สุดอึ้งมือยิง 2 ศพหน้าห้างฯ เป็นนักแม่นปืนเก่า อ้างถูกยั่วยิงมั่ว ๆ โดน 4 คนรวด (คลิป)

ข่าวเด่น

กรณีเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่คู่อริ บริเวณถนนหน้าห้างสรรพสินค้าแม็คโคร สาขากบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย รายแรก คือ นายพงศธร แคนดอก อายุ 22 ปี ถูกจ่อยิงที่ศีรษะ 1 นัด

ห่างออกไป 100 เมตร พบผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย คือ นายเกียรติไกร พรมจันทร์ อายุ 26 ปี ถูกจ่อยิงที่ลำคอ โดยทั้ง 2 ศพถูกยิงด้วยปืนขนาด 9 มม.

นอกจากนี้ยังมีบาดเจ็บ 2 ราย คือ นายอภิชาติ แนนสินธุ์ อายุ 23 ปี และนายวัฒนะ เปรมศรี อายุ 24 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำส่ง รพ.กบินทร์บุรี ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุน ขนาด 9 มม. จำนวน 8 ปลอก หลังก่อเหตุคนร้ายได้วิ่งหลบหนีเข้าป่าไป

ต่อมาเวลาประมาณ 23.00 น. ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ คือ นายอภินันท์ โสมา อายุ 23 ปี ขณะกำลังเดินอยู่ริมถนน ในพื้นที่ ต.ดงบัง อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี

จากการตรวจค้นกระเป๋าเป้สะพาย พบของกลางอาวุธปืนสั้น 1 กระบอก มีกระสุนในเเม็กกาซีน 4 นัด นอกจากนี้ยังมีกระสุนปืน M16 จำนวน 130 นัด กระสุนปืนลูกซอง 5 นัด ระเบิดลูกเกลี้ยง M49 จำนวน 1 ลูก จึงควบคุมตัวไปสอบปากคำที่ สภ.กบินทร์บุรี

ล่าสุดวันที่ 9 พ.ค.64 เวลา 10.30 น. ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาไปทำเเผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ ท่ามกลางชาวบ้านนับร้อยคนที่มายืนดูโดยรอบ และมีเพื่อนผู้ต้องหาตะโกนให้กำลังใจว่า “สู้ ๆ นะ” ซึ่งตำรวจใช้เวลาทำเเผนประมาณ 15 นาที ก่อนนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงเหตุจูงใจ นายอภินันท์ กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า “รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต ผมทำไปเพื่อป้องกันตัว เพราะเขามากันเยอะมาก ไม่คิดว่าจะถึงขั้นเสียชีวิต”

เนื่องจากปัญหาทั้งหมดเกิดจากความขัดเเย้งกันในที่ทำงาน กับนายวัฒนะ เปรมศรี หรือ กรด อายุ 24 ปี หนึ่งในผู้บาดเจ็บ ซึ่งทำงานเป็นพนักงานห้างที่เดียวกัน สาเหตุที่ตัดสินใจยิงเนื่องจากถูกฝั่งคู่กรณีปรี่เข้ามาทำร้าย เเละก่อนหน้านั้นตนก็เคยโดนขู่หลายครั้งในที่ทำงานว่า “ไม่กลัวตายบ้างเหรอ”

พล.ต.ต.นันทวุฒิ สุวรรณลออ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบภูธรภาค 2 ชุดสืบภูธรจังหวัดปราจีนบุรี เเละชุดสืบ สภ.กบินทร์บุรี ได้สนธิกำลังระดมไล่ล่าผู้ต้องหา กระทั่งพบตัวขณะกำลังเดินอยู่บนถนน ในพื้นที่ ต.ดงบัง จึงเเสดงตัวเข้าจับกุม โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง สาเหตุมาจากมีเรื่องบาดหมางกับนายวัฒนะ เปรมศรี หรือ กรด อายุ 24 ปี หนึ่งในผู้บาดเจ็บ ซึ่งทำงานเป็นพนักงานห้างฯ ที่เดียวกัน โดยทะเลาะกันเรื่องการเรียงของขึ้นชั้นวาง ตั้งเเต่วันที่ 7 พ.ค.64

จากนั้นจึงนัดเคลียร์กันที่หน้าห้างฯ ในวันที่ 8 พ.ค.64 เวลา 18.00 น. ผู้ต้องหาได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดรอที่ปากทางออก และนายวัฒนะ ได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามมาทีหลัง แต่มีเพื่อนมาด้วย โดยนายวัฒนะถามว่า “เรื่องแค่นี้เคลียร์กันไม่ได้เหรอ” ผู้ต้องการตอบไปว่า “ได้ แต่ทำไมไม่บอกตั้งแต่ทีแรก”

จากนั้นนายเกียรติไกร หนึ่งในผู้เสียชีวิต ได้พยายามเข้ามาทำร้าย โดยการชกต่อยนายอภินันท์ 1 ครั้ง จึงได้ชักปืนที่ติดตัวออกมาเพื่อป้องกันตัว แต่นายเกียรติไกร บอกว่า “กล้ายิงเปล่า” นายอภินันท์เลยยิงทุกคนที่อยู่บริเวณนั้น แต่ไม่รู้ว่าถูกใครบ้าง จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเเละบาดเจ็บ จากนั้นได้วิ่งเเละเดินหลบหนี มุ่งหน้าไปหาพ่อในพื้นที่ อ.ประจันตคาม เเละได้ทิ้งโทรศัพท์มือถือระหว่างทาง โดยวางเเผนว่าจะหลบหนีต่อไปยังประเทศลาว เเต่ถูกจับได้เสียก่อน

ทั้งนี้ตำรวจได้เเจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจะนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดกบินทร์บุรีทันทีหลังจากทำเเผนเสร็จ

ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้พูดคุยกับ น.ส.วี ภรรยาของผู้ต้องหา ซึ่งมีลูกน้อยวัย 4 เดือน เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า สามีเป็นคนดี เป็นเสาหลักทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครมาก่อน เเต่ก่อนเกิดเหตุ 1 วัน ตนสังเกตเห็นความผิดปกติของสามี มีอาการเครียด นอนไม่หลับ เเละไม่เล่นกับลูกเหมือนที่เคยทำ ตนพยายามสอบถาม สามีก็ตอบเพียงว่า “มีปัญหากับคนที่ทำงานนิดหน่อย” เเต่ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไร เนื่องจากเขาเป็นคนเก็บความรู้สึก

กระทั่งวันเกิดเหตุ ช่วงเวลาประมาณ 18.30 น. สามีโทรศัพท์มาหาตนเพื่อร่ำลา กล่าวขอโทษ พร้อมเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่าพลั้งมือฆ่าคนตายไปเเล้ว หลังจากนี้คงติดคุก ให้ดูเเลลูกชาย วัย 4 เดือนดี ๆ พร้อมบอกกับตนว่าให้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไม่ต้องมาจมปลักอยู่กับเขา

เเต่ตนก็ตอบไปว่าถึงอย่างไรก็จะรอ เพราะสงสารลูก ตนไม่ได้รู้สึกโกรธสามีเเม้เเต่น้อย เพราะทราบดีว่าเขาเป็นคนอย่างไร หากไม่ถูกกดดันอย่างหนักเขาคงไม่ทำ ขณะนี้รู้สึกสงสารเขามาก หลังจากนี้ก็จะทำหน้าที่ดูเเลลูกให้ดีที่สุด รอวันสามีพ้นโทษจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันพ่อเเม่ลูกเหมือนเดิม

ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายบุญมี โสมา อายุ 57 ปี พ่อของผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ลูกชายเคยเป็นครูฝึกทหาร พลเเม่นปืน เเละเพิ่งลาออกมาทำงานได้ประมาณ 1 ปี ที่ผ่านมาตั้งเเต่เล็กจนโต ลูกชายเป็นคนดี รับผิดชอบครอบครัว ส่วนลักษณะนิสัยเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร เเละเป็นคนชอบเก็บความรู้สึก เวลามีปัญหาก็จะไม่บอกใครเลย ตนทราบข่าวเวลาประมาณ 19.00 น. มีคนโทรศัพท์มาบอกว่าลูกชายไปยิงคนตาย ก็ตกใจเป็นอย่างมาก พยายามโทรศัพท์หาลูกเเต่ไม่ติด กระทั่งมาทราบข่าวอีกทีตอนถูกตำรวจจับ

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนก็เสียใจเเต่ไม่ได้รู้สึกโกรธลูกชาย เพราะทราบดีว่าเขาไม่ใช่คนเลว การที่จะฆ่าใครต้องถูกกระทำก่อน เเต่ตนคงไม่มีเงินประกันตัว ดังนั้นก็ขอปล่อยไปเป็นกระบวนการทางกฎหมาย ส่วนเรื่องอาวุธปืน เนื่องจากเขาเคยเป็นครูฝึกทหาร ก็เคยเห็นว่ามีอาวุธปืนสั้น 1 กระบอก เเต่อาวุธสงครามต่าง ๆ ตนไม่เคยทราบมาก่อนว่าลูกชายมี เพิ่งทราบหลังจากที่ลูกชายถูกจับ

นอกจากนี้ ญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ได้เดินทางมารับศพ ที่ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ภูมิลำเนา บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

ทีมข่าวได้พูดคุยกับนางอำพร พรมจันทร์ อายุ 52 ปี เเม่ของหนึ่งในผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนเป็นเเม่ของนายเกียรติไกร พรมจันทร์ หรือ เจมส์ อายุ 26 ปี ลูกชายเป็นคนดี ขยันทำมาหากิน มีอาชีพเป็นพ่อค้าขายปลาหมึกย่างตามตลาดนัด ส่วนเรื่องลักษณะนิสัย เป็นคนเฮฮา ร่าเริง มีเพื่อนฝูงเป็นจำนวนมาก โดยเมื่อวานนี้ (8 พ.ค.64) ก่อนเกิดเหตุลูกชายออกจากบ้านไปตั้งเเต่ช่วงบ่าย ซึ่งตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะปกติเขามักจะออกไปหาเพื่อนเป็นประจำทุกวันอยู่เเล้ว

กระทั่งช่วงเวลาประมาณ 18.30 น. ทราบข่าวว่าลูกชายถูกยิงเสียชีวิต ตนเสียใจมาก “หัวอกเเม่จะสลาย ลูกชายเเม่เเค่พาเพื่อนไปเคลียร์ปัญหา เเต่ทำไม่ต้องมาตายเเบบนี้ ส่วนคำให้การของผู้ต้องหา ที่อ้างว่าถูกลูกชายเเม่ทำร้ายก่อนนั้น เเม่ก็ไม่เชื่อ ซึ่งหากเเค่เป็นการชกต่อยเเม่พออภัยได้ เเต่นี่ถึงขั้นเอาชีวิตกันเเบบนี้ เป็นใครก็ให้อภัยไม่ได้ พฤติกรรมโหดร้ายเกินไป ลูกเเม่ไม่มีอาวุธเลย ดังนั้นขอให้ผู้ก่อเหตุได้รับโทษตามกฎหมาย เพื่อความเป็นธรรมของลูกชาย”

อย่างไรก็ตาม นางอำพร ยังกล่าวอีกว่า ก่อนที่ลูกจะเสียชีวิตเคยบอกว่าอยากบวชให้ทดแทนคุณพ่อแม่ เเต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะไม่มีโอกาสได้เห็นชายผ้าเหลืองลูกอีกเเล้ว ก็ขอให้ลูกไปสบาย วันนี้มาเชิญดวงวิญญาญลูก ตนก็ได้จุดธูปบอกลูกว่า “กลับบ้านเรานะลูก”

จากนั้นครอบครัวได้นำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ วัดดงบัง ต.ดงบัง อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี พบว่ามีญาติ ๆ เเละชาวบ้านที่ทราบข่าว ได้เดินทางมาเเสดงความไว้อาลัย โดยเมื่อเวลา 17.00 น. มีพิธีรดน้ำศพ บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

นอกจากนี้ ทีมข่าวได้เดินทางไปยัง วัดราษฎร์รังษี ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เป็นสถานที่จัดพิธีศพของ นายพงศธร แคนดอก อายุ 22 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิต บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

นางฉลวย เเคนดอก อายุ 51 ปี เเม่ของผู้เสียชีวิต ยังอยู่ในอาการเสียใจ เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนยังทำใจไม่ได้ เพราะมีลูกชายคนเดียว วันนี้เป็นกำหนดวันที่ลูกชายจะเข้าวัด เพื่อหาฤกษ์บวชเเต่สุดท้ายก็มาเสียชีวิต โดยวานนี้ (8 พ.ค.64) ลูกชายขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปตั้งเเต่เวลา 17.00 น. โดยที่ไม่ได้บอกว่าจะไปไหน กระทั่งมีคนโทรศัพท์มาเเจ้งว่าลูกชายถูกยิงเสียชีวิต ตนตกใจมาก รีบเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ เห็นร่างลูกนอนอยู่ที่พื้น เเม่รับสภาพไม่ได้

สำหรับลักษณะนิสัย ลูกชายเป็นคนดี ไม่เคยทำเรื่องไม่ดี ส่วนเรื่องทะเลาะวิวาท ก็เคยมีบ้างตอนเป็นวัยรุ่น เเต่หลังจากเกณฑ์ทหารก็ไม่เคยมีพฤติกรรมเเบบนั้นอีกเลย กระทั่งมาเกิดเหตุครั้งนี้ขึ้น ซึ่งในเรื่องเหตุการณ์เเม่ไม่ทราบรายละเอียด เเต่ในส่วนของผู้ก่อเหตุ เเม่อโหสิกรรมให้ เพราะไม่อยากให้เกิดความอาฆาตแค้น วิญญาณลูกชายจะได้ไปสู่สุคติ

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *