ลูกทาสeาหวงควายฟัuคอพ่อแม่ ขุดหลุมรอหวังซ่อนศw พี่จี้ประหารผวาออกคุกมาฆ่ๅ (คลิป)

ข่าวเด่น

จากกรณี พ.ต.ต.กิตต์ทัพพ์ ชาชีวะนันท์ พนักงานสอบสวน สภ.กุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี รับแจ้งเกิดเหตุชายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธมีดฆ่าพ่อแม่ตัวเองเสียชีวิตที่ ม.3 บ้านเหล่ากล้วย ต.เสอเพอ อ.กุมภวาปี

ทราบชื่อผู้ก่อเหตุที่ลงมือฆ่าพ่อและแม่ของตนเองแท้ ๆ คือนายปิยะพงษ์ บุญโยรัตน์ อายุ 41 ปี มีอาการคลุ้มคลั่ง พูดจาไม่รู้เรื่อง และยอมรับสารภาพเป็นคนลงมือใช้มีดอีโต้ ฟันคอพ่อและแม่ตนเองเสียชีวิต

ส่วนภายในห้องนอนบ้านหลังดังกล่าว พบผู้เสียชีวิต 2 ศพ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นางละออง บุญโยรัตน์ อายุ 67 ปี และนายพิสิฐ บุญโยรัตน์ อายุ 74 ปี พ่อและแม่ของนายปิยะพงษ์ สภาพถูกฟันด้วยอาวุธมีดอีโต้ บริเวณลำคอจนหวิดขาดทั้งสองคน และตามร่างกายยังมีร่องรอยฟันอีกหลายแผล

วันที่ 12 พ.ค. 64 ทีมข่าวลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุ บริเวณบ้านของผู้ตาย ในพื้นที่บ้านเหล่ากล้วย ต.เสอเพอ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี บริเวณบ้านมีพื้นที่กว้างซึ่งจุดเกิดเหตุเป็นห้องโถงเก็บหน่อไม้หลังบ้าน มีการล้างทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ยังพบหลุมที่ผู้ต้องหาได้ขุดเอาไว้ลึก ซึ่งยังไม่ได้กลบประมาณ 80 ซม. ยาว 2 เมตร กว้าง 1.5 เมตร

ขณะเดียวกันญาติได้รับศพของผู้ตายมาตั้งไว้ที่บ้านคู่กัน โดยศพของนางละออง บุญโยรัตน์ อายุ 67 ปี ตั้งไว้ด้านขวามือ และศพของนายพิสิฐ บุญโยรัตน์ อายุ 74 ปี ตั้งไว้ด้านซ้ายมือ มีญาติและชาวบ้านมาร่วมงานจำนวนมาก บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

ต่อมาเวลา 10.30 น. นำกำลังตำรวจสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี เดินทางมาสอบสวนปากคำคนร้าย และทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ เริ่มจากการใช้เท้าถีบพังประตู 3 ครั้งเข้าไปใช้มีดพร้าฟันคอแม่และพ่อจนเสียเสียชีวิต ขณะพ่อและแม่ปิดไฟนอนหลับอยู่ภายในห้องนอน เวลาประมาณ 21.00 น. ของคืนวันที่ 11 พ.ค. 64

นางสวรรยา วงษ์ศาสน อายุ 57 ปี ชาวบ้านที่เจอกับผู้ก่อเหตุช่วงเช้า เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเวลาประมาณ 06.00 น. ตนเองกำลังจะไปวัด มีคนถามตนเองว่าควายหายหรือไม่ เพราะมีคนมาผูกควายทิ้งเอาไว้ ซึ่งตนมีอาชีพขายควาย และขายควายเพศเมียให้กับผู้ตายเมื่อปี 2563 ขณะควายอายุได้ 8 เดือน ในราคา 17,000 บาท โดยซื้อให้กับนายปิยะพงษ์ คนก่อเหตุ

จากนั้นตนจึงไปดู ก็พบว่าเป็นควายของผู้ก่อเหตุ บริเวณบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้าน ตนเองจึงเดินทางไปยังบ้านที่ก่อเหตุ เพื่อที่จะมาหา นายพิสิฐ และนางละออง ให้ไปเอาควายกลับมาบ้าน แต่พบว่าประตูหน้าบ้านปิด จึงพยายามตะโกนเรียก พบกับผู้ก่อเหตุกำลังจุดไฟอยู่หน้าบ้านเพื่อที่จะนึ่งข้าว บอกว่า “ไม่ต้องมาหาหรอก กูฆ่าไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว” ตนเองคิดว่าผู้ก่อเหตุพูดเล่น จึงไม่ได้คิดอะไร และกลับบ้านไป

จากนั้นพี่สาวของผู้ก่อเหตุที่อยู่บ้านเยื้องกันเรียกตนเองไปหา และบอกว่าผู้ก่อเหตุอาละวาดตั้งแต่เมื่อคืนนี้ โดยพฤติกรรมของนายปิยะพงษ์นั้น ตนเองทราบว่ามีการเสพยามาประมาณ 4-5 ปีแล้ว แต่ไม่เคยอาละวาดคนในหมู่บ้าน มักจะทำร้ายคนในครอบครัวเป็นประจำ กับคนในชุมชนจะพูดจาดีและไม่ระรานชาวบ้าน

ทั้งนี้ นางละออง ผู้ตาย ได้ซื้อควายของตนเองไปให้นายปิยะพงษ์ ผู้ก่อเหตุ ซื้อไปตั้งแต่ปีที่แล้วขณะควายเพศเมียอายุ 8 เดือน และควายตัวดังกล่าวกำลังจะคลอดในวันที่ 17 ก.ค. 64 นี้ด้วย ที่ผ่านมาผู้ตายทั้ง 2 คนรักลูกมาก ทุ่มเทให้ทุกอย่างเพราะเป็นลูกชายคนเล็ก ตนเองก็เคยได้ยินว่าขู่ฆ่อพ่อแม่อยู่ จนกระทั่งพี่สาวต้องย้ายออกไปทั้งหมด เหลือเพียงผู้ก่อเหตุ และผู้ตายทั้ง 2 คน

ด้านนางสาวทานตะวัน ใจมั่น อายุ 27 ปี หลานสาวของผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนเองก็เคยถูกนายปิยะพงษ์ผู้ก่อเหตุเช่นกัน ตนเองเคยที่บ้านหลังเกิดเหตุมาก่อน แต่เมื่อประมาณ 2-3 ปี ที่นายปิยะพงษ์ น้าชายอาละวาด จึงต้องย้ายออกไปอยู่ที่อื่น เมื่อประมาณปี 2562 ช่วงกลางคืน นายปิยะพงษ์มีอาการคลุ้มคลั่งพยายามวิ่งไล่ฟันตนเอง ภายในบ้านหลังนี้ตนเองต้องวิ่งหนีอย่างสุดชีวิต โชคดีที่ตากับ ยาย ผู้ตาย และแม่ตนมาช่วยเอาไว้ จนตนเองออกไปอยู่ข้างนอกและกลับมาอยู่บ้านหลังดังกล่าวอีกครั้ง

ต่อมาประมาณ 3 เดือน ตนเองก็เจอกับเหตุการณ์แปลก ๆ อีกครั้ง คือนายปิยะพงษ์ จับตัวเองมัดมือมัดเท้า และคิดว่าตนเองเป็นบ้า คุยคนเดียวทั้งคืน และหลอนว่าตนเองเป็นลัทธิคุณไสยมนตร์ดำ ทั้งที่จริงไม่มีอะไร คิดว่าตนเองผีเข้า ตนเองจึงแกล้งผีเข้าจริง เพื่อที่จะให้ชาวบ้านมาดูเยอะ ๆ นายปิยะพงษ์ใช้ไม้ตีตนเองหลายครั้ง แต่ก็หยุดเมื่อชาวบ้านมาถึง ตนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ฟกช้ำตามร่างกาย ตากับยายก็ห้ามตนเองอยู่ตลอดเวลา

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *