เจอตอ! แก๊งฆ่าโกสนแหกตาเสื้อที่ศพใส่คนละสี เมียพลิกแผน “เบ็ดกระเบน” ค้นศพ (คลิป)

ข่าวเด่น

จากกรณีภรรยาของนายโกสน ผู้สูญหาย ได้ยินเสียงปืนจากบ้านหลังหนึ่ง หลังจากที่สามีไปดื่มเหล้าที่บ้านหลังดังกล่าว จึงไปตามถึงบ้าน แต่เจ้าของบ้านยังไม่ยอมออกมา สุดท้ายบอกว่าไม่ทราบว่าสามีไปไหนเพราะขณะนั้นกำลังนอนหลับ แต่ภรรยาผู้สูญหายสังเกตเห็นมีรอยเลือดเป็นทาง มีร่องรอยการล้างเลือดตามพื้นถนน มีรอยเลือดติดบนใบหญ้า แต่ไม่พบตัวสามี ซึ่งในวันดังกล่าวสามีได้สวมสร้อยคอทองคำและเลสข้อมือหนัก 10 บาทออกไปด้วย

ล่าสุดตำรวจออกหมายจับ 7 ผู้ต้องหาเกี่ยวกับคดีฆาตกรรม และออกหมายจับเพิ่มอีก 1 ราย คือนายนพดล หรือ เอ็ด เศวตศิลป์ อายุ 33 ปี

วันที่ 14 พ.ค. 64 ความเคลื่อนไหวเฟซบุ๊กของภรรยานายโกสน โพสต์รูปภาพและข้อความที่วันนี้พาลูกน้องออกเรือทำมาหากินตามปกติ และโพสต์ถึงสามีให้รีบกลับมา พร้อมภาพออกทะเลช่วงบ่ายจับหอยตามปกติ

ทีมข่าวเดินทางไปยังบ้านตะกรบ ต.ตะกรบ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งพบว่าวันนี้กลุ่มญาติและครอบครัวของเสี่ยโกสน ไม่ได้มีการออกค้นหาทางทะเลหรือทางบก หยุดชั่วคราวเพื่อปรับแผน ครอบครัวยังรอสัญญาณความชัดเจนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นางจินดาหรา วสินทรัพย์ หรือ เกว อายุ 37 ปี ภรรยาของเสี่ยโกสน เปิดเผยว่า วันนี้ครอบครัวของตนเองได้หยุดการค้นหาชั่วคราวเพราะเนื่องจากไม่สามารถที่จะออกค้นหาไปยังพิกัดที่ไม่มีความชัดเจนได้ ที่ผ่านมาได้เสียค่าใช้จ่ายรวมถึงเสียเวลาออกค้นหาตามเป้าหมายที่คาดว่าไม่มีอยู่จริง หรืออาจจะเป็นพิกัดลวงก็ได้ ส่วนตัวเชื่อว่าหลังจากที่กลุ่มคนก่อเหตุนำเรือออกจากฝั่ง และระหว่างเส้นทางที่มุ่งหน้าไปที่หมู่เกาะอ่างทอง ระหว่างทางอาจจะมีการโยนร่างของเสี่ยโกสน อุปกรณ์ที่อ้างว่าใช้ก่อเหตุ เช่น จอบ ไม้ ผ้าใบ เป็นต้น ก็อาจมีการทิ้งอยู่กลางทะเลระหว่างเส้นทางที่มุ่งหน้าไปหรือกลับจากเกาะอ่างทองได้ เพราะจากข้อมูลที่ทราบรายงานว่า กลุ่มคนก่อเหตุใช้เวลาเดินทางไปและกลับเพียง 4 ชั่วโมง แต่ในทางกลับกันกลุ่มของตนเองออกเรือที่มีกำลังเครื่องและลักษณะเรือเดียวกันต้องใช้เวลาไป-กลับ รวมกว่า 5 ชั่วโมง เพราะเรือเหล่านี้มักจะใช้ความเร็วที่ใกล้เคียงกัน เชื่อว่าอาจจะไปไม่ถึงหมู่เกาะอ่างทองตามที่ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ส่วนเรื่องของการปรับแผนใหม่จะต้องมีการพูดคุยกันในกลุ่มเครือญาติ รวมถึงกลุ่มของลูกจ้างที่ออกค้นหาด้วยกัน เพราะแม้ว่าจะใช้อุปกรณ์ดัดแปลงพิเศษ อย่างเบ็ดปลากระเบน แต่ก็ไม่สามารถที่จะค้นหาร่างของเสี่ยโกสนได้ตามพิกัด แต่ถ้าหากจะใช้อุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติมหรือเรือคาด เรืออวน จะต้องรอคำยืนยันหรือการได้รับอนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติทางทะเล เพราะพื้นที่ดังกล่าวที่คนร้ายหรือพยานชี้เป้า เป็นพื้นที่ห้ามมีการจับสัตว์น้ำหรือใช้อุปกรณ์ทำประมง เรื่องนี้จึงเป็นอุปสรรคในการค้นหา

กรณีที่มีพลเมืองดีรวมถึงชาวบ้านช่วยกันแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับร่องรอยทางบก โดยเฉพาะบริเวณเขาเพลา ชาวบ้านและคนในครอบครัวก็ได้เดินทางไปค้นหาตามพิกัดดังกล่าวแล้ว แต่ก็ไม่เจอร่องรอย มีเพียงกลิ่นเหม็นเน่าที่โชยออกมาเป็นระยะ จึงได้ยุติการค้นหาเช่นกัน

ขณะที่มีคนส่งข้อความมาบอกให้ทีมข่าวช่วยกันตรวจสอบวัดหรือเมรุเผาศพ ที่มีการเผาร่างของผู้เสียชีวิตในหมู่บ้านตะกรบ ช่วงระหว่างวันที่ 3-5 พ.ค. นั้น ส่วนตัวเชื่อว่าร่างของเสี่ยโกสนอาจไม่ถูกนำไปเผาในพื้นที่ที่ตรวจสอบได้ง่าย ถ้าหากจะมีการแอบเผาร่างก็คงจะใช้สถานที่อื่น ที่ไม่ใช่เมรุของวัด เพราะลักษณะดังกล่าวเป็นการกระทำที่โจ่งแจ้งเกินไป อีกทั้งเชื่อว่าหน่วยงานรวมถึงวัดก็คงจะไม่อยากเข้ามายุ่งเกี่ยว

ส่วนกรณีเรื่องของการแต่งกาย โดยเฉพาะเสื้อของเสี่ยโกสนในวันที่หายตัวไป ข้อมูลจากนายนัดบุคคลที่ถูกล็อกตัวไว้เป็นพยานในคดีนี้ เปิดเผยว่าเสี่ยโกสนก่อนที่จะถูกฝังในหลุม สวมใส่เสื้อสีเขียว กางเกงขาสั้น ไม่สวมใส่รองเท้า ตนตรวจสอบเสื้อผ้าของเสี่ยโกสนที่บ้านนำเสื้อผ้าที่มีอยู่ไปซักและตากแห้ง สังเกตว่าเสื้อตัวดังกล่าวมีเพียงแค่ตัวเดียว และอยู่ในตระกล้าผ้า ดังนั้นเสียโกสนไม่ได้มีการสวมใส่เสื้อตัวดังกล่าวออกไป ซึ่งไม่รู้ว่าทำไมนายนัดถึงอ้างว่าเสี่ยโกสนสวมใส่เสื้อสีเขียว

ด้านนายธง (นามสมมติ) ลูกน้องของเสี่ยโกสน ทีมที่ลงเรือออกค้นหา 1 คืน 2 วันทางทะเลเมื่อวานนี้ เปิดเผยว่า ตนเองเป็นกลุ่มของลูกน้องเสี่ยโกสน ซึ่งค่อนข้างมีความกังวลใจ ต้องการที่จะช่วยเหลือในการหาร่างให้เจอ เมื่อวานนี้ได้ไปออกเรือและกินนอนอยู่บนเรือ ปฎิบัติการค้นหาได้หาช่วงเช้าของทั้ง 2 วัน เพราะไม่สามารถค้นหาได้ในตอนกลางคืน เนื่องจากแสงสว่างเป็นอุปสรรค แต่ในการค้นหาได้ใช้อุปกรณ์ที่ทำขึ้นพิเศษ มีการหาบริเวณหน้าดิน จุดที่คาดว่าร่างของเสี่ยโกสนจะจมอยู่ แต่ก็ไม่พบเบาะแส

ซึ่งการค้นหามีการดูบริเวณหน้าดินระยะทางรวมกว่า 2 กิโลเมตร ขับลากสแกนไปมาบนหน้าดินลักษณะเป็นฟันปลา แต่ก็ไม่เจอแม้แต่ร่างหรืออุปกรณ์ที่อ้างว่านำมาทิ้งทะเล ดังนั้นจึงมั่นใจว่าพิกัดที่พยานหรือผู้ต้องหาชี้เป้าเอาไว้ไม่มีความแม่นยำ

ตนแม้จะเคยออกค้นหาร่างของนายเหม๋ที่เคยทิ้งศพกลางทะเล โดยอาศัยจากประสบการณ์เดิม ซึ่งมีการดูจากไขมันศพที่แตกออกจากตัวลอยผิวน้ำ แต่ปฏิบัติการค้นหาโดยเฉพาะรอบหมู่เกาะอ่างทอง ทั้งเมื่อวานที่ออกเรือไปตามหา หรือแม้แต่ก่อนหน้านี้ที่ออกตามหาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ไม่พบว่าผิวน้ำมีความผิดปกติ ดังนั้นจึงเชื่อว่าพิกัดใกล้กับหมู่เกาะอ่างทองจึงไม่ใช่พิกัดที่มีการทิ้งศพ และหลังจากนี้ตนเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะใช้วิธีการค้นหาแบบใด ซึ่งขึ้นอยู่กับญาติ ๆ และรวมถึงข้อมูลจากตำรวจ หากมีการที่จะพิกัดจุดใหม่ก็พร้อมที่จะออกเรือไปค้นหา

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *