เมียช็อกผัวถูกจับคาสปาเกย์ อ้างมาส่งของยามดึก ตำรวจฟันผิดหวั่นแพร่โควิด-19 (คลิป)

ข่าวเด่น

กรณีตำรวจ สน.วังทองหลาง นำกำลังกว่า 40 นาย เข้าตรวจค้นภายในสถานซาวน่า “ฟารอส” ในซอยรามคำแหง 21 แยก 2 หลังได้รับแจ้งข้อมูลจากสายด่วน 191 ว่าที่สถานซาวน่าดังกล่าวมีการรวมตัวกันเสพยาเสพติด และเสี่ยงว่าอาจเป็นการรวมตัวแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ชุดสืบสวนสนวังทองหลาง จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นซาวน่าดังกล่าว

โดยขณะที่ตำรวจเข้าไปตรวจค้นภายใน พบว่านักเที่ยวชายกำลังนั่งดื่มกินกันอยู่ประมาณ 60 คน ซึ่งจากการตรวจค้นบริเวณโดยรอบ ยังพบซองพลาสติก ซึ่งภายในมีลักษณะคล้ายไอซ์จำนวนหนึ่ง ยาบ้า 1 เม็ด เข็มฉีดยา 1 เข็ม และถุงยางอนามัยใช้แล้วจำนวนมาก จากการสอบปากคำนายจิณนะ กฤษฎิ์จินดา 63 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของ เบื้องต้นมีผู้รับสารภาพว่าเสพยาเสพติด 14 คน เจ้าหน้าที่จึงสอบปากคำไว้เป็นข้อมูล และควบคุมตัวนับเที่ยวรวมถึงพนักงานทั้งหมดไปที่สน.วังทองหลาง เพื่อสอบปากคำ ทำประวัติ และตรวจสอบสารเสพติด

ล่าสุดวันที่ 23 พ.ค.64 เวลา 13.00 น. ที่สน.วังทองหลาง ได้มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เข้าตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 กลุ่มนักเที่ยวกว่า 57 ราย ที่ถูกตำรวจจับกุม หลังตรวจค้นร้านฟารอส 2 ซาวน่า ซอยรามคำแหง 21 แยก 2 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ พบปัสสาวะนักเที่ยวเป็นสีม่วงกว่า 37 คน

พ.ต.ท.ไกรสิทธิ์ พิพัฒศุภมงคล รอง ผกก.(สอบสวน) สน.วังทองหลาง ให้ข้อมูลว่า จากการสอบถามนายจิณนะ เจ้าของซาวน่า ยังคงให้การปฏิเสธอ้างว่าทำสถานบริการเท่านั้น และไม่ขอให้การในเรื่องอื่น ๆ ทั้งยังไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด ซึ่งนอกจากจะแจ้งข้อหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ และประกาศกรุงเทพมหานคร จะต้องแจ้งข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงานเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังได้ประสานไปยังกรมอนามัย กระทรวงสาธารสุข เข้าตรวจและเก็บสารคัดหลั่งกับนักเที่ยวอีกทั้งมด 57 คน เพื่อนำไปตรวจหาเชื้อโควิด-19

ทีมข่าวได้พูดคุยกับพี่ชายของหนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม เล่าให้ฟังว่า ตนเพิ่งทราบเมื่อเช้าว่าน้องชายถูกจับ จึงรีบมาที่สน.วังทองหลาง ซึ่งน้องชายบอกกับภรรยาว่า มารับจ้างส่งพัสดุให้กับบริษัทหนึ่งในช่วงวันหยุด จากที่ได้คุยกับน้องชายเขาก็อ้างว่ามาส่งพัสดุ และผลตรวจปัสสาวะก็ไม่พบสารเสพติด ตนจึงอยากรู้ว่าทำไมน้องชายจึงไปอยู่ในกลุ่มดังกล่าวได้ เพราะน้องชายก็ไม่ได้มีพฤติกรรมรักร่วมเพศ

พ.ต.อ.เอกภพ ตันประเสริฐ ผกก.สน.วังทองหลาง เปิดเผยว่า การเข้าจับกุมในครั้งนี้มาจากการร้องเรียนของชาวบ้านในพื้นที่ และการลงพื้นที่ตรวจสอบตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ไม่ให้มีการรวมตัวกันทำกิจกรรม มั่วสุม ซึ่งร้านดังกล่าวให้บริการซาวน่า ฟิตเนส และสระว่ายน้ำ แต่ช่วงโควิด-19 ก็ยังพบว่ามีลูกค้านัดมารวมตัวกัน

อย่างไรก็ตาม ในทางคดีพนักงานสอบสวนก็จะสอบสวนผู้ที่ถูกจับกุมอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมถึง สอบปากคำเจ้าของสถานบริการ เบื้องต้นมีรายงานว่าเจ้าของยังให้การปฏิเสธ อ้างว่าทำสถานบริการเท่านั้น และไม่ขอให้การในเรื่องอื่น ๆ ขณะที่ผู้ใช้บริการทั้ง 57 คน เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาฝ่าฝืนประกาศกรุงเทพมหานคร และฝ่าฝืนคำสั่งให้ปิดสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ร.บ.โรคติดต่อ และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังในวันพรุ่งนี้ (24 พ.ค.64) 

ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่ไปยังสถานซาวน่า “ฟารอส” ในซอยรามคำแหง 21 แยก 2 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร พบว่าเป็นลักษณะบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ 2 ตึก สูงสามชั้น มีการแบ่งซอยห้องเป็น 30 ห้อง บนพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ โดยแบ่งเป็นพื้นที่ให้บริการโซฟานั่งดื่มกินที่บริเวณชั้นล่าง ห้องคาราโอเกะ สระว่ายน้ำ ห้องซาวน่า และห้องพัก ทั้งนี้ยังพบรถยนต์จำนวน 4 คัน รถจักรยานยนต์อีก 11 คน ซึ่งเป็นรถของนักท่องเที่ยวดังกล่าว

ทีมข่าวได้พบกับนายนุชา (นามสมมติ) เพื่อนบ้านใกล้เคียง กล่าวว่า ตนไม่ได้เห็นเหตุการณ์หรือได้ยินเสียงปาร์ตี้อะไร แต่เห็นรถตำรวจเข้ามากลับรถในหมู่บ้านหลายคันมาก โดยบ้านที่เกิดเหตุมีคนแปลกหน้าเข้ามาทุกวัน จะเริ่มเข้ามาตั้งแต่เวลา 18.00 น. ตนก็ไม่เคยทราบว่าภายในบ้านทำอะไรกัน มีทั้งผู้หญิงและผู้ชายจำนวนมาก

เมื่อช่วงปีที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังนอนหลับอยู่ภายในบ้าน มีผู้ชายคนหนึ่งแอบหลงเข้ามาในบ้านของตนในสภาพเปลือยกาย และบอกกับตนว่าจะขอนอนด้วยสักคืน ตนก็พยายามสอบถามว่าเข้ามาในบ้านของตนได้อย่างไร ชายแปลกหน้าก็บอกกับตนว่า “ที่ซาวน่า มีการเล่นเกมกันกัน และถ้าคนไหนแพ้ ก็จะต้องถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้น และจะต้องมีเพศสัมพันธ์กับหญิงหรือชายคนอื่น ๆ ที่อยู่ในบ้านดังกล่าวนั้น”

จากที่ตนได้ฟังก็รู้สึกหดหู่ใจว่าทำไมในบ้านหลังกล่าวต้องมีเหตุการณ์แบบนี้ ตนก็ได้ช่วยหาเสื้อผ้าให้ชายแปลกหน้าคนดังกล่าวใส่ และสั่งให้รีบกลับออกไปจากบ้านของตน เพราะถ้ามีใครมาเห็นเข้าจะเป็นเรื่องใหญ่ ต่อมาผ่านไปไม่นานก็มีชายแปลกหน้าอีก 1 คนตะโกนเรียกตน ขณะที่กำลังยืนอยู่ในครัวหลังบ้าน บอกกับตนว่าขอกางเกงใน 1 ตัวเพื่อที่จะใส่กลับบ้าน ทำให้ตนคิดขึ้นมาว่าเป็นกรณีเดียวกันกับชายก่อนหน้านี้ จนรู้สึกแปลกใจว่าทำไมถึงปล่อยให้ทำกิจกรรมที่แปลกพิศดารท่ามกลางการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19

ทั้งนี้จากเหตุการณ์ดังกล่าว ตนอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยคุมเข้มมาตรการให้มากกว่านี้ เพราะนักท่องเที่ยวแต่ละคนที่เข้ามาไม่ซ้ำหน้าสักคน ยิ่งช่วงนี้การแพร่ระบาดโควิด-19 ควรที่ช่วยกันป้องกัน ส่วนตัวตอนนี้พอทราบข่าวว่ามีถึง 60 คน ยิ่งหวาดหลัวเพิ่มขึ้น เพราะบ้านของตนอยู่ใกล้เคียงกับบ้านที่เกิดเหตุ

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *