เสี่ยสุรัตน์ปัดอุ้มฆ่าโกสนทิ้งทะเล พี่เผยตระกูลถูกฆ่า 3 ศพ คนท้องก็ไม่รอด (คลิป)

ข่าวเด่น

กรณีเพจเฟซบุ๊ก “เจ๊ม้อย vplus” โพสต์ภาพพร้อมบรรยายข้อความระบุว่า ภรรยา”ผู้สูญหาย” ได้ยินเสียงปืนจากบ้านหลังหนึ่ง หลังจากที่สามีไปดื่มเหล้าที่บ้านหลังดังกล่าว จึงไปตามถึงบ้าน แต่เจ้าของบ้านยังไม่ยอมออกมา สุดท้ายบอกว่าไม่ทราบว่าสามีไปไหนเพราะขณะนั้นกำลังนอนหลับ แต่ภรรยาผู้สูญหายสังเกตเห็นมีรอยเลือดเป็นทาง มีร่องรอยการล้างเลือดตามพื้นถนน มีรอยเลือดติดบนใบหญ้า แต่ไม่พบตัวสามี ซึ่งในวันดังกล่าวสามีได้สวมสร้อยคอทองคำและเลสข้อมือหนัก 10 บาทออกไปด้วย

ล่าสุดวันที่ 9 พ.ค.64 ทีมข่าวลงพื้นที่ไปยัง ต.ตะกรบ อ.ไซยา จ.สุราษฏร์ธานี พบกับนายคิด (นามสมมติ) อายุ 57 ปี ลูกพี่ลูกน้องของนายสุรัตน์ กล่าวว่า ปัจจุบันเป็นผู้ป่วยติดเตียง เนื่องจากเคยถูกลอบยิงเมื่อ 21 ปีก่อน ช่วงปี 2543 ปัจจุบันแม้ว่าจะผ่านจุดวิกฤตความตายมาแล้ว แต่ยังมีรอยกระสุนอยู่ที่ชายโครงด้านหลังฝั่งขวาฝังอยู่ในร่างกาย ไม่สามารถผ่าตัดออกได้ เพราะโดนอวัยวะสำคัญ หากมีการผ่าตัดก็อาจจะทำให้เสียชีวิตได้ โดยเหตุการณ์ครั้งนั้นตนขี่รถมอเตอร์ไซค์ออกจากงานศพของญาติ เมื่อขี่รถมาระหว่างทาง กลุ่มคนร้าย 2 คนสุ่มอยู่ในพงหญ้า ซึ่งตนจำได้แม่นว่าคนที่ก่อเหตุคือใคร แต่วันนั้นจนถึงวันนี้คดีก็ไม่มีความคืบหน้า ไม่สามารถจับคนร้ายได้

หลังจากที่ตนถูกลอบยิง พบว่าช่วงปี 2547 พี่ชายของนายสุรัตน์ คือ นายสุวัฒน์ ถูกลอบยิงตาย จากนั้นในช่วงปี 2548 นายสุธรรม พี่ชายนายสุรัตน์ ก็ถูกลอบยิงอีก 1 ศพ ฝั่งตรงข้ามต้องการความเป็นหนึ่ง ดังนั้นตนขอยืนยันว่าฝ่ายของตนไม่ได้มีอิทธิพล ไม่ได้มีอำนาจ หรือไม่ได้ไปทำร้ายใครก่อน

แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรสุราษฎร์ธานีในขณะนั้น ได้เรียกให้ทั้ง 2 สกุล ดื่มน้ำสาบานร่วมกัน โดยตัวแทนของ เศวตศิลป์ คือ นายสุรัตน์ และญาติ ๆ ที่ยังมีอยู่ ส่วนฝ่ายของยางอ้น คือ นายโกศล ในวันนั้นตนจำได้ว่า มีการประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และเชิญให้บุคคลสำคัญในจังหวัดมาร่วมพิธี และเป็นสักขีพยาน โดยขอให้ดื่มน้ำสาบานร่วมกันเพื่อยุติความแค้น และไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นระหว่าง 2 สกุล

แต่หลังจากที่มีการดื่มน้ำสาบานไปแล้ว ผ่านไปได้ไม่ถึง 2 ปี นายสุรัตน์ และภรรยาที่กำลังตั้งท้อง ขับรถออกไปทำธุระถูกดักยิง ทำให้ภรรยาที่กำลังตั้งท้องเสียชีวิต นายสุรัตน์ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ทั้ง ๆ จะผ่านการดื่มน้ำสาบานกันแล้ว ก็ยังมีการแย่งชิงอำนาจความเป็นที่หนึ่ง

ขณะที่ปมความแค้นในปี 2554 ที่มีการอุ้มฆ่า อาเหม๋ ส่วนตัวยอมรับว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่ขอพูดถึงรายละเอียด เพราะอาเหม๋ ก็มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับตน แต่ช่วงระยะหลังได้เปลี่ยนพรรคพวกย้ายฝั่งไปอยู่กับ นายโกศล อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวในฐานะที่รู้จักกับครอบครัวเศวตศิลป์ เป็นอย่างดี และรู้จักกับนายสุรัตน์ ยืนยันว่าครอบครัวนี้รวมถึงนายสุรัตน์ ไม่เคยมีพิษภัยกับใคร และไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เป็นคนดีชอบช่วยเหลือชาวบ้านและสังคม แต่ในทางกลับกันคือฝั่งของนางอ้น ที่ต้องการอำนาจและความเป็นหนึ่ง

ส่วนตัวในฐานะคนในครอบครัวและคนของสกุล “เศวตศิลป์” จึงอยากฝากเรื่องที่เกิดขึ้นให้สังคมได้คิด ถ้ามองว่าครอบครัวของตนเป็นครอบครัวผู้มีอิทธิพล ทำไมพี่ชาย 2 คน และภรรยา รวมถึงลูกในท้องถึงถูกยิงเสียชีวิต ดังนั้นจากเหตุการณ์ที่นำมาเปิดเผยก็คงจะทราบกันดีว่า ฝ่ายไหนเป็นผู้มีอิทธิพล หรือเป็นผู้ที่มีความแค้นสะสมมากกว่ากัน

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *