั่งจับมือถือแขนก็ไม่เคยนะ เพราะผมจะคิดแบบคนโบราณ เราต้องให้เกียรติครอบครัวผู้หญิง แต่ตั้งแต่ผมสัมผัสกับผี ผีมามีอะไรกับผม ทั้งผีผู้หญิง ผู้ชาย ผมเจอหมด ผมก็พยายามหาเหตุผลว่าทำไมเราต้องมาเจอเหตุการณ์อะไรแบบนี้ ผมเห็นแบบเป็นตัวเป็นตนเลย ทั้งกึ่งหลับกึ่งตื่น และทั้งที่ตื่นเลยครับ จนผมต้องใส่กางเกงยีนส์นอน เพราะถ้าผีกะเทยมา เขาจะดึงกางเกงเราเพื่อจะมีอะไรกับเราเลย แต่ถ้าผีผู้หญิง จะเลียข้างหูเรา ทำให้เราเกิดอารมณ์ ซึ่งมีวันหนึ่งผมเริ่มรำคาญ อยากจะลองว่ามันเป็นยังไง เชื่อไหมว่าวันนั้นเรารู้สึกมีความสุขมาก เหมือนเราไปอยู่อีกโลกหนึ่ง พอผมตื่นมาตอนเช้า ผมเพลียไปหมดเลย นั่นคือครั้งเดียวจริงๆ ที่ผมยอมปล่อยตัวเองให้มีอะไรกับเขา พี่เห็นไหมครับ ศีรษะผมเริ่มยุบ มันเหมือนมีใครเอาอะไรมาผ่าที่กลางหัวผม ผมเริ่มร่วง ปวดหัวมาก ถ้าผมเกิดอาการปวดหัวปั๊บ ผมจะต้องรีบหาที่นอนเลย เพราะว่าถ้ายืน เดี๋ยวเราจะล้มทั้งยืนเลย ที่ปวดหนักมากๆ คือตอนอายุ 23 ปี ตอนนั้นผมก็ไปเอ็กซเรย์ที่โรงพยาบาลที่จังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดราชบุรี หมอก็หาอะไรไม่เจอ หมอเลยวินิจฉัยว่าผมเครียด ซึ่งผมก็เอารูปตอนเด็กๆ มาดู แต่หัวก็ไม่ได้ยุบ แล้วผมก็ค่อยๆ ร่วงไปหมด เขาก็ว่าผมบ้า แม้กระทั่งตอนที่เราป่วย เราก็เล่าให้แฟนคนนั้น ฟังเขาก็เริ่มมองว่าเขาไม่มีอนาคตแล้ว เขาก็เริ่มมาคุยกับพี่สาวของเราว่าเขาต้องมีอนาคต ถ้ามาอยู่กับผมแล้วต้องดูแลผม เขารับไม่ได้ แล้วก็ตีตัวออกห่าง แล้ววันที่ผมเจ็บหนัก เขาก็ไปบอกเลิกผมที่โรงพยาบาล ซึ่งวันที่เราหนักสุดที่เรานอนอยู่โรงพยาบาล เราเห็นผีเต็มเตียงเลย  ผมก็ยกมือไหว้แล้วก็เรียกน้องชาย ก็ไม่ได้ยิน ผมไม่อยากนอนป่วยเลย เพราะทุกครั้งที่ป่วย ผมจะเห็นภาพที่ไม่อยากเห็น ก็คือโลกวิญญาณครับ

ถาม ณ วันนั้นมีใครสักคนเชื่อเราไหม

หมอปลา : พี่สาว พ่อ ถามว่าเขาเชื่อไหม ก็พยายามหาหมอดูที่บอกว่ามันเกิดจากอะไร ผมคิดว่าคนในครอบครัว พ่อเชื่อนะ แต่พ่อก็ร้องไห้ (พูดเสียงสั่นๆ จะร้องไห้) พ่อเขาหวังว่าผมจะเป็นที่พึ่งของเขา แต่มันพัง เพราะพอผมบอกว่าผมไปทำงานไม่ได้แล้วนะ ตอนที่ผมรู้ว่าผมเป็นหมอ มันคือวันอาสาฬหบูชา พรุ่งนี้คือวันเข้าพรรษา ซึ่งวันอาสาฬหบูชา ผมนอนอยู่ที่บ้าน แล้วผมฝันเห็นพระเยอะมากพี่ แต่เป็นพระเกจิดังๆ ที่มรณภาพภาพไปแล้วทั้งนั้น พระท่านมาหาผมแล้วท่านก็มาสวดมนต์ที่บ้านผม ผมก็ตกใจว่าทำไมพ่อ พี่น้อง เราไม่มาฟังพระสวดมนต์ ผมก็ยกมือไหว้ พอยกมือไหว้เสร็จปั๊บ ก็มีพระรูปหนึ่งเดินมาบอกผมว่า หนุ่ม .. เขาไม่เรียกผมหมอนะ ท่านเรียกผมว่าไอ้หนุ่ม ไม่ต้องไปหางานทำนะ มาอยู่ช่วยเหลือคนนะ ผมก็บอกหลวงพ่อ ผมไม่มีวิชาคาถานะ ท่านก็บอกว่าเดี๋ยวมีคนมาสอน พอตื่นตอนเช้าผมก็บอกพ่อ พ่อแกก็ร้องไห้ พ่อก็รับไม่ได้ ผมก็รับไม่ได้ผมก็หนีเข้ากรุงเทพฯ เพราะจะมาสมัครงานที่กรุงเทพฯ ก็ทำไม่ได้ ถามว่าพ่อเครียดไหม เครียดมาก เพราะชาวบ้านลือกันว่าส่งผมมาเรียน แต่ไม่ได้อะไรเลย มีแค่วุฒิติดฝาผนัง


ถาม อันนี้เป็นที่มาของการเข้าสู่คำว่า มือปราบสัมภเวสี หรือเปล่า

หมอปลา : ใช่ครับ แต่ผมก็หนีอยู่พักหนึ่งนะครับ เพราะว่าผมรับไม่ได้ ผมหนีมาอยู่กรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัดก็แล้วแต่ก็ยังเจอสิ่งลี้ลับจนผมทนไม่ไหว ก็กลับไปที่บ้าน ก็เริ่มปัดเป่าคน ก็ต้องมีคนดูถูกอยู่แล้ว เพราะตอนนั้นผม 25-26 ปี คนเราคาดหวังว่าคนที่มาเป็นหมอต้องเป็นคนอายุมาก บางคนมาหาผมแล้วพอเจอผม เขากลับเลย เพราะเขาเห็นว่าเราเป็นเด็ก แต่หลายคนก็ย้อนกลับมาใหม่เพราะว่าไปหาที่อื่นแล้วไม่หาย จนเริ่มต้นคนเริ่มเรียกผมว่าหมอ ผมต้องอธิบายอย่างนี้นะครับ อาการทุกวันนี้ ที่บ้านของผมจะมีผู้ป่วยอยู่ประมาณ 200 ชีวิต แล้วจะไปมา หายแล้วก็กลับ ที่มาใหม่ก็มีเยอะมากนะ โรคที่เราช่วยคือ โรคที่เหนือธรรมชาติ โรคที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถรักษาเขาได้ ไปโรงพยาบาลก็หาโรคไม่เจอ เคสแบบนี้ที่เรารักษา แล้วสิ่งที่ผมรักษาพวกเขาคือพอเรามองเขาปั๊บ มันจะเห็นภาพเลยว่าต้องรักษายังไงครับ มันจะอยู่ใต้จิตสำนึกของเราเลย แต่การรักษาเนี่ยงมงาย ถ้าใครมองผมภายนอกไม่เคยสัมผัสนะ จะหาว่าผมงมงาย แต่ถ้าไปดูผมรักษาคน จะรู้เลยว่าผมไม่ได้งมงายเลย


ถาม ซึ่งการรักษาของแต่ละคนเหมือนกันไหม ถ้าสมมติใครไม่เคยทราบอย่างนี้ วิธีการคือรดน้ำมนต์ ยาหม้อ ยาผีบอก สวด หรือทำอย่างไร

หมอปลา : แต่ละเคสไม่เหมือนกันครับ บางเคสผมต้องลงพื้นที่ไปตามจังหวัดต่างๆ เพราะมันเกิดจากสถานที่ที่เขาอยู่ บางคนเข้าบ้านตัวเองปั๊บ ผีเข้า อยู่ไม่ได้ บางคนหายใจไม่ออก ทุกเคสที่มาหาผม ผมจะบอกว่าคุณต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลให้สุดก่อน ถ้าไม่ไปโรงพยาบาล เราจะไม่รักษาให้ คือไม่มีที่พึ่งแล้วผมจะรักษาให้ หลายคนก็มาพามาเลิกยาก็มี ป่วย 20-30 ปีก็มีทางจิตเวช ผมก็ช่วยหมด แต่ที่หนักๆ เลยคือเอามาทิ้ง 4-5 เคส ติดต่อญาติไม่ได้เลย

ถาม แล้วกับคุณน้ำฟ้า เจอกันยังไง

หมอปลา : ต้องบอกเลยว่าการเริ่มต้นภรรยาของผม คือคนที่เกลียดผมมากนะ ซึ่งเขามาเล่าให้ผมฟังทีหลัง เขาเคยเห็นผมให้ทีวี เขาเคยเอาเท้าถีบหน้าจอโทรทัศน์พังเลย เพราะว่าหลานเขาอยากดูผม ที่เขาไปหาผมครั้งแรก เขาไม่ได้เจอผมนะ เขาโทรศัพท์ไปหาพี่สาวผม ถามว่าผมไม่อยู่วันไหน เขาก็จะไปหาผมวันพระ เพราะว่าผมไม่อยู่ เขาต้องการเอาแค่รูปที่มันเป็นรูปผม เอาไปให้แม่ของเขาเพราะว่าแม่ของเขาเป็น FC ผม แล้วแม่อยากได้รูปผมมาก ซึ่งก่อนที่เขาจะมาบ้านผม เขาก็จินตนาการว่าบ้านของหมอปลา ต้องหลังใหญ่โต ต้องแบบหรูหรา แต่พอเขามาถึงบ้านผม กลับไม่ใช่ เห็นภาพคนป่วยกำลังเข้าแถวรอกินอาหาร นี่คือจุดเริ่มต้น เขาก็ไปขอเบอร์ ขอไลน์กับญาติคนป่วย แล้วพอผมกลับมา ญาติคนป่วยเขาก็ถ่ายรูปผมจัง ผมเลยถามว่าจะถ่ายรูปผมไปไหน ถ่ายไปทำอะไร เขาก็บอกว่าผู้หญิงคนนี้ช่วยให้ถ่ายแล้วส่งให้เขา อยากรู้ว่าหมอทำอะไรบ้าง เราก็บอกว่าเอาเบอร์เขามา เดี๋ยวคุยเอง นี่คือจุดเริ่มต้น แล้วพอคุยกันได้ 2-3 วัน รักกันเลยเหลือเชื่อไหม มันเกิดเป็นความผูกพันว่าใช่คนนี้


ถาม ก่อนอื่นต้องขอบคุณก่อนเลย เพราะคุณน้ำฟ้าคือคนที่ผลักดันให้หมอปลามานั่งพูดคุย

น้ำฟ้า : เพราะว่าหนูเป็น FC พี่อ้อย พี่ฉอด หนูชอบที่ว่าทำให้หลายๆ คนมีสติในความรักแล้วก็สอนให้รักเป็น แล้วก็ให้แบบว่ามีคุณธรรม และจริยธรรมในความรักที่ดี สอนให้หาทางออกกับความรักที่แบบสุดยอดมาก คือหนูได้มีโอกาสมาเจอเลยตั้งใจเอาทะเบียนสมรสมาให้เซ็นด้วย เพราะหนูตั้งใจไว้ว่าถ้าหนูมีความรักที่ดีหรือมีใบทะเบียนสมรสต้องให้ พี่อ้อย พี่ฉอด เซ็นให้ได้ ซึ่งก็ได้เซ็นเรียบร้อยแล้วต้องขอบคุณมากๆ เลยนะคะ


ถาม อยากให้คุณน้ำฟ้าเล่าถึงจุดเริ่มต้น แล้วทำไมถึงกับต้องถีบโทรทัศน์ เพราะรู้สึกว่าไม่ชอบหน้าคนคนนี้เลย

น้ำฟ้า : หนูเริ่มกับหมอปลา เริ่มด้วยความเกลียดค่ะ คือเราก็ถามหลานว่าทำไมต้องดูพวกนี้ หลานเขาก็บอกเราว่าคนนี้เขาเป็นคนดี แล้วเขาเก่ง ทีนี้หนูเห็นเขาในทีวี ทำไมต้องหาว ทำไมต้องอ้วก เขาบ้าเปล่า พูดง่ายๆ คือเราเริ่มจากที่เราไม่เชื่อ ยังคิดว่าหาวทำไมไม่ไปหลับ แล้วอ้วกทำไม ไม่ไปหาหมออะไรอย่างนี้ แล้วหลานเขาก็บอกเราว่าเขาจบวิศวะนะ เราก็ยังเถียงเลยว่าเขามาเป็นหมอผีได้ยังไง อย่าไปดูอันนี้มันไม่ได้จริงแน่นอน เพราะเริ่มจากความเกลียด แล้วพอเราเข้าบ้านมาแล้ว เขายังดูกันอยู่ เราก็ทำนิสัยไม่ดี โมโหจัด วันนั้นเราก็ถีบโทรทัศน์เลย


ถาม ย้อนกลับไปตอนที่เราเจอกันครั้งแรก ความรู้สึกของทั้งสองคนหลังจากคุยกัน 4 เดือน ตอนที่เจอครั้งแรกเรารู้สึกยังไง

น้ำฟ้า : ตอนนั้นคือเราอยากเอาเงินไปให้เขา เพราะว่าเราป่วยหนักมากตอนนั้น เราคิดว่าอีกไม่นานเราคงจะเสียชีวิต หนูถือเงินไปให้เขาทำสร้อยโรเล็กซ์

หมอปลา : ต้องบอกแบบนี้นะครับ ก่อนที่เขาจะเจอผมเขาชอบเที่ยวต่างประเทศ เขาใช้เงินแบบไม่เสียดายเลย เพราะเขาคิดว่าเดี๋ยวเขาต้องตาย ซึ่งเขาก็ขนเงิน ทอง มาให้เรา เราก็ใส่ให้เขาเห็น 1 นาที แล้วก็คืนให้เขา ผมก็บอกเขาไปว่าผมไม่ใช่กุมารทอง ไม่ชอบ

น้ำฟ้า : หนูก็เลยฝากให้พี่สาวเขา พี่สาวเขาก็ไม่เอา แล้วเขาก็เรียกหนูกลับมา

หมอปลา : วันนั้นมันเป็นแผนอยู่แล้วครับ แผนคือผมต้องเอาให้ได้ เพราะว่ากว่าจะหลอกล่อมาที่บ้านของผมได้ ใช้เวลาตั้ง 4 เดือนกว่านะครับ แล้วพอมาเขาเพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาด้วย เลยให้พาไปนอนบ้านน้องสาว แต่พอเจอหน้ากันครั้งแรก ผมเปิดรถแล้วก็หอมแก้มเขาเลย เขาก็ตกใจเหมือนไม่เคยเจอผู้ชายหอมแก้ม แล้วก็หลอกให้เขาไปนอนบ้านน้องสาว แล้วก็จัดการเลยพี่ เรียบร้อย (หัวเราะ)

น้ำฟ้า : เราก็ไม่ทันโกรธ เพราะว่าเราช็อกมากกว่า แล้วหลังจากวันนั้น เราก็อยู่กับเขาไปเรื่อยๆ เริ่มจากวันที่อยู่แล้วหนูก็จำคำพูดของ พี่อ้อย พี่ฉอด ที่ว่า คนมันต้องเสมอต้นเสมอปลายเสมอไป แล้วเขาจะทำได้ไหม 3 คำนี้

หมอปลา : ผมก็เพิ่งมารู้วันนี้ที่มาออกรายการนี้นะครับ ว่าวลีที่เขาเอามาพูดที่เขาสอนผมเนี่ยมาจากรายการผมเพิ่งรู้จริงๆ

น้ำฟ้า : ซึ่งเขาก็แสดงให้เราเห็นนะคะ ทั้ง VDO CALL ให้เราเห็นให้เราได้เจอกันตลอดอย่างนี้ค่ะ ซึ่งทุกคำที่พี่อ้อย พี่ฉอด สอนคือ ไม่ได้สอนให้น้องใจง่ายนะ แต่สอนให้มีสติแล้วค่อยๆ คิด ค่อยๆ วิเคราะห์แล้วก็ดูคนอย่างนี้ คือคนที่ใช่ยังไงก็คือคนที่ใช่เราไม่ต้องไปวิ่งตาม

หมอปลา : แล้วสิ่งที่เขาบอกกับเราคือ พี่จำไว้นะ ถ้าเราอยู่ด้วยกัน 1.เราห้ามโกรธพร้อมกัน 2.ตอนทะเลาะกันห้ามขึ้นเสียง 3. เราต้องทะเลาะกันอย่างไรก็แล้วแต่ต้องนอนกอดกัน นี่คือสิ่งที่เขาสอนผม แล้วทุกวันนี่พอทะเลาะกันเป็นยังไง เขาคนเดียวเลยที่เขาสอนผมไม่ให้ผมทำ แต่เขาทำได้ คือสิ่งที่เขาสอนผมคือ เขาไม่ได้ทำนะ เขาให้ผมทำ คือพอทะเลาะกันผมต้องกอดเขาไว้ เชื่อไหมบางครั้งผมต้องเอาโซ่มัดเลยนะ ข้อเสียของภรนยาผมเขาเป็นคนใจร้อนมาก บางครั้งผมร้องไห้นะเพราะเขาใจร้อน คือใครเห็นผมในทีวีจะเห็นว่าผมเป็นคนใจร้อนนะ แต่ไม่ใช่เลยในชีวิตจริง ใจร้อนกว่าผมคือคนนี้ ผมเป็นคนมีเหตุผล แต่ที่ผมเสียงดังเนื่องจาก ผมต้องทะเลาะกับพวกหมอดูร่างทรง พวกพระนอกรีต คนเลยมองว่าผมแรง แต่คนที่แรงจริงๆ คือคนนี้

ถาม คุณน้ำฟ้ารู้ไหมว่าคุณสมบัติอย่างหนึ่งของหมอปลาคือคนเห็นผี แล้วเรารู้สึกโอเคกับสิ่งนี้ไหมหรือเรากลัวกับสิ่งนี้ไหม

น้ำฟ้า : ตอนแรกหนูไม่เชื่อแล้วลบหลู่ค่ะ ไม่ได้คิดอะไรแล้วก็ไม่ได้กลัวด้วย แต่พออยู่ใกล้ๆ กับเขาแล้วก็ไปเห็นหลายๆ เหตุการณ์ ตอนนี้คือไม่ลบหลู่แล้วค่ะ


ถาม แต่สิ่งหนึ่งที่น้ำฟ้าทำก็คือ นำเงินทองมาให้เขาเลย

น้ำฟ้า : ใช่ค่ะ เพราะว่าเขาอยากซื้อที่ แต่ซื้อแล้วเป็นชื่อหนู แต่ให้คนอื่นอยู่ฟรีนะ ไม่มีรายได้อะไร เขาก็รับคนป่วยที่เหนือธรรมชาติมาอยู่กับเขา แล้วก็ที่ไม่มีใครต้องการ ที่โดนทิ้ง แต่ต้องไม่เก็บเงินให้อยู่ฟรี เพราะเขาบอกเราว่าอย่างสะสมเงิน หรือสะสมทรัพย์ ให้สะสมบุญบารมี ถ้าตายไปคือเขาบอกเขารวยบุญนะ แต่ชาตินี้ไม่มีสมบัติ ไม่มีเงินไม่มีทองมีแต่หนี้ พอหนูมาทำร่วมกับเขา อยู่กับเขา หนูไม่ป่วย หรือต้องมาให้เลือดอะไรอีกเลย อาการป่วยของเราคือหายไปเลย

หมอปลา : พี่อ้อย พี่ฉอด พี่อั๋น เผื่อหลายคนถามว่าเราอยู่กันได้อย่างไร ผมบอกเลยว่าภรรยาของผมเขาปรับเปลี่ยนตัวเองเยอะมาก สมัยก่อนเขาต้องใช้ของ Limited อย่างเดียว น้ำหอม เสื้อผ้า รองเท้า ทีนี้เราก็สอนเขาว่าเราเอาเงินที่เราซื้อของแพงๆ เราเอาไปให้คนที่เดือดร้อนดีกว่าไหม

น้ำฟ้า : เมื่อก่อนจะฟุ่มเฟือยมากแต่ตอนนี้เราก็เอาของเก่ากลับมาใช้ใหม่หมด จะไม่ซื้อใหม่ เพราะว่าเรามาประทับใจเขาเรื่องหนึ่ง คือเขาจะใส่รองเท้าช้างดาวที่หนีบใช่ไหมคะ เพิ่งซื้อแล้วก็วางไว้ แล้วทีนี้มีคนแก่ที่มารักษา คุณลุงที่มารักษา รองเท้าเขาขาด แล้วเขาเห็นรองเท้าหมอปลา ใส่เข้าปุ๊บ แต่เขาก็ถือรองเท้าตัวเองด้วย แล้วพอเราเห็น เราก็จะเดินไปเอาคืนแล้ว หมอปลาเขาก็จับมือเรา ฟ้า ให้เขาไป แล้วแกก็เดินเท้าเปล่า คือ (พูดเสียงสั่นๆ จะร้องไห้) ก็ไม่ได้มีรองเท้า แต่ก็ให้เขา เราได้เห็นเขาตอนนั้นคือช่วงแรกๆ ที่อยู่ด้วยกัน

หมอปลา : ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกาย ผมเป็นคนที่อะไรก็ได้ แต่พอมามาอยู่ด้วยกันคนบอกว่าไม่เกิน 3 เดือนเลิก ด้วยการใช้ชีวิตที่ค่อนข้างจะแตกต่าง ผมจากคนที่นอนพื้นพอมาอยู่กับเขา เราก็ต้องปรับเปลี่ยน เขาต้องนอนห้องแอร์ ทั้งที่ผมไม่ชอบแอร์

หมอปลา : ผมอยากจะบอกว่าตอนที่เรายังมีชีวิตอยู่ อะไรที่เรารักเขานะ เราต้องทำให้เขาเลย อย่าทำแต่ปาก เราต้องลงมือทำให้เขาเลย แต่วันนี้สังคมไทยดูแต่ปาก ปากบอกรักแต่ใจการกระทำมันไม่รัก ผมอยากให้มุมมองว่าให้ลงมือทำก่อนที่เราจะไม่ได้ทำ เพราะหลายเคสพอสูญเสียไปแล้วเพิ่งลงมือทำ แสดงความรัก โดยเฉพาะการรักพ่อรักแม่ หลายคนที่พอพ่อแม่เสียชีวิตไปแล้วตัวเองกลับเป็นคนดีแล้วพ่อแม่จะรู้ได้ไงว่าเรากลับตัวเป็นคนดี อันนี้ผมมีแรงบันดาลใจมาจากเคสหนึ่งที่จังหวัดชลบุรี ลูกชายติดยาเสพติดตำรวจจับได้ ลูกชายก็มากราบเท้าแม่ว่าหนูจะไม่ทำแล้ว อีก 1 สัปดาห์ ตำรวจโทรมาอีกว่าเจอลูกชายจับยาได้อีกแล้ว แม่ช็อก แล้วเส้นเลือดในสมองแตก ต้องเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งตอนนี้ลูกชายเลิกยาแล้วแต่แม่เป็นเจ้าหญิงนิทรา ไม่รับรู้แล้ว ผมจึงรู้สึกว่าเราต้องแสดงกันตอนที่อีกคนหนึ่งเขายังมีชีวิต ไม่ใช่ตอนที่เขาเสียไปแล้วเพิ่งแสดงว่าตัวคุณคือคนดี ผมถึงพูดว่าคำขอโทษ ไม่จำเป็นอย่าเอาไปใช้เลย เพราะเราจะได้ไม่ทำผิด ทุกวันนี้ ฆ่าคนตาย ขโมยของ สุดท้ายก็ต้องขอโทษ แต่ถ้าเราไม่ฆ่าเขา ไม่ขโมยของเขา เราก็ไม่ต้องใช้คำว่าขอโทษ คำนี้อย่าใช้ดีที่สุด

ถาม การเป็นผู้ให้อย่างที่หมอปลาทำอยู่ โดยที่ยังสามารถมีชีวิตคู่ของความเป็นชีวิตรักที่ปกติเหมือนคนทั่วไปได้ เคยคิดที่จะทำมีเวลาครอบครัว ไหมอย่างเช่น 6 วันช่วยคน แล้ววันอาทิตย์คือวันของครอบครัวมีวันแบบนี้ไหม

หมอปลา : ต้องบอกแบบว่ามันเอาแน่เอานอนไม่ได้เลยครับ เพราะอย่างเรานอนอยู่ตี 1 ตี2 มีคนมาเคาะเรียกหมอช่วยหน่อย คนโดนผีเข้า มันไม่มีตรงนั้นเลย เพราะมันเอาแน่ไม่ได้ อย่างผมมาถ่ายรายการอยู่ตอนนี้ แล้วมีคนส่งข้อความมา ถ้าผมอัดรายการเสร็จผมก็ต้องไปเลย ซึ่งเป็นแบบนี้บ่อยมาก และมันชินแล้ว ซึ่งผมทั้งสองคนคือต้องปรับตัวมากกว่าเอาเวลาแค่ 5-10 นาที เติมเต็มให้กันและกัน แต่จะให้เป็นวันผมว่าชาตินี้ไม่ได้แน่ๆ ซึ่งเวลาที่ไปรับเคสหรือออกไปเคสต่างๆ น้ำฟ้าเขาก็ไปด้วยครับ

น้ำฟ้า : เพราะหนูคิดว่าถ้าเขาไม่มีเวลาให้เราไม่เป็นไร เดี๋ยวจะเกาะติดเวลาของเขาเอง เพราะไม่ว่าจะไปไหนก็จะสิงเขาไปทุกที่ ทุกครั้งที่เห็นหมอปลาก็จะเห็นหนูตลอดเพราะหนูจะเป็นฝ่ายที่เกาะติดเขา เพราะทุกคนขโมยเวลาของหนูไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นหนูก็ต้องแบบแอบขโมยเวลาตัวเอง ไปไหนไปด้วยไปทุกที่ แต่แกก็พูดก่อนอยู่แล้วว่าแกไม่ได้มีเวลาให้ใครนะ เราก็บอกว่าไม่เป็นอะไร เดี๋ยวหนูจะปรับตัวของหนูเอง เดี๋ยวหนูจะเกาะติดพี่เลยแล้วกัน มันก็ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา อย่างอยู่ในบ้าน เราก็กอดเขา บอกรักเขาตลอดเวลาอยู่แล้ว

หมอปลา : ผมสองคนจะแสดงความรักทุกที่เลยครับ แม้ต่อหน้าคนเราก็ไม่อายนะ ในสิ่งที่เราทำ เพราะขนาดต่อหน้าคนป่วย เราก็กอด ก็บอกรักกันกันเราแสดงกันตลอดเวลาอยู่แล้ว ไม่อายคนเพราะว่าหน้าด้านประเด็น (หัวเราะ)

ถาม มีอะไรที่คุณน้ำฟ้า อยากจะบอกผู้ชายคนนี้บ้าง

น้ำฟ้า : หนูก็รักเขามากพออยู่แล้ว ชอบที่เขาเป็นคนเสมอต้นเสมอปลายและเขาก็ทำให้เห็นว่าเขาจะเป็นแบบนี้เสมอไป เขาดีพออยู่แล้ว และมากไปด้วยซ้ำ ไม่มีอะไรนอกจากบอกรักเขามากที่สุดค่ะ

หมอปลา : คือผมเป็นคนที่ไม่บอกเพราะเราเป็นคนที่ลงมือทำให้ดู เดี๋ยวเราไปบอกเขาแล้วเขาก็จะหาว่าแล้วทำไมเราไม่ทำ ก็ทำแล้วไม่บอก

น้ำฟ้า :  เขาไม่เหมือนคนอื่นคือจะไม่มีการให้ช่อดอกไม้ หรือคุกเข่าบอกรักนะคะ แต่หมอปลา เขาจะทำให้หนูรู้สึกว่าเขาเป็นคนพิเศษได้ทุกวันทุกนาทีอยู่แล้ว เขาบอกว่าเขารักหนูอยู่แล้ว และทุกวันคือวันที่พิเศษที่สุดทุกวันอยู่แล้ว

ดูคลิปย้อนหลังรายการ Club Friday Show ได้ทางยูทูป

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *