พ่อแม่โวยลูก 3 ขวบฉีดยาสลบตาย เรียก 4 แสนชดใช้ รพ.แจงโคม่าป่วยหัวใจซ้ำติดไวรัส (คลิป)

ข่าวเด่น

จากกรณี น.ส.อินทรา เนตรสกุลณี อายุ 21 ปี และน.ส.เฌอริรดา กลิ่นหวน อายุ 39 ปี แม่และยายของ ด.ญ.กชพร หรือ น้องเจล วัย 3 ขวบ ได้ร้องเรียนสื่อว่าได้พาน้องเจลเข้าไปรักษาโรคหัวใจที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และน้องเจลเสียชีวิต เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 64 ที่ผ่านมาท โดยที่แพทย์ผู้รักษาไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าน้องเจลเสียชีวิตได้อย่างไร

วันที่ 19 พ.ค. 64 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่วัดดาวโด่ง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ศพของน้องเจลยังคงถูกบรรจุโลงเย็นและยังไม่ทำการฌาปนกิจ จนกว่าจะได้คำตอบที่แน่ชัดว่าน้องเจลเสียชีวิตจากสาเหตุใด และได้รับการรับผิดชอบจากโรงพยาบาล

นายสุเนตร คล้ายสี อายุ 23 ปี และน.ส.อินทิรา เนตรสกุลณี อายุ 21 ปี พ่อและแม่ของน้องเจล ยังอยู่ในอาการโศกเศร้า นายสุเนตร กล่าวว่า ตนยืนยันได้ว่าก่อนที่น้องเจลจะถูกผ่าตัดนั้น สุขภาพร่างกายของน้องเจลแข็งแรงดี ใช้ชีวิตปกติได้ หลังจากลูกสาวเสียชีวิต หมอก็ไม่เคยยืนยันสาเหตุการตายที่ชัดเจน และตนรู้สึกไม่พอใจที่หมออ้างว่าน้องเจลติดเชื้อไวรัสจนเสียชีวิต เพราะตนมั่นใจว่าถ้าน้องเจลติดเชื้อไวรัส ร่างกายต้องค่อย ๆ ทรุด และหมอต้องทราบอาการ ไม่ใช่มาตายกะทันหันแบบนี้

น.ส.อินทิรา กล่าวต่อว่า หลังจากที่น้องเจลได้รับการผ่าตัดหัวใจ อาการก็แย่ลงเรื่อย ๆ จากที่เคยเดินได้สะดวกกลับเหนื่อยง่าย เดิน 2-3 ก้าวก็ต้องหยุดพักแล้ว จนช่วงหลังต้องซื้อรถเข็นมาใช้แทนการเดิน ยืนยันว่าในวันที่น้องเจลเสียชีวิต หมอบอกว่าต้องการที่จะเจาะเลือดน้องเจล ได้วางยาสลบน้องเจลแต่น้องเจลก็ไม่ฟื้นกลับมา แต่ตนไม่ทราบว่าวิธีที่หมอให้ยาสลบนั้นใช้วิธีอะไร ซึ่งหลังจากที่ตนไปเจอ หมอก็ปั้มหัวใจอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง และเมื่อน้องเจลเสียชีวิต หมอก็ตอบไม่ได้ว่าน้องเจลตายเพราะไวรัสอะไร

อย่างไรก็ตาม พวกตนอยากให้หมอออกมาชี้แจงว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องเจล ถ้าไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนก็จะไม่เผาศพลูก ซึ่งตอนนี้ต้นสัมผัสได้ว่าน้องเจลยังอยู่กับพวกตน สัมผัสได้ว่าเขามักจะมาดึงผ้าห่ม และนอนอยู่บนเตียงนอนด้วยเหมือนตอนที่ยังมีชีวิต

หลังจากที่ได้รับศพน้องเจลมาแล้ว ครอบครัวก็ตรวจสอบศพของน้องเจลพบว่าที่บริเวณขาข้างอวัยวะเพศ มีรอยถูกเจาะเหมือนกับการสวนหลอดเลือดหัวใจ คิดว่าหมอน่าจะมีการสวนหลอดเลือดหัวใจโดยที่ร่างกายน้องเจลไม่พร้อม และทำการรักษาผิดพลาดจนน้องเจลเสียชีวิตหรือไม่

โดยครอบครัวน้องเจลได้เดินทางไปพูดคุยกับทางโรงพยาบาล น.ส.เฌอริรดา กลิ่นหวน ยายของน้องเจล ให้ข้อมูลว่า ทางโรงพยาบาลไม่ยอมรับว่าน้องเจลตายเพราะวางยาสลบ แต่ยังยืนยันว่าน้องเจลตายเพราะอาการหัวใจล้มเหลว ตอนนี้ทางญาติได้เรียกค่าเสียหายจำนวน 400,000 บาท ซึ่งทางโรงพยาบาลยังไม่ยืนยันว่าจะชดใช้

รศ.พิเศษ พญ.พนิดา ศรีสันต์ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ชี้แจงว่า คนไข้เป็นเด็กผู้หญิง อายุ 3 ปี 8 เดือน มารับการรักษาด้วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดซับซ้อน ตั้งแต่อายุ 1 ปี ต่อมามีปัญหาปอดอักเสบติดเชื้อหลายครั้ง ได้รับการรักษาที่สถาบันฯ และโรงพยาบาลใกล้บ้าน กุมารแพทย์โรคระบบการหายใจได้ทำการส่องกล้องหลอดลม เพื่อหาสาเหตุของปอดอักเสบ พบมีเส้นเลือดดำใหญ่กดหลอดลม ผลการตรวจหัวใจ พบมีความผิดปกติของลิ้นหัวใจรุนแรง จึงได้ปรึกษาศัลยแพทย์โรคหัวใจ และผ่าตัดในวันที่ 11 มี.ค. 64 หลังผ่าตัดผู้ป่วยอาการดีขึ้น สามารถกลับบ้านในวันที่ 20 มี.ค.64 และได้มาติดตามการรักษากับศัลยแพทย์โรคหัวใจในวันที่ 2 เม.ย. 64 พบว่าอาการดีขึ้น

หลังจากนั้น ในวันที่ 11 พ.ค. 64 ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในสถาบันฯ ด้วยอาการไข้ หายใจหอบเหนื่อย ผลการตรวจพบเชื้อไวรัสในทางเดินหายใจ ร่วมกับภาวะหัวใจล้มเหลวได้รับการรักษาในหอผู้ป่วยศัลยกรรม ต่อมาในวันที่ 13 พ.ค.64 ผู้ป่วยซึมลง มีภาวะช็อก ค่าออกซิเจนต่ำเหลือ 85% ผลการตรวจเลือดพบมีเม็ดเลือดขาวสูง และเกล็ดเลือดต่ำมาก สงสัยภาวะการติดเชื้อในกระแสโลหิตรุนแรง ทีมแพทย์จึงให้การรักษาภาวะช็อค ให้น้ำเกลือ ร่วมกับยาปฏิชีวนะชั้นสูง ให้ออกซิเจนอัตราไหลสูงทางจมูก และยากระตุ้นการบีบตัวของหัวใจ พร้อมติดต่อย้ายผู้ป่วยเข้ารักษาในหอผู้ป่วยวิกฤติทันที

เนื่องจากผู้ป่วยจะต้องได้รับยาสำคัญหลายชนิดผ่านทางเส้นเลือด จึงมีความจำเป็นต้องเปิดเส้นเลือดดำขนาดใหญ่ นอกจากนี้การที่ผู้ป่วยมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีเลือดออกมากผิดปกติ อีกทั้งการร้องไห้ของผู้ป่วยโรคหัวใจอาจส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ ทำให้ความดันโลหิตต่ำลงได้ ทีมแพทย์จึงได้ทำการปรึกษาวิสัญญีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ในการเปิดเส้นเลือดดำขนาดใหญ่ ซึ่งมีความจำเป็นต้องให้ยาแก้ปวด และยานอนหลับตามมาตรฐาน ภายใต้การติดตามดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดของทีมแพทย์ และพยาบาลในหอผู้ป่วยวิกฤต หลังเปิดเส้นเลือดได้สำเร็จผู้ป่วยมีภาวะเขียว ออกซิเจนต่ำเหลือ 30% หัวใจเต้นช้าลงเหลือ 48 ครั้งต่อนาที ทีมแพทย์จึงใส่ท่อช่วยหายใจ และเริ่มปฏิบัติการกู้ชีพทันที อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษา และเสียชีวิตในคืนวันที่ 13 พ.ค. 64

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *