เจอหลักฐานแม่มีลูกตายหมด 3 คนกรรมพันธุ์โรคหัวใจ หมอปลารุดช่วยสื่อร้อนวูบ (คลิป)

ข่าวเด่น

จากกรณีที่นางสาวศิริพร สิงห์สาคร อายุ 33 ปี ชาวบ้านผักตบ ต.ผักตบ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ได้โพสต์ผ่านสื่อหลังจากขอชันสูตรศพลูกสาว น้องเนเน่ วัย 5 เดือน 14 วัน เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 64 ได้พาน้องเนเน่ไปฉีดวัคซีนเด็ก ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลผักตบ หลังจากกลับมา น้องเนเน่ร้องไห้งอแงจึงอุ้มขึ้นมาปลอบ แล้วน้องก็ช็อกหมดสติ ส่งตัวต่อที่ รพ.หนองหาน แพทย์พยายามปั๊มหัวใจช่วยชีวิต แต่สุดท้ายน้องเสียชีวิต

ซึ่งก่อนหน้านี้สูญเสียลูกมาแล้วถึง 2 คน เมื่อปี 2556 และปี 2557 จึงอยากทราบสาเหตุการเสียชีวิตของลูกสาวคนล่าสุดว่าเป็นเพราะเหตุใด

วันที่ 19 พ.ค. 64 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางไปยัง หมู่ 11 ต.ผักตบ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี โดยบรรยากาศวันนี้มีการตั้งเต็นท์หน้าบ้าน เพื่อเตรียมงานศพน้องเนเน่

ต่อมาเวลาประมาณ 14.00 น. รอบครัวได้รับศพน้องเนเน่ หลังจากนำไปผ่าชันสูตรกลับมาที่บ้าน มีการนำศพบรรรจุใส่ในโลงไม้ ลายการ์ตูน และใส่โลงเย็นอีก 1 ชั้น ตั้งอยู่ภายในบ้าน จะทำพิธีฌาปนกิจศพตามความเชื่อ และจะต้องรอผลการชันสูตรต่อไปอีกประมาณ 45 วัน

นางวิไลวรรณ สิงห์สาธร อายุ 53 ปี ยายของน้องเนเน่ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงเช้า ตนเองได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น เพื่อที่จะนำส่งศพน้องผ่าชันสูตร

หมอได้อธิบายว่าหัวใจของน้องเนเน่โตผิดปกติมากกว่าเด็กทั่วไปในวัยนี้ และเส้นเลือดใหญ่ที่จะสูบฉีดเลือดเข้าไปในหัวใจมี 4 เส้น ทั้งที่ปกติจะมีเพียง 1 เส้นเท่านั้น ทำให้เลือดสูบฉีดเข้าไปในหัวใจแรงและเร็ว หัวใจขยายและโตไวปิดปกติ เด็กมีอาการช็อกและเสียชีวิต โดยไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน ทั้งที่ผ่านมาน้องเนเน่ไม่มีโรคประจำตัว ไม่มีอาการแพ้ ไม่มีอาการป่วยใด ๆ ทั้งสิ้น แต่มีเครือญาติของตนเองเสียชีวิตด้วยโรคเกี่ยวกับหัวใจ 2 คน คือลูกสาวคนโตของตนเอง ที่เสียชีวิตไปเมื่อปี 2539 ขณะอายุได้ 10 ปี และน้าของตาน้องเนเน่ก็เสียชีวิตด้วยอาการลิ้นหัวใจรั่ว เสียชีวิตไปเมื่อปี 2530 ขณะอายุได้ 30 ปี จึงตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีเรื่องกรรมพันธุ์เกี่ยวข้องหรือไม่

ล่าสุดเมื่อครอบครัวได้ทราบเหตุผลของการเสียชีวิตจากแพทย์นั้น ก็ไม่ติดใจสาเหตุการตายแล้ว เพราะทุกอย่างค่อนข้างชัดเจนและกระจ่าง และจะไม่เอาผิดกับโรงพยาบาล หลังจากนี้ต้องปรึกษาหมอเกี่ยวกับการเตรียมพร้อมว่าลูกสาวจะสามารถมีลูกได้อีกหรือไม่ มีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด

ส่วนที่หมอปลาจะมาก็ยังยินดี และอยากจะพิสูจน์เช่นกันว่าที่บ้านมีเรื่องใดที่ลี้ลับหรือไม่ ที่บ้านตนเองเป็นพื้นที่ป่าช้าเก่า แต่ก็ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ตนเองเคยเจอเหตุการณ์น่ากลัวอยู่หนึ่งครั้ง เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว คือช่วงกลางคืน ตนเองเห็นแมงมุมตัวใหญ่ตาสีแดง พยายามคลานเข้ามาหาตนเอง และพยายามจะเข้ามากัด จึงปลุกสามีให้มาฆ่าแมงมุม แต่สามีกลับมองไม่เห็น โดยเห็นประมาณ 2 รอบช่วงวันพระใหญ่ แต่หลังจากนั้นก็ไม่เจอสิ่งลี้ลับอีกเลย

ขณะเดียวกัน นายกำธร สิงห์สาธร อายุ 55 ปี ตาของน้องเนเน่ เปิดเผยว่า อาถรรพ์เลข 14 นั้น ตนเองและครอบครัวก็ยังฉงนใจทุกคน เพราะแต่ละคนก็มีเลข 14 ในอายุทั้งหมด และเสียชีวิตอาการเดียวกันทั้งหมด แต่ไม่รู้เพราะสาเหตุใด ครอบครัวจึงอยากให้หมอปลามาพิสูจน์โดยจะรอต้อนรับในวันอังคารที่ 25 พ.ค. ตนเองอยากให้มาดูว่าเป็นเพราะอะไร เป็นเพราะพ่อแม่หรือไม่

ที่ผ่านมาคนในครอบครัวหรือคนรอบข้างไม่มีใครมีโรคประจำตัว หรือมีลูกแล้วตายแบบนี้ มีแต่ภรรยาตนเองที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน และความดันตามปกติ ที่ผ่านมาลูกสาวก็เลี้ยงดูลูกอย่างดีมาโดยตลอด ไม่เคยมีอาการสำลักน้ำหรือนมมาก่อน ก่อนหน้านี้ทางครอบครัวไม่ได้พาหลานไปพึ่งทางไสยศาสตร์มากนัก ส่วนใหญ่จะพบแพทย์แผนปัจจุบันตามนัดหมาย หลานก็ปกติดีทุกอย่าง แต่ลูกสาวตนเองก็เคยไปทำพิธีผูกข้อมือให้หลานอยู่บ้าง ตอนนี้ตนเองก็เป็นห่วงลูกสาว เพราะร้องไห้อยู่ตลอดเวลาด้วยความเสียใจ

ส่วนเรื่องทรวงกินลูกที่ผู้เฒ่าผู้แก่พูดนั้น ตนเองก็เคยพาลูกสาวไปฆ่าทรวงอยู่เมื่อ 7-8 ปีก่อนแล้ว หลานคนที่ 3 ออกมาก็ไม่เสียชีวิต คิดว่าจะไม่เกิดขึ้นแล้ว แต่มาเกิดขึ้นกับหลายคนที่ 4 จนได้ และก่อนหน้านี้ประมาณ 1 เดือน ภรรยาตนเองมีลางบอกเหตุ คือตาขวากระตุกทุกวัน และปัจจุบันหายเป็นปกติแล้ว ไม่คิดว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นแบบนี้

ไทม์ไลน์การเสียชีวิต น้องพอร์ช 28 กันยายน 2556
เวลา 19.00 น. น้องพอร์ช นั่งเล่น
เวลา 20.00 น. น้องกระตุกและแน่นิ่ง
เวลา 20.10 น. นำส่งโรงพยาบาลปั๊มหัวใจ อาการไม่ดีขึ้น
เวลา 05.15 น. เสียชีวิต (29 กันยายน 2556)

ไทม์ไลน์การเสียชีวิต น้องปาร์ตี้ 7 ธันวาคม 2557
เวลา 14.30 น. อาบน้ำแต่งตัว
เวลา 14.45 น. ให้นม
เวลา 15.00 น. มีอาการกระตุกละแน่นิ่ง
เวลา 15.10 น. นำส่งโรงพยาบาลปั๊มหัวใจอาการไม่ดีขึ้น
เวลา 20.00 น. เสียชีวิต

ไทม์ไลน์การเสียชีวิต น้องเนเน่ 17 พฤษภาคม 2564
เวลา 11.00 น. ฉีดวัคซีนคอตีบ
เวลา 11.30 น. กลับถึงบ้าน
เวลา 17.00 น. เริ่มร้องไห้
เวลา 17.30 น. มีอาการกระตุก
เวลา 17.30 น. หมดสติ
เวลา 17.40 น. นำส่งโรงพยาบาล กู้ชีพประมาณ 30 นาที
เวลา 18.10 น. เสียชีวิต

ขณะที่นางสาวศิริพร ได้สาธิตวิธีการอุ้มน้องขณะที่น้องกำลังเสียชีวิต โดยน้องพอร์ช ลูกชายคนที่ 1 อุ้มลักษณะนอนหงายโดยใช้มือซ้ายประคองศีรษะ และมือขวาประคองที่สะโพก โดยไม่ได้มีการให้ดื่มนม แต่น้องมีอาการกระตุกและแน่นิ่งไป ขณะที่น้องปาร์ตี้ คนที่ 2 ตนเองวางน้องนอนหงายไว้บนที่นอน และตนเองไปเก็บของ ก่อนที่น้องปาร์ตี้จะมีอาการกระตุก 1 ครั้งและแน่นิ่งไป

ส่วนน้องเนเน่ ลูกคนที่ 4 ตนเองก็อุ้มลักษณะนอนหงาย ใช้มือซ้ายประคองศีรษะขึ้นเล็กน้อย และมือขวาประคองสะโพกคล้ายของพอร์ช เพราะลูกร้อง ก่อนที่น้องเนเน่จะกระตุกและแน่นิ่งไป

นางสาวศิริพร สิงห์สาคร อายุ 33 ปี และนายพงษ์เทพ ใต้ชมพู อายุ 36 ปี แม่และพ่อของน้องเนเน่ เดินทางมาพบกับหมอปลา มือปราบสัมภเวสี โดยเมื่อมาถึงหมอปลาได้ทำพิธี ให้นางสาวศิริพรนั่งบนเก้าอี้และห้อยปลายเท้าแตะพื้นปูน หลังจากนั้นหมอปลาก็จับที่หลังของนางสาวศิริพร และสอบถามอาการว่ารู้สึกร้อนชาหรือเย็นที่ฝ่าเท้าบ้างหรือไม่ แต่นางสาวศิริพรก็ไม่รู้สึกอะไร

หลังจากนั้น หมอปลาได้เชิญ น.ส.เกสรา บัวลอย ผู้สื่อข่าวช่อง 8 มานั่งและยืดขาไปข้างหน้าโดยที่เท้าไม่แตะพื้น และจับมือเอาไว้ ซึ่งเมื่อหมอปลาจับหลัง น.ส.เกสรา ก็รู้สึกอุ่นที่กลางเท้าขวา หลังจากหมอปลาปล่อยมือ เท้าก็หายอุ่น ต่อมาหมอปลาได้เอามือไปไว้ใกล้ น.ส.เกสรา โดยไม่โดนตัว แต่น.ส.เกสรา ก็ยังรู้สึกอุ่นที่เท้าขวา และเมื่อหมอปลาปล่อยมือ เท้าของน.ส.เกสรา ก็หายอุ่น

หมอปลา อธิบายว่า สาเหตุที่ผู้สื่อข่าวรู้สึกอบอุ่นนั้นเป็นเพราะพลังงานที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ หรือที่เรียกว่าวิญญาณ ซึ่งตนไม่ทราบแน่ชัดว่าวิญญาณนี้มีวัตถุประสงค์อะไร แต่รู้ได้ว่าวิญญาณนี้ไม่สามารถผ่านร่างกายของแม่ได้ แต่กลับไปผ่านร่างกายของลูก ๆ ที่แม่รักได้ ทำให้ลูกตายไปถึง 3 คน เป็นคนใกล้ตัวทั้งหมด

ตนเชื่อว่าในพื้นที่บ้านของ น.ส.ศิริพร จะต้องมีวิญญาณอะไรบางอย่าง แต่ตนจะต้องลงพื้นที่ไปสัมผัสก่อน จึงจะบอกได้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับอะไร ตนเลือกที่จะไปในวันอังคารที่ 25 พ.ค. สาเหตุที่เลือกวันอังคารเพราะเป็นวันแข็ง ตนไม่มั่นใจว่าเลข 14 เกี่ยวข้องอย่างไรกับการเสียชีวิต เพราะเลข 14 จะเกี่ยวกับความรัก อย่างเช่นวันที่ 14 ก.พ. ที่เป็นวันวาเลนไทน์ อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าเคสนี้มีความคล้ายคลึงกับเคสที่ลูกตาย 4 ศพที่ จ.สุพรรณบุรี ที่ตนเข้าไปช่วย ซึ่งกรณีนั้นเกิดจากที่มีญาติไปสัญญากับผีว่าถ้าได้สิ่งที่ต้องการจะมอบชีวิตหลานให้ ซึ่งหลานก็ค่อย ๆ ตายไป

ขณะเดียวกัน น.ส.ศิริพร สิงห์สาคร แม่ของน้องเนเน่ เปิดเผยว่า ตนดีใจและโล่งใจกับสิ่งที่หมอปลาพูด ตนก็หวังจะเลี้ยงลูกให้โต จึงอยากให้หมอปลาช่วยดูช่วยแก้ในสิ่งที่มองไม่เห็น ซึ่งถ้าหมอปลาทำให้แล้วชีวิตมันดีขึ้น ตนก็เชื่อเขา ตนและสามีไม่เคยไปพูดหรือสัญญากับใครหรือบนบานอะไรที่เกี่ยวกับการเอาชีวิตลูกเลย ส่วนลูกคนที่ยังมีชีวิต ตนเคยเอาไปให้เจ้าอาวาสวัดสว่างวนาราม อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ผูกข้อต่อแขนฝากเป็นลูก จึงยังปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ตอนที่หมอปลาทำพิธีนั้นตนไม่รู้สึกอะไรที่ฝ่าเท้าเลย แต่ผู้สื่อข่าวหญิงกลับรู้สึกแทน

น.ส.เกสรา บัวลอย ผู้สื่อข่าวช่อง 8 ที่เข้าพิธีร่วมกับหมอปลา เปิดเผยว่า วันนี้ได้เข้าทำพิธีกับหมอปลา ยืนยันได้ว่าตนรู้สึกอุ่นที่ฝ่าเท้าในขณะที่หมอปลาสัมผัสตัวแม่ของน้องเนเน่จริง ๆ ซึ่งไม่ได้มีการเตรียมตัวมาก่อน และยืนยันว่าตนเพิ่งจะเคยเจอหมอปลาครั้งแรก ตนก็ยังแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่สุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญานของผู้ชม

ทีมข่าวเดินทางไปวัดโนนสว่าง ต.หมากหญ้า อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี เป็นวัดที่นางสาวศิริพร สิงห์สาธร แม่ของน้องเนเน่ เคยพาน้องเนตรมาเพื่อผูกข้อไม้ข้อมือ รวมไปถึงให้พระได้อภิบาลรักษาตัวน้องก่อนหน้านี้ พระครูพิพัฒน์วิทยาคม หรือหลวงพ่อเจริญ ฐานยุตฺโต เจ้าอาวาสวัดโนนสว่าง และเจ้าคณะอำเภอหนองวัวซอ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า อาตมามองว่าเลข 14 ที่ลงท้ายนั้น คนตายก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีการเกิด แก่ เจ็บ ตาย และเป็นวิบากกรรม ทั้งนี้มีเรื่องของเลข 14 ที่เข้ามาเกี่ยวข้องนั้น อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญ เพราะความตายนั้นไม่เลือกชั้นวรรณะ คนเราเกิดมาต้องตายทุกคน แต่ถามว่าเรื่องความเชื่อมีหรือไม่นั้นก็ต้องบอกว่ามี

โดยขณะนี้มองว่าเป็นเรื่องของที่เฮี้ยน คือบริเวณบ้านที่อาจจะมีการปลูกสร้างทับวิญญาณร้าย ขุมผี หรือป่าช้าเก่า และสิ่งไม่ดีหรือไม่ เมื่อไปปลูกบ้านทับก็เกิดความไม่ร่มเย็น และจะเกิดป่วย เกิดเจ็บ มีลูกก็จะเจ็บป่วย ไม่สบาย บางคนก็บอกว่าทรวงกินลูกตามความเชื่อของคนอีสาน จะมีหมอที่จะเป็นผู้ทำพิธีให้เรียกว่าหมอข่มทรวง

วิธีแก้คือ อาตมาอยากจะแนะนำครอบครัวให้มีการสวดถอน คือนิมนต์พระไปสวดที่บ้านตามความเชื่อ และสวดรดน้ำให้เกิดความชุ่มเย็น ตามความเชื่อโบราณของภาคอีสาน และต้องทำให้ถูกต้อง เพราะถ้าหากทำไม่ถูกต้องก็จะไม่ได้ผล

ขณะที่งานศพนั้น ครอบครัวได้ส่งภาพให้ทีมข่าวได้ดูชุดที่น้องเนเน่สวมใส่ก่อนที่จะเสียชีวิต เป็นชุดกระโปรงสีชมพูลายจุดสีขาว มีรูปผลไม้เป็นการ์ตูนปักที่ด้านหน้า ด้านหลังมีเชือกสำหรับผูก โดยในโลงศพครอบครัวไม่ได้ใส่เสื้อผ้า หรือของเล่นใด ๆ ลงไปด้วย

นางบุญสู้ บำรุงภักดี อายุ 70 ปี ชาวบ้านในชุมชน เปิดเผยว่า บริเวณตรงหมู่บ้านคือพื้นที่ป่าเช้าเก่า และศพที่ฝังส่วนใหญ่เป็นศพเด็ก ตนเองมาอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่ปี 2530 โดยไม่เคยมีอาถรรพ์หรือพบเจอวิญญาณ และยังไม่เคยมีเด็กคนอื่นในหมู่บ้านตาย นอกจากเด็ก 3 คนในบ้านนี้ ตนเองมีลูก 6 คน ก็เป็นปกติดี


โดยเมื่อประมาณ 4-5 วันก่อน ตนเองพบกับลางบอกเหตุ ขณะที่ตนเองกำลังนอนอยู่บริเวณศาลาใกล้ทุ่งนา ได้ยินเสียงดังมาก คล้ายของตกลงบนศาลา ตนเองคิดว่ามะม่วงตก แต่ปรากฎว่าเห็นอีกาบินผ่านหน้าตนเอง ร้องกา 1 ครั้ง และบินไปอยู่บนต้นไม้ และร้องกาอีก 1 ครั้ง ตามความเชื่อแล้วเมื่ออีกาบินผ่านหน้าบ้าน อาจจะมีคนตาย ตนเองไม่ได้เล่าให้ใครฟัง เพราะไม่รู้ว่าจะมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ส่วนเลข 14 ตนเองคิดว่าไม่มีอาถรรพ์ ตนเองเห็นมาตลอดว่าแม่ของเด็กเลี้ยงลูกอย่างดีมาโดยตลอด จึงสงสารเป็นอย่างมากกับครอบครัวนี้ ส่วนหมอปลาจะเดินทางมานั้น ตนเองมองว่าก็ขึ้นอยู่กับครอบครัวของน้องเนเน่ว่าจะให้มาหรือไม่

ตนเองไม่คิดว่าจะมีเด็กในหมู่บ้านเสียชีวิตในรูปแบบนี้อีก โดยมองว่าอาจจจะเป็นเพราะทรวงกินลูก หรือดวงกินลูก คือเป็นความเชื่อของคนโบราณที่เกิดขึ้นกับแม่ของเด็กว่าลูกจะเป็นอันตรายหลังจากคลอดนั้น

นายพงษ์เทพ ใต้ชมพู อายุ 36 ปี พ่อของเด็กที่เสียชีวิต ระบุว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาภรรยาตนเองร้องไห้ทั้งคืนและไม่ยอมนอน ตนเองต้องให้น้องเนตร ลูกสาว ไปปลอบและกล่อมจึงหลับไป ยอมรับว่าภรรยาเคยมีการคิดสั้นอยู่ด้วย แต่คิดว่าภรรยาคงไม่ทำ ตนเองบอกภรรยาเสมอว่าเรายังมีลูกอยู่อีกคน เราต้องสู้เพื่อลูก หากการชันสูตรเสร็จสิ้น ครอบครัวคงจะกระจ่างเรื่องสาเหตุการเสียชีวิต และจะได้หาวิธีการดำเนินชีวิตต่อไป หากจะมีลูกอีกให้ลูกปลอดภัย

รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนิติเวชศาสตร์ มศว กล่าวว่า จากกรณีที่เด็กฉีดวัคซีนแล้วเสียชีวิตเกิดขึ้นได้จริง แต่จะมีเป็นส่วนน้อยมาก แต่จะต้องดูก่อนว่าการฉีดวัคซีนที่เกิดขึ้นจากยาตัวไหนก็ตาม ต้องดูในเรื่องลักษณะของการแพ้ก่อนเป็นอันดับแรก ถ้าเด็กจะเสียชีวิตเพราะการฉีดวัคซีน ก็จะต้องมาจากการแพ้อย่างรุนแรงโดยจะเกิดใน 30 นาที ถ้าฉีดไปแล้วเกิน 30 นาที ก็อาจจะเกิดขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งส่วนใหญ่ถ้าหากจะฉีดวัคซีน แนะนำว่าจะต้องอยู่ในสถานพยาบาล และจะต้องรอดูอาการก่อน 30 นาที ถ้าหากมีอาการแพ้ ก็จะได้ช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ก็รอดจากการเสียชีวิตได้

ส่วนในเรื่องที่มีของอุดตันในหลอดลม ถ้าเกิดขึ้นในเด็กอาจจะมีการเข้าใจผิด ว่าจะต้องเป็นเศษอาหารชิ้นใหญ่ หรือสิ่งอะไรที่เป็นสิ่งแปลกปลอม บางครั้งนมก็อาจจะเป็นได้ ซึ่งส่วนมากที่พบก็จะเป็นเด็กที่อายุน้อย แต่ถ้าหากเป็นเด็กที่ 2 ขวบขึ้นไป ก็เกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน โดยจะมีในเรื่องของอาการทางสมองด้วย

และในกรณีเคสที่มีลูก 4 คน แล้วเสียชีวิตไป 3 คน ในช่วงวัยอายุน้อย อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของพันธุกรรม ยิ่งมีข้อมูลที่บอกมาว่าเด็กมีอาการร้องไห้งอแง ยิ่งจะต้องดูว่าทางคนเป็นแม่มีโรคประจำตัวเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ สุดท้ายอยากจะฝากให้คนเป็นแม่ที่ยังให้นมบุตร จะต้องให้เด็กเรอออกมาทุกครั้ง ก็อาจจะมีปัญหากลับมาได้ และจะต้องคอยเรียนรู้เรื่องกับเด็กในพฤติกรรมไปเรื่อย ๆ เรื่องการกินที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *