แค้นรักสี่เส้า! ฆ่ารัดคอสาวจมรถจัดฉากชิงทรัพย์ แม่ร่ำไห้รุดขมาญาติเหยื่อ (คลิป)

ข่าวเด่น

จากกรณีเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 20 พ.ค.64 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตาคลี รับแจ้งพบศพในป่ารกริมคลองชลประทานชัยนาท-ป่าสัก บริเวณพื้นที่หมู่ 8 ต.บ้านหนองจิกรี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์ รพ.ตาคลี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลตาคลี

ทราบชื่อคือ น.ส.มนชยา เศษวารี หรือ ฝ้าย อายุ 27 ปี กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเข้าจับกุมผู้ต้องสงสัยเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น

มีการล่าตัวนายกั้ง ล้อมบ้านจับได้ในเวลา 19.00 น. ของวันที่ 21 พ.ค. 64 เจ้าตัวยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง โกรธที่ฝ่ายหญิงตีตัวออกห่างไปหาชายอื่น และนักมาเจอกัน พยายามขอคุยกลับไปคืนดีกัน แต่ฝ่ายหญิงไม่ยินยอม จึงใช้ไม้ตีจนสลบ บางช่วงที่ฝ่ายหญิงยกมือไหว้ขอชีวิต

นายกั้งจึงใช้ผ้ารัดคอและปลิดทรัพย์สินไปเผา พร้อมกับรถมอเตอร์ไซค์ไปจัดฉากให้เป็นการถูกฆ่าชิงทรัพย์ ส่วนโทรศัพท์มือถือกับรถโยนทิ้งลงน้ำในคลองนั้น เจ้าหน้าที่ตรวจสอบในคลองพบหลักฐานทั้งหมดแล้ว รวมถึงพบเสื้อสีน้ำเงินเลอะคราบเลือด อยู่ระหว่างการตรวจดีเอ็นเอ

วันที่ 22 พ.ค. 64 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางไปพูดคุยกับนางต้อย (นามสมมติ) ป้าของผู้ก่อเหตุ บอกว่า ปกติหลานตนนิสัยใจคอเป็นคนจิตใจดี ขยันทำงาน ว่างก็จะไปทำนา ทำสวน และเป็นคนหาเงินเก่ง แต่ตนไม่ทราบว่านายสมภพ รักษาเลิศ หรือ กั้ง อายุ 30 ปี ผู้ต้องหา หลานชาย มีความสัมพันธ์กับผู้เสียชีวิตอย่างไร

ก่อนหน้านี้นายสมภพอยู่ที่บ้านตน เพราะแม่ของเขาไปทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ จากนั้นตั้งแต่ที่นายสมภพอยู่บ้านภรรยา มีลูกมีครอบครัว ก็ไม่ค่อยได้กลับมาที่บ้านหลังนี้ หลานชายไม่เคยเล่าปัญหาอะไรให้ฟัง ตนมาทราบข่าวทีหลัง เหมือนกับว่าผู้เสียชีวิตมาสนิทกับหลานของตนเอง เพราะหลานตนขยันทำงาน มีเงิน และทั้งคู่ก็มีเรื่องของยาเสพติดด้วย คาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุให้ทำให้เจอกันบ่อยหรือไม่

ส่วนสภาพจิตใจของแม่ของนายสมภพค่อนข้างเครียด ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่จะปล่อยให้ติดคุก เนื่องจากไม่มีเงินประกันตัว ตอนนี้แม่ผู้ก่อเหตุน่าจะเดินทางกลับไปที่กรุงเทพฯแล้ว ส่วนตนก็รู้สึกตกใจไม่น้อยไปกว่ากัน ไม่คิดว่าหลานจะเป็นคนลงมือก่อเหตุได้

นายติรัชการณ์ อายุ 23 ปี เพื่อนผู้เสียชีวิต บอกว่า ตนรู้จักกับผู้เสียชีวิต ตั้งแต่ที่เจ้าตัวแต่งงานกับนายศุภชัย ซึ่งปกติแล้วนางสาวมนชยาเป็นคนที่มีนิสัยสนุกสนาน ร่าเริง อารมณ์ดีตลอดเวลา เวลาว่างก็จะขับรถจักรยานยนต์มาช่วยเก็บชมพู่ มาเที่ยวเล่นตลอด ตนรู้ความสัมพันธ์ของนางสาวมนชยากับนายสมภพ ผู้ต้องหาว่ามันผิด เนื่องจากทั้งสองฝ่ายมีครอบครัวอยู่แล้ว รู้สึกเป็นห่วง แต่ก็ไม่กล้าเตือน เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เรื่องยาเสพติดตนไม่แน่ใจว่ามีหรือไม่

ตนมาทราบข่าวเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 64 วันที่เจอศพ ตอนนั้นเพื่อนที่บ้านโทรมาแจ้งข่าวว่านางสาวมนชยาเสียชีวิตแล้ว ตนก็รีบเดินทางจากกรุงเทพฯ กลับมาที่ จ.นครสวรรค์ โดยเมื่อวานหลังจากที่จับตัวนายสมภพ เวลาประมาณ 01.00 น. ที่ผ่านมาตนออกมาสูบบุหรี่อยู่หน้าบ้าน ก็ได้ยินเสียงสุนัขเห่าหอนเสียงดังหลายตัว ได้กลิ่นคล้ายกลิ่นศพลอยเข้ามาแถวที่ตนยืน จึงเชื่อว่านี่คือนางสาวมนชยามาหาตนที่บ้าน ตนก็พูดในใจว่าถ้าเป็นนางสาวมนชยาจริง มีอะไรขอให้มาเข้าฝันบอก ถ้าคนฆ่ามีมากกว่า 1 คน ก็ให้มาเข้าฝันบอก แต่ตนก็ไม่ได้ฝัน

นางสาวอาทิตยา คอแก้ว แม่ผู้เสียชีวิต บอกว่า ตนไม่ค่อยได้สนิทกับนางสาวมนชยามาก ส่วนใหญ่จะสนิทกับลูกสาวคนเล็ก และนางอำไพ แม่ของสามี เนื่องจากนางสาวมนชยาแต่งเข้ามาอยู่ตั้งแต่ลูกสาวยังอายุ 14 ปี ซึ่งก็รักกันมานานมากกว่า 10 ปี ซึ่งส่วนใหญ่ที่พูดคุยกันจะเป็นเรื่องถามเรื่องทั่วไป ตัวของนางสาวมนชยาเองก็ไม่ค่อยได้ปรึกษาอะไรมาก อีกทั้งตนก็ทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ เลยไม่ได้อยู่ด้วยกัน ตนจึงไม่ทราบว่านางสาวมนชยามีความสัมพันธ์กับชายอื่นที่ไหนหรือไม่

สภาพจิตใจของตนในตอนนี้ก็รู้สึกเสียใจ อธิบายไม่ถูก มันกระทันเกินไป ส่วนตัวมองว่าถ้ามีปัญหากันก็ควรพูดคุยเจรจากันได้ หรือถ้าต่างคนต่างไม่รักหรือรู้สึกดีกันแล้ว ก็น่าจะปล่อยให้จากกันดี ๆ ไม่เห็นว่าจะต้องฆ่ากันถึงขนาดนี้ ซึ่งช่วงที่หาศพเจอเพราะไปดูหมอ และสามีของผู้ตายไปค้นหาตามที่หมอดูบอก จนกระทั่วงไปเจอศพนั้น

จากนั้น ทีมข่าวเดินทางไปยังบ้านของผู้เสียชีวิต แม่ของผู้ก่อเหตุเดินทางมาขอขมาญาติผู้เสียชีวิต มอบเงินจำนวนหนึ่งช่วยงานศพของนางสาวมนชยา ด้านของแม่ผู้ก่อเหตุเข้าไหว้ขอโทษ ขอขมา ด้วยสีหน้าแววตาที่น้ำตาคลอรู้สึกเสียใจ

นางสำเภา แม่ผู้ก่อเหตุ บอกว่า ตนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ปกติตนทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ไม่ค่อยได้มีเวลาพูดคุยกับลูกชายเท่าไรนัก ที่ผ่านมาลูกชายก็เป็นคนขยันทำงานดี ทำสวนทำนา และค่อนข้างรักครอบครัว เรื่องความสัมพันธ์กับคนอื่นตนไม่ทราบจริง ๆ เมื่อวานก็เกลี้ยกล่อมอยู่นานกว่านายสมภพจะยอมมอบตัว ดูสีหน้าแววตาของลูกชายค่อนข้างเครียด สภาพจิตใจของตนขณะนี้ก็ค่อนข้างเครียด รู้สึกเสียใจ และรู้สึกคิดถึงลูกชาย จึงเดินทางมายังบ้านของผู้เสียชีวิตเพื่อพูดคุยกัน และเป็นตัวแทนขอขมาแทนความผิดที่ลูกชายได้ก่อเหตุไว้

หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกุมตัวไปจนกระทั่งฝากขังศาล ตนก็ยังไม่ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับลูกชาย อย่างไรก็ตาม ตนปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินตามกฎหมาย ยืนยันว่าจะไม่ประกันตัว เนื่องจากตนก็หาเช้ากินค่ำ คงไม่มีทรัพย์สินไปประกันตัว

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *