ญาติแก๊งฆ่าเสี่ยโกศลโวยถูกจัดฉากหวังจับแพะ อ้างคนดีกลัวผีไม่ฆ่าคนสุดอำมหิต (คลิป)

ข่าวเด่น

จากกรณีภรรยาของนายโกศล ผู้สูญหาย ได้ยินเสียงปืนจากบ้านหลังหนึ่ง หลังจากที่สามีไปดื่มเหล้าที่บ้านหลังดังกล่าว จึงไปตามถึงบ้าน แต่เจ้าของบ้านยังไม่ยอมออกมา สุดท้ายบอกว่าไม่ทราบว่าสามีไปไหนเพราะขณะนั้นกำลังนอนหลับ แต่ภรรยาผู้สูญหายสังเกตเห็นมีรอยเลือดเป็นทาง มีร่องรอยการล้างเลือดตามพื้นถนน มีรอยเลือดติดบนใบหญ้า แต่ไม่พบตัวสามี ซึ่งในวันดังกล่าวสามีได้สวมสร้อยคอทองคำและเลสข้อมือหนัก 10 บาทออกไปด้วย ต่อมาตำรวจออกหมายจับ 8 รายแล้วนั้น

วันที่ 18 พ.ค. 64 ล่าสุดได้รับรายงานจากชุดสืบสวนจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีการตรวจยึดรถที่ผู้ต้องหาใช้ก่อเหตุ และเกี่ยวข้องในคดีอุ้มฆ่า รวมทั้งสิ้น 4 คัน

ภายหลังตำรวจมีการตรวจยึดรถยนต์ของกลาง หนึ่งในนั้นเป็นรถที่ระบุว่ามีนายสุรชัย คงสุข เกี่ยวข้อง แต่ตอนนี้ยังหลบระหว่างหลบหนีนั้น นางผกา (นามสมมติ) แม่ของนายสุรชัย เปิดเผยว่า ตนเองไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการตรวจยึดรถกระบะคันใดไปทำการตรวจสอบ แล้วมีส่วนเกี่ยวข้องบ้างน้อยเพียงใดกับคดีนี้ เพราะลูกชายก็มีกระบะสีขาวที่ใช้งานขับขี่ไปมาภายในหมู่บ้าน ใช้รับงานขนส่งบ้าง แต่ก็ยังเชื่อมั่นว่าจนถึงวันนี้ลูกชายยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนายสุรัตน์ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีอุ้มฆ่าเสี่ยโกศล เพราะลูกชายก็ไปมาหาสู่กับนายสุรัตน์เป็นเรื่องปกติ แต่ในวันดังกล่าวลูกชายไม่ได้ไปร่วมก่อเหตุตามที่ถูกออกหมายจับ

จนถึงวันนี้ตนเองยังติดต่อกับลูกชายไม่ได้ ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีที่ไหน และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าตัวไปอาศัยอยู่ที่ใด เพราะหลังจากที่ทราบว่ามีการออกหมายจับ ลูกชายก็ขาดการติดต่อไป ถ้าตนเองรู้หรือเจอลูกชายก็อยากจะถามว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้มากน้อยเพียงใด เพราะตนเองอยากจะฟังจากปากลูกชาย ทั้งนี้ ตนก็มีความกังวลเช่นเดียวกันว่าลูกชายจะเป็นอันตราย หรืออาจจะถูกเจ้าหน้าที่ยิงจนกระทั่งเสียชีวิตได้

ทีมข่าวเดินทางไปที่บ้านของนายเจริญ หรือ บ่าวพร ผู้ต้องหา ทราบข้อมูลจากชุดสืบสวนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ระบุว่า จอบ 2 ด้าม ซึ่งเป็นพยานหลักฐานที่พบบริเวณบ่อทรายจุดฝังศพ มีนายเจริญเป็นเจ้าของ และยังเป็นผู้ต้องหาที่ถูกว่าจ้างให้ไปเฝ้าขนำเลี้ยงหอยไฟไหม้ในคลองพุงเรียงนั้น

นางเดือน (นามสมมติ) อายุ 58 ปี พี่สาวบ่าวพร เปิดเผยว่า ตนเองก็ไม่รู้ว่าน้องชายไปอยู่ที่ไหน หรือเป็นตายร้ายดีอย่างไร เพราะเจ้าตัวมักอยู่แยกออกไปจากครอบครัว อาศัยอยู่เพียงลำพัง หลังจากที่เลิกกับภรรยาก็ไปอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว จนกระทั่งช่วง 2 ปีที่ผ่านมาไปรู้จักกับนายสุรัตน์ ซึ่งมีฐานะเป็นนายจ้าง บ่าวพรจะไปรับจ้างให้อาหารปลา เลี้ยงหอยที่ขนำ และรับจ้างทั่วไปขึ้นอยู่กับนายสุรัตน์จะเป็นคนว่าจ้าง

แต่กรณีที่ตำรวจมีการเชื่อมโยงเรื่องพยานหลักฐานที่เจอ เช่น จอบ หรือ เลื่อยใช้ตัดไม้เคี่ยมนั้น ตนเองไม่รู้ว่าจอบดังกล่าวเป็นของใคร เพราะบ่าวพรไม่ได้ทำอาชีพเกษตรกร จึงไม่รู้ว่าจะเป็นจอบของบ่าวพรหรือไม่ ส่วนเรื่องของความเกี่ยวข้องขนำที่อ้างว่าเป็นที่ซุกซ่อนพยานหลักฐาน และเป็นที่รวมตัวกันของกลุ่มคนก่อเหตุนั้น ตนเองไม่รู้ว่าขนำมีความเกี่ยวข้องอย่างไร แต่บ่าวพรเป็นลูกจ้างที่ถูกจ้างไปเลี้ยงหอยและให้อาหารปลา ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เจ้าตัวจะไปโผล่ที่ขนำดังกล่าว

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการออกหมายจับและเรียกให้บ่าวพรไปสอบปากคำเข้ม ก่อนที่จะมีการออกหมายจับ เพราะเชื่อมโยงถึงหมวกสีเทาครีม ลายธงชาตินั้น ตนตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเองไม่รู้ว่าหมวกของบ่าวพรไปโผล่บริเวณบ่อทรายได้อย่างไร เพราะเชื่อว่าเจ้าตัวไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากบ่างพรเป็นคนขี้กลัวผี กลัวคนก่อเหตุทำร้ายกัน ดังนั้นจึงเชื่อมั่นว่าเจ้าตัวจะไม่ช่วยหรือกระทำผิดโดยการขุดหลุมฝังร่างใคร แต่การที่หมวกใบดังกล่าวไปโผล่ที่บ่อทราย อาจเกิดจากการจัดฉากของใครบางคน ที่อาจจะแอบลักลอบเข้าไปที่บ้านของบ่าวพร แล้วไปหยิบเอาหมวกไปทิ้งเอาไว้ที่บ่อทราย หลังจากที่มีการเคลื่อนย้ายศพออกไปจากหลุม เพื่อเป็นการจัดฉากว่าบ่าวพรมีส่วนเกี่ยวข้อง วิธีการจัดฉากก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะโดยพฤติกรรมของบ่าวพรเป็นคนทิ้งของและตากเสื้อผ้าไว้นอกบ้าน ไม่ได้จัดเก็บหรือล็อกกุญแจอย่างดี

นายพัน (นามสมมมติ) ชาวบ้านตะกรบ ชาวประมงพื้นบ้าน ได้นำเลื่อยโค้งหรือเลื่อยคันธนูมาให้ทีมข่าวดู จากข้อสันนิษฐานตอต้นไม้เคี่ยมที่ใช้แบกหามศพของนายโกศลนั้น โดยส่วนใหญ่ชาวบ้านในพื้นที่เกือบร้อยละ 80 จะมีเลื่อยดังกล่าวไว้ในครอบครอง เพราะเนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่ใช้ในการตัดไม้ ตัดฟืน และใช้สำหรับการก่อสร้าง

นายพัน บอกว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่จะใช้เฉพาะเลื่อยโค้งหรือเลื่อนค้นธนู ในการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้นในวันเกิดเหตุ จุดที่มีการตัดไม่เคี่ยม เพื่อใช้ในการแบกหามศพ จึงเชื่อว่าคนร้ายจะต้องใช้เลื่อยคันธนู เพราะเนื่องจากคนส่วนใหญ่ที่ไปร่วมก่อเหตุก็เป็นคนในพื้นที่ แต่จากการคาดการณ์ เชื่อว่าคนร้ายจะไม่ใช้เลื่อยยนต์ เพราะเนื่องจากส่งเสียงดัง การใช้เลื่อนคันธนูจึงเหมาะสมที่สุด และการตัดไม้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก จะใช้เวลาตัดไม่ถึงนาที

ที่สำคัญเลื่อยคันธนู ไม่ใช้สำหรับตัดปูนหรือตัดเหล็ก ไม่สามารถตัดเหล็กหรือปูนได้ หรือแม้แต่การตั้งข้อสังเกตว่าคนร้ายอาจใช้เลื่อยยนต์ ในการตัดเหล็กหรือเสาปูน ยิ่งมีความเป็นไปได้น้อย เพราะเลื่อยยนต์ก็ไม่สามารถที่จะตัดปูนหรือเหล็กได้เช่นเดียวกัน ส่วนตัวจึงคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่คนร้ายจะใช้อุปกรณ์ดังกล่าวในการตัดเสาปูนและเหล็กตรงกลาง

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *