หวิดทืบ! ผัวเหี้ยมปืนจ่อหัวแทงเมียเก่าโคม่าแค้นฟ้องหย่า ญาติแฉผีพนันสิงร่าง (คลิป)

ข่าวเด่น

จากกรณีเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 16 พ.ค. 64 พ.ต.ท.สุชาติ แย้มศักดิ์ พนักงานสอบสวน สภ.กบินทร์บุรี ได้รับแจ้งเหตุจากหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสัจจพุทธธรรมแห่งประเทศไทย (กบินทร์บุรี ) ว่ามีหญิงสาวถูกทำร้ายร่างกาย ด้วยอาวุธมีดแทงเข้าบริเวณลำตัวหลายแห่ง ทำให้เสียเลือดมาก อาการสาหัส ที่บ้านซอยประชารัฐ 9 หมู่บ้านพรทิพย์ ม.1 ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี


ตรวจสอบพบ น.ส.สิริรัตน์ พรมโชติ หรือ โบว์ อายุ 25 ปี สภาพนอนจมกองเลือดอยู่บริเวณหน้าบ้าน มีบาดแผลถูกแทงด้วยมีดปลายแหลมที่ลำตัวนับ 10 แผล เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้ช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำส่ง รพ.กบินทร์บุรี

ส่วนผู้ที่ก่อเหตุคือสามีเก่าที่เลิกรากันไปแล้ว ชื่อนายสงกรานต์ สีระกิ่ง หรือ แจ็ค อายุ 45 ปี หลังจากก่อเหตุได้รถยนต์กระบะนิสสัน นาวาร่า สีดำ ทะเบียน บบ 5052 สระแก้ว หลบหนี และได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.ย่อยหนองกี่ ในเวลาต่อมา พูดจาวกวน บอกว่าดื่มเบียร์มา อ้างว่าแค้นใจฝ่ายหญิงที่ขอคืนดี 5-6 ครั้งแต่ไม่สำเร็จ เพราะฝ่ายหญิงน่าจะมีคนชายอื่น

วันที่ 17 พ.ค. 64 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่ สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ข้อมูลจากการสอบสวน ช่วงเย็นของเมื่อวานนี้ นายสงกรานต์ ดื่มเบียร์จนเมา หลังจากนั้นก็ทำทีโทรถาม น.ส.สิริรัตน์ ว่าอยู่บ้านหรือไม่ เพราะจะเข้าไปเยี่ยมลูกชายวัย 9 เดือน ซึ่ง น.ส.สิริรัตน์ ก็บอกว่าอยู่บ้าน หลังจากนั้นนายสงกรานต์ก็ขับรถกระบะสีดำมาจอดหน้าบ้าน และตรงเข้าไปหา น.ส.สิริรัตน์ ที่กำลังอุ้มลูกชายวัย 9 เดือนอยู่ และชักปืนปากกาขนาด .22 มาจ่อที่หน้าผาก น.ส.สิริรัตน์ และลั่นไก 2 ครั้ง แต่ปืนไม่ลั่น หลังจากนั้นนายสงกรานต์ ได้วิ่งไปหยิบมีดที่รถกระบะและเอากระหน่ำแทง น.ส.สิริรัตน์ ในขณะที่อุ้มลูกอยู่

จากนั้นนายสงกรานต์แย่งลูกมาจากมือของ น.ส.สิริรัตน์ และนำไปตั้งไว้ที่ท้ายรถกระบะอีกคัน เป็นของน้องเขย พร้อมพูดกับลูกน้อยว่า “พ่อขอโทษนะลูก” หลังจากนั้นก็หันกลับมาแทง น.ส.สิริรัตน์ นายสงกรานต์ก็ตะโกนบอกว่า “ไม่ต้องไปแจ้งความ เดี๋ยวไปมอบตัวเอง” และได้ขึ้นรถกระบะหลบหนีและไปมอบตัวที่ สภ.ย่อยหนองกี่ ส่วนคนเจ็บนั้นมีแผลตามร่างกายกว่า 10 แผลที่ราวนม ลำไส้ใหญ่ ม้าม ปอด กระบังลม กระเพาะ ล่าสุดคนเจ็บยังอาการโคม่าและอยู่ที่ รพ.กบินทร์บุรี

ล่าสุด ตำรวจ สภ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้คุมตัวนายสงกรานต์ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ ขณะเดียวกันก็มีพ่อ น้องเขย และน้องชาย ของคนเจ็บเฝ้าดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยตำรวจได้คุมตัวนายสงกรานต์ไปชี้จุดที่ชักปืนออกมายิง

นายสงกรานต์ เปิดเผยว่า ตนเข้ามาก็ใช้ปืนปากกาลั่นไกทันที แต่ปืนยิงไม่ออก ตนไม่ได้พูดคุยอะไรกับ น.ส.สิริรัตน์ เพราะที่ผ่านมาได้พูดคุยกันมามากแล้ว ตามง้อมาหลายครั้ง ขอให้สงสารลูกน้อย แต่น.ส.สิริรัตน์ ไม่ยอมคืนดี และยังพูดเหยียดหยามใจตนว่า “คนอย่างกูทิ้งใครก็ทิ้งเลย กูไม่ยอมกลับมาคืนดีกับมึงหรอก มึงยังรู้จักคนอย่างกูน้อยไป” ซึ่งทำให้ตนเก็บกด และตนเคยยอมกราบเท้า น.ส.สิริรัตน์ แต่เจ้าตัวก็ไม่ยอมคืนดีและยังฟ้องหย่าอีกด้วย แต่ตนก็ไม่รู้ว่าเขาไปเกี่ยวพันกับชายอื่นหรือไม่

หลังจากนั้น ตำรวจก็คุมตัวนายสงกรานต์ไปชี้รถที่หยิบมีดมา และพาย้อนกลับชี้จุดที่แทงภายในบ้าน แต่ระหว่างที่คุมตัวอยู่นั้น น้องเขยและน้องชายคนเจ็บ ก็ได้เข้าไปชกหน้านายสงกรานต์คนละ 1 ครั้ง ตำรวจต้องช่วยกันป้องกัน ขณะเดียวกันนายสมัย ผู้เป็นพ่อคนเจ็บ ก็พยายามห้ามปรามลูกเขยและลูกชาย เพราะไม่อยากรบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่

ซึ่งหลังจากที่นายสงกรานต์หวิดถูกรุมประชาทัณฑ์ ตำรวจได้คุมตัวไปยังพงหญ้าหน้าหมู่บ้าน ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร จุดนี้นายสงกรานต์ได้ชี้จุดที่ทิ้งปืนปากกา ซึ่งเมื่อมาถึงจุดนี้นายสงกรานต์ก็อยู่ในอาการวิตกกังวล และขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยกันชาวบ้านออก เพราะกลัวถูกรุมประชาทัณฑ์ หลังจากนั้นตำรวจก็คุมตัวนายสงกรานต์ขึ้นรถและกลับไปทันที

นางเย็น สีระกิ่ง อายุ 77 ปี แม่ของนายสงกรานต์ เปิดเผยว่า ลูกชายกับ น.ส.สิริรัตน์ คบหาและจดทะเบียนสมรสกันมาประมาณ 2 ปี โดยมีลูกชายวัย 9 เดือน ด้วยกัน 1 คน และพวกเขาได้แยกออกไปเช่าบ้านอยู่ด้วยกันส่วนตัว ลูกชายมีอาชีพขายลูกชิ้นทอด ส่วน น.ส.สิริรัตน์ ทำงานโรงงาน ตนก็ไม่รู้ว่าเขามีปัญหาเบื้องลึกอะไร แต่ลูกชายเคยมาบ่นว่าไม่มีเงินที่จะจุนเจือครอบครัว กระทั่งวันที่ 19 ม.ค. 64 น.ส.สิริรัตน์ ได้ฟ้องหย่าลูกชาย ทั่งคู่ก็ได้แยกกันอยู่ ตนก็เคยบอกกับลูกชายแล้วว่าเลิกรากันก็อย่าไปทำร้ายกัน ซึ่งลูกชายก็ให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่ทำร้าย น.ส.สิริรัตน์ เพราะสงสารลูกน้อย

นางเย็น กล่าวต่อว่า ตนไม่ค่อยสนิทกับลูกสะใภ้ เพราะไม่ค่อยได้เจอหรือพูดคุยกัน แต่ลูกชายนั้นรัก น.ส.สิริรัตน์ มาก แม้จะเลิกรากันแต่ลูกชายก็ย้อนกลับไปตามง้อที่บ้าน 5-6 ครั้ง แต่ก็ง้อไม่สำเร็จ คิดว่าด้วยเหตุนี้อาจจะทำให้ลูกชายลงมือก่อเหตุ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ตนยังไม่ได้คิดเรื่องการประกันตัวลูก เพราะตนไม่มีเงิน และคงต้องปล่อยลูกชายไปตามกระบวนการกฎหมาย

นายสมัย พรมโชติ อายุ 51 ปี พ่อของผู้ได้รับบาดเจ็บ เปิดเผยว่า ตนทำงานอยู่กรุงเทพฯ ส่วนลูกสาวก็ได้ออกไปใช้ชีวิตด้วยตัวเองและไปมีครอบครัวนานแล้ว ซึ่งตอนที่เขาคบหากับนายสงกรานต์นั้นตนก็ทราบเรื่อง แต่ก็ไม่ค่อยได้พูดคุยอะไรกัน จนกระทั่งมาทราบเรื่องอีกครั้งที่เขามีการฟ้องหย่ากันในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยลูกสาวโทรมาบอกว่า “หนูมีปัญหากับแฟน แฟนติดการพนันและหนูก็ไม่ชอบ” ตนก็พยายามปลอบให้เขาคืนดีกัน หลังจากนั้นไม่นาน ช่วงที่ทั้งคู่เลิกรากัน นายสงกรานต์ก็โทรมาหาตนและบอกว่า ยอมเลิกการพนันหมดแล้ว เพราะอยากกลับไปคืนนี้กับภรรยา หลังจากนั้นตนก็ไม่ได้ทราบข่าวของทั้งคู่อีกเลย จนกระทั่งทราบข่าวลูกถูกแทงเมื่อวานนี้

นายสมัย กล่าวต่อว่า ตนรักลูกเขยทุกคน แต่เข้าใจว่ามันก็มีทั้งคนดีและคนชั่ว ตอนนี้นายสงกรานต์ได้ทำชั่วไปแล้ว แม้ตนจะรู้สึกแค้นใจ แต่ก็คงไม่ไปทำอะไรเขา เรื่องมันเกิดขึ้นแล้วตนก็คงจะแก้ไขไม่ได้ ก็ต้องปล่อยไปตามหน้าที่ของตำรวจ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ลูกสาวมีอาการ 50/50 ถ้าระบบพยุงร่างกายล้มเหลวและเขาหยุดหายใจ ตนก็ต้องทำใจ ตอนนี้ถ้าลูกสาวตายตนก็ทำใจแล้ว เพราะลูกก็คงไปตามเวรตามกรรม ลูกสาวก็ยังอยู่ในห้องไอซียูของโรงพยาบาล ตนไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ แต่ขอให้ตำรวจดำเนินการกับคนร้ายให้ถึงที่สุด สุดท้าย ตนอยากฝากบอกครอบครัวผู้ก่อเหตุให้ออกมารับผิดชอบ เพราะเขาไม่ติดต่อมาเลยตั้งแต่เกิดเรื่อง

ด้าน พ.ต.ท.สุชาติ แย้มศักดิ์ พนักงานสอบสวน สภ.กบินทร์บุรี ระบุว่า ได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น และ พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตาม ถ้า น.ส.สิริรัตน์ เสียชีวิตในภายหลัง ก็จะมีการเพิ่มข้อหาฆ่าผู้อื่นกับผู้ต้องหาต่อไป

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *