สาวถูกยิงหัวตายคารถ ตำรวจล็อกผัวกับลูกเลี้ยงสอบปัดพัลวัน ถ้าฆ่าไม่รอถึงวันนี้ (คลิป)

ข่าวเด่น

จากกรณีทีมข่าวได้รับแจ้งเหตุ มีหญิงสาวถูกยิงด้วยอาวุธปืนบริเวณท้ายซอยเอกชัย 27 กรุงเทพฯ ช่วงเวลา 13.45 น. ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตที่โรงพยาบาลนั้น

วันที่ 13 พ.ค. 64 ทีมข่าวเดินทางมาที่เกิดเหตุ อยู่ในชุมชนหลังวัดไทร เป็นชุมชนแออัด สัญจรได้ด้วยรถจักรยานยนต์เท่านั้น ที่เกิดเหตุเป็นกำแพงของบ้านหลังเกิดเหตุ พบมีรูทะลุออกมา คราบเลือดยังอยู่ที่พื้น รถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุยังจอดอยู่ในบ้านที่เกิดเหตุ

นางสมคิด ม่วงเกตุมา แม่ของนายวัชรินทร์ สีมงคลรัตน์ หรือ เอ็กซ์ อดีตสามีคนตาย ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย เปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุตนเองออกไปทำงานแล้ว ส่วนลูกชายตนออกไปทำงานตั้งแต่ 6 โมงเช้า ตนไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น หลังทราบเหตุก็ตกใจ และเสียใจ ผู้ตายนอกจากเป็นสะใภ้ตน ยังเป็นหลานแท้ ๆ ของตน คบกับลูกชายได้ 10 ปีมีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตลูกชาย 10 ขวบ คนเล็กผู้หญิง 1 ขวบ

ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นตนไม่แน่ใจ เพราะลูกชายเลิกกับผู้ตายไปราว 2 เดือน ฝ่ายหญิงก็ไปมีคนใหม่แล้ว แต่จะเทียวไปมาบ้านตนเนื่องจากลูกสาวผู้ตายอยู่บ้านตน อย่างไรก็ตาม เรื่องที่เกิดขึ้นหากลูกชายตนผิดตนเองไม่เข้าข้าง ไม่ให้อภัย เพราะทำเกินไป ตนเองเสียใจมากที่สูญเสียหลานไป

ส่วนปมเหตุตนไม่มั่นใจเรื่องหึงหวง แต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ลูกชายตนโทรศัพท์ด่ากับผู้ตาย ทำนองว่ามีการค้างชำระผ่อนงวดรถ ที่เคยใช้ชื่อลูกชายตนในการซื้อทำให้เดือดร้อน มีการด่าด้วยคำหยาบคาย สมัยคบกันก็เคยทำร้ายผู้ตาย เพราะลูกชายตนเป็นคนใจร้อน ไม่สามารถพูดได้

นายโจ้ (นามสมมติ) ชาวบ้านที่เห็นผู้ต้องสงสัย เปิดเผยว่า ตนเองอาศัยอยู่ในชุมชน มีชาวบ้านหลายคนเห็น แต่ส่วนใหญ่ไม่กล้าพูด โดยช่วงก่อนเกิดเหตุ เห็นผู้ตายขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาที่ชุมชน โดยมีนายวัชรินทร์ และนายนริน ชับรถจักรยานยนต์ตามมา

หลังเข้าไปในบ้านได้ครู่หนึ่งก็เกิดเหตุขึ้น แต่เบื้องต้นไม่มีใครทราบว่าใครเป็นคนยิง แต่ยืนยันได้ว่าเป็นคนในบ้าน หลังจากนั้นก็เห็นนายวัชรินทร์ และนายนริน ขับรถจักยานยนต์ออกมาจากบ้าน แยกย้ายไปคนละทาง ทราบว่าคนนายวัชรินทร์กลับไปทำงานที่สำนัก กทม. ส่วนนายนริน ไม่ทราบไปที่ไหน

ก่อนที่จะมาทราบว่าผู้ตายนอนบาดเจ็บอยู่แล้ว ก่อนจะได้รับการช่วยเหลือแต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ดังนั้นจึงคาดได้ว่าคนก่อเหตุคือคนในที่เกิดเหตุ

ทีมข่าวเดินทางมาที่ สน.บางขุนเทียน ซึ่งตำรวจได้เชิญตัว นายวัชรินทร์ และนายนริน ผู้ต้องสงสัยที่มีพยานบอกว่าอยู่ในที่เกิดเหตุเข้ามาสอบปากคำ

พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 เดินทางมาสอบสวน เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุมีการเรียกผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำแล้ว ทั้งอดีตสามี และลูกติดอดีตสามี ทุกคนอ้างว่าไม่ได้อยู่ที่เกิดเหตุ และช่วงเกิดเหตุไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น

แต่เบื้องต้น ตำรวจได้ข้อมูลว่าผู้ตายไม่มีปมขัดแย้งกับใคร จะมีเพียงปัญหาครอบครัว และที่เกิดเหตุอยู่ภายในบ้าน ถึงขณะนี้ยังไม่ได้อาวุธปืน ต้องรอสอบปากคำ และพยานหลักฐานอื่นก่อน ขณะนี้ได้นำตัวผู้ต้องสงสัยตรวจเขม่าดินปืนแล้ว

ระหว่างนั้นนายวัชรินทร์ถูกคุมตัวออกมาจากห้องสืบสวน สีหน้าเรียบเฉย มีญาติผู้ตายยืนรอด่าอยู่ เบื้องต้นยังไม่ยอมรับสารภาพ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งเป้าที่นายวัชรินทร์เป็นหลัก โดยมีการไปเอาเสื้อทหารของนาวัชรินทร์ที่เอาไปถอดทิ้งไว้ที่ทำงาน ก่อนจะถูกเชิญตัวมาสอบปากคำ ส่วนอาวุธปืนยังไม่พบ

นายวัชรินทร์ สีมงคลรัตน์ ผู้ต้องสงสัย เปิดเผยว่า ตนเองขอปฏิเสธว่าเป็นคนก่อเหตุ ตนเองไม่ได้ทำ และขอความเป็นธรรม ตนเองไม่อยากพูดอะไร เพราะไม่มีพยานหลักฐาน ตนเองขอปฏิเสธ ตนเองเดินทางไปที่เกิดเหตุจริง ส่วนตัวไม่คิดจะก่อเหตุ ใจตนรักคนตาย ตนไม่ได้หึงหวง ตนเองตามง้อทุกวัน หากตนเองก่อเหตุจริงตนเองตามไปแล้ว ตนเองนัดกับผู้ตายจริงแต่ตนเองไม่ได้ก่อเหตุ

ด้านนายนริน สีมงคลรัตน์ หรือ แม็ก ลูกติดนายวัชรินทร์ ถูกนำตัวออกจากห้องสอบปากคำ เปิดเผยว่า ตนเองไม่ใช่คนก่อเหตุ ตนเองเข้าไปที่เกิดเหตุจริง แต่ยังไม่เห็นคนตาย และนายวัชรินทร์ไม่ทราบว่าเข้ามาบ้านตอนไหน ส่วนตัวคิดว่าน่าจะเป็นช่วงหลังจากตนเองออกจากบ้านไป ตนเองเคยคุยกับนายวัชรินทร์ พ่อ ที่เคยมาปรึกษาตนว่าจะเอาอย่างไรกับคนตายดี เพราะผู้ตายมีคนอื่น ยืนยันว่าทั้งคู่ยังไม่เลิกกันดี ยังไม่หย่าร้างกัน ส่วนตัวไม่ทราบแย่ชัดว่านายวัชรินทร์จะเป็นคนก่อเหตุหรือไม่ ขณะเกิดเหตุตนเองอยู่ที่บ้านของแฟน ไม่ได้อยู่ที่เกิดเหตุ

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *