“ไอ้โอ” ลวงเด็ก 13 เบี้ยวนัด เหยื่อเบรกสู่ขอจี้จ่ายแสนจบคดี ญาติพ้อบ้านซอมซ่อไร้เงิน (คลิป)

ข่าวเด่น

จากกรณีแม่ของเด็กหญิง 13 ปีในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ร้องสื่อว่าลูกสาวเล่นแอปลิเคชัน ช่วงงอนกับแม่ไม่กี่ชั่วโมง ถูกลวงรับออกไปจากโครงการหมู่บ้าน บอกว่าจะพาไปกินข้าว แต่พากลับไปลวงไปชำเราในโรงแรมม่านรูด ก่อนปล่อยทิ้งไว้ลำพังต้องหาทางกลับบ้านเองนั้น

ล่าสุด วันที่ 19 พ.ค. 64 ทีมข่าวเดินทางมาที่ สภ.นครชัยศรี อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม แม่ของผู้เสียหายได้พาน้องอายุ 13 ปีเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม กับพนักงานสอบสวนเพื่อทำสำนวนประกอบคดีความ เวลา 14.00 น. จะเดินทางไปที่โรงพยาบาลนครชัยศรี เพื่อรับฟังผลตรวจร่างกาย

นางอุษา (นามสมมติ) อายุ 30 ปี แม่ของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดเรื่อง ตนยังไม่ได้เจอกับนายโอ ผู้ก่อเหตุ เมื่อวานนี้ ช่วงเย็น ผู้ปกครองของผู้ชายได้เดินทางเข้ามาพูดคุยกับตนที่ห้องผู้กำกับการ สภ.นครชัยศรี และเล่าทำนองว่ายังหาลูกชายไม่เจอ แต่ทางพ่อของผู้เสียหายไม่ยอม ส่วนตัวตนเลิกกับพ่อของเด็กประมาณ 10 กว่าปี แต่ยังรับหน้าที่ดูแลลูกร่วมกัน และต้องการให้ฝ่ายชายชดใช้ค่าเสียหาย ส่วนตัวโดนบีบมาจากพ่อของผู้เสียหาย จึงต้องมาเจรจากับครอบครัวของฝ่ายชาย จำนวนเงินที่เรียกอยู่ที่ประมาณหลักแสนบาท

หลังจากที่เรียกเงินจำนวนนี้ไป ทางฝ่ายชายกล่าวว่าหาเงินไม่ทัน และยังไม่ได้ตอบตกลง อีกทั้งตอนนี้ตนทราบจากตำรวจว่านายโอหนีไปแล้ว สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น ตอนที่เกิดเหตุทั้ง 2 คนอาจจะมีการพูดคุยกัน และมีการไปก่อเหตุดังกล่าวขึ้น แต่ถ้าให้ว่าตามกฎหมายนั้นเป็นเรื่องของการพรากผู้เยาว์ ขณะนี้สภาพจิตใจของทั้งตน และลูกสาวย่ำแย่มาก เพราะถูกสังคมกล่าวโจมตีในทางเสียหาย

ทั้งนี้ ทางฝ่ายชายมีการยื่นข้อเสนอมาว่า อยากจะผูกข้อไม้ข้อมือและช่วยดูแล ซึ่งหลังจากเกิดเรื่องตนได้มีการสอบถามว่าลูกสาวของตนอยากจะคบหากับฝั่งผู้ชายหรือไม่ แต่ลูกสาวกล่าวปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม ตนยอมรับว่าตนต้องทำงานและเด็กโตขึ้นแล้ว เป็นวัยที่ควบคุมพฤติกรรมได้ยาก ซึ่งตนยืนยันว่าไม่ว่าอย่างไรก็จะเอาให้ถึงที่สุด

ทีมข่าวเดินทางมาที่ อ.บางแพ จ.ราชบุรี ไปยังบ้านของนายอรรถพล ผู้ก่อเหตุ ลักษณะเป็นบ้านปูนชั้นเดียว นางผ่องศรี (นามสมมติ)ป้าสะใภ้ของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า ตนเองไม่ทราบเรื่องอะไร เพราะเป็นแค่ป้าสะใภ้ และมีโรคเครียด ถ้ารับรู้เรื่องเยอะ จะทำให้เครียด จนนอนไม่หลับ หลานชายเป็นคนดี มีเมตตา และขยันทำงาน ส่วนตัวไม่คิดว่าจะเป็นคนที่ใจร้ายถึงขั้นกระทำเรื่องไม่ดีแบบนั้นกับคนอื่น อีกทั้งตนไม่เคยทราบว่าหลานชายมีแฟน เพราะหลานชายไม่เคยพาผู้หญิงมาที่บ้าน นายโอไม่ได้กลับมาที่บ้านกว่า 1 เดือนแล้ว เพราะหลานชายต้องไปทำงาน

ทั้งนี้ ที่บ้านของฝ่ายชายไม่ได้มีฐานะ แม้แต่บ้านที่อยู่ก็ทรุดโทรม อีกทั้งพ่อแม่ของเด็กยังทำงานหาเช้ากินค่ำ ถ้าจะให้รับชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนหลักแสนบาท คงจะเป็นไปได้ยาก แต่สำหรับเรื่องของคดีความ ตนไม่อยากเข้าไปยุ่ง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพ่อแม่เด็ก

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *