“แอนดรูว์” ขอโทษรับเครียดหลังทัวร์ลงโพสต์ฉะคนไทยเลือกวัคซีน “ฟร้อนท์-อีฟ”ดาราอยู่นอกได้ฉีดแล้ว (คลิป)

ข่าวเด่น

กระแสบินลัดฟ้าหาวัคซีนกำลังได้รับความสนใจจากคนไทยเป็นอย่างมาก บางคนก็ถึงขั้นซื้อตั๋วบินไปฉีดถึงสหรัฐอเมริกาแล้วเรียบร้อย และอีกหลายคนที่ตอนนี้อยู่ในช่วงกำลังดำเนินเรื่องอยู่นั้น

วันที่ 8 พ.ค. 64 อดีตนักแสดงยุค 90’s ที่ผันตัวไปใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกาอย่าง “ฟร้อนท์ มอนท์โกเมอรี่” ที่ตอนนี้อาศัยอยู่ในรัฐวอชิงตัน สเตท เมืองซีแอตเทิล ประเทศสหรัฐอเมริกาเพิ่งจะเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มแรกไปหมาด ๆ

ฟร้อนท์ มอนท์โกเมอรี่ อดีตนักแสดงไทย บอกว่า ก่อนที่ตนจะได้รับวัคซีนนั้น กลุ่มคนแรกที่จะได้รับคือทีมบุคลากรทางการแพทย์ ต่อมาก็จะเป็นผู้สูงอายุ แล้วเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปฉีดได้ฟรี ด้วยการติดต่อนัดหมายกับทางโรงพยาบาลหรือคลินิกใกล้บ้านที่สะดวก ซึ่งในสหรัฐอเมริกาตอนนี้มีวัคซีนอยู่ทั้งหมด 3 ประเภทคือ ไฟเซอร์ (pfizer) มีประสิทธิภาพ 85 เปอร์เซ็นต์ ผู้ฉีดต้องมีอายุ 16 ปีขึ้นไป และต้องฉีดคนละ 2 เข็ม ส่วนอีกประเภทคือ จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (johnson) มีประสิทธิภาพ 66% ผู้ฉีดต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป และฉีดเพียงแค่ 1 เข็มเท่านั้น และอีกประเภทที่ตนพร้อมสามีและลูกสาวอายุ 20 ปีไปฉีดมาในวันนี้ก็คือ โมเดอร์นา (Moderna) มีประสิทธิภาพ 94 เปอร์เซ็นต์ ผู้ฉีดต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไปและฉีดคนละ 2 เข็ม แต่ละเข็มต้องห่างกัน 28 วัน ส่วนลูกชายฝาแฝดของสามีที่ตอนนี้อายุ 15 ขวบ ก็ต้องรอให้อายุครบ 16 ปีบริบูรณ์ในเดือนพฤศจิกายนนี้ก่อน ถึงจะพาไปฉีดไฟเซอร์ได้

โดยทุกการครั้งที่มีการฉีด หมอจะแจ้งเสมอว่าอาการข้างเคียงจะเป็นอย่างไรบ้างและแต่ละคนจะมีผลข้างเคียงไม่เหมือนกัน แต่หากมีอาการข้างเคียงที่หนักผิดปกติ ก็ให้ติดต่อกลับมาได้ทันที ซึ่งสำหรับการฉีดเข็มแรกของตนนั้นรู้สึกง่วงนอนแบบไม่มีเหตุผล ทั้งที่ยังเป็นช่วงกลางวัน ส่วนของลูกสาวก็จะมีอาการปวดแขนและปวดหัว เวลาผ่านไปอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้น ไม่ได้อันตราย

ด้านอดีตนักแสดงชื่อดัง “อีฟ กมลชนก เวโรจน์” ไปใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา และได้โพสต์ภาพได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรก เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 64 ล่าสุด อีฟ เปิดใจว่า ย้ายมาอยู่อเมริกาได้ 13 ปีแล้ว ตอนแรกย้ายไปอยู่รัฐวอชิงตัน ดีซี และเพิ่งย้ายมารัฐฟลอริดาได้ 3 เดือนแล้วหลังจากเจอพิษโควิดรอบที่ผ่านมา เพราะบ้านเมืองปิดหมด ได้รับผลกระทบหนักเหมือนกัน ส่วนลูกสาวทั้ง 2 คน น้องโจซี่ ลี ลูกสาวคนแรกอายุกำลังจะ 9 ขวบ และน้องแอ็บบี้ ลี ลูกสาวคนที่ 2 อายุ 7 ขวบ สถานะหัวใจตนกำลังกำลังโสด

โดยตอนนี้สุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ฉีควัคซีนครบแล้ว อากาศที่นี่คล้ายเมืองไทย ไม่หนาวมากเหมือนตอนอยู่วอชิงตัน ดีซี เลยทำให้ออกไปวิ่งได้ เดินสวนสาธารณะได้  ส่วนเรื่องกฎการใช้หน้ากากอนามัย ในทุกรัฐของอเมริกายังบังคับใช้อยู่เหมือนเดิม แต่ฟลอริด้าเลิกประกาศภาวะฉุกเฉินแล้ว ให้ใส่หน้ากากอนามัยเฉพาะบางที่ เช่น พนักงานตามห้างร้านต่าง ๆ ยังให้ใส่หน้ากากอนามัย แต่คนที่คนที่เดินตามถนน หรือคนที่เดินเข้าร้านอาหาร ไม่ต้องสวมใส่ก็ได้ ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่นี่ก็ลดลง เพราะวัคซีนเข้าถึงค่อนข้างเร็ว รัฐบาลที่นี่ให้ประชาชนไปลงทะเบียนออนไลน์ฉีดฟรี ควบคุมได้ค่อนข้างเร็ว เท่าที่ได้คุยกับเพื่อนที่นี่ฉีดครบทุกคนเกือบ 90% โดยส่วนตัวได้รับวัคซีนเข็มแรกเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 64 แพทย์จะให้ระยะห่างกัน 3 สัปดาห์ เพื่อฉีดเข็มที่ 2 เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 64 ที่ผ่านมา ตนฉีดวัคซีนไฟเซอร์

อาการที่ฉีดครั้งแรกไม่มีอาการอะไรเลย แค่เจ็บเหมือนโดนฉีดยาปกติ ออกไปทำงานได้ แต่พอเข็มที่ 2 วันแรกไม่มีอาการ พออีกวันมีไข้ หนาวสั่นก่อนนอน ตอนตื่นมาไม่มีแรงเลย แต่ผ่านไปครึ่งวันก็หาย สุดท้าย ฝากส่งกำลังใจให้แฟนชาวไทย ขอเป็นกำลังใจให้ ทุกอย่างมีทางแก้ไข มีอะไรช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เข้าใจในเรื่องผลกระทบของทุกคน ทั้งเศรษฐกิจและเรื่องการเงิน อย่าเก็บไว้คนเดียว ขอให้ได้มีที่ปรึกษาที่ระบาย ห้สบายใจขึ้นบ้าง ให้สู้ ๆ ยังรักเป็นห่วงคนไทยเหมือนเดิม

กรณีนักแสดงหนุ่ม “แอนดรูว์ กรเศก โคร์นิน” ภายหลังที่เจ้าตัวออกมาเเสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องวัคซีนผ่านไอจีส่วนตัว ประมาณว่า “ตอนเด็กๆโดนฉีดวัคซีนมาตั้งหลายเข็ม… ฉีดตามคู่มือที่กำหนด คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก และอื่นๆอีกมากมาย ไม่เห็นจะเคยถามหมอหรือพยาบาลเลยว่า วัคซีนที่จะฉีดยี่ห้ออะไรคับ ตอนนี้จะแย่อยู่แล้ว ยังจะมาเลือกกันอยู่อีก #ขำๆนะ ไม่มาม่านะ #covid19thailand” ด้านโซเชียลก็เกิดกระเเสดราม่าขึ้นมาทันที โดยมีชาวเน็ตบางส่วนกลับไม่ขำด้วยกับรื่องราวที่โพสต์ หนำซ้ำยังแห่กันคอมเมนต์ถล่มนักแสดงหนุ่มดุเดือดในเชิงลบนั้น

ทั้งนี้ การแสดงความคิดเห็นดังกล่าวนั้นเป็นเหมือนการพูดกับตัวเอง หลังจากที่ครอบครัวของตนได้เดินทางไปฉีดวัคซีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ตนเองก็กำลังรอคิวฉีดอยู่เลย ก็เลยนึกเรื่องดังกล่าวขึ้นมาได้แค่นั้น ทั้งนี้หลังเกิดดราม่าส่วนตัวเองก็เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมน้อมรับผิดในสิ่งที่อาจจะทำให้บางคนรู้สึกไม่พอใจ พร้อมทั้งขอบคุณคนที่ยังรักและห่วงใย เข้าใจว่าชีวิตปกติมีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ

เมื่อถามต่อว่ารู้สึกอย่างไร หลังมีการเชื่อมโยงไปถึงประเด็นต่าง ๆ หลังโพสต์ไป เจ้าตัวยอมรับว่า เครียดกับสิ่งที่หลายคนโยงไป แต่เข้าใจในฐานะตยเองเป็นคนของประชาชน เลยไม่สามารถห้ามหรือปิดกั้นความคิดของใครได้ ทำได้แค่น้อมรับและทบทวนกับสิ่งที่พลาดไป เมื่อถามว่ามีคอมเมนต์ที่เกินเลยถึงขั้นด่าทอหรือพาดพิงคุณพ่อคุณแม่หรือไม่ เจ้าตัวบอกว่ามีค่อนข้างเยอะ แต่ก็ปล่อยผ่านไม่ขอตอบโต้ เช่นเดียวกับในส่วนของอินบอกซ์ก็มีเข้ามาเยอะ ถึงขั้นขู่ฆ่าและทำร้าย แต่ตนไม่ตอบกลับหรือโต้แย้ง ส่วนตัวก็ไม่ถึงขั้นที่จะฟ้องร้องหรือเอาผิด เพราะไม่ใช่นิสัยตน แต่อนาคตหากยังไม่หยุดหรือถึงขั้นคุกคามแบบกระชั้นชิดก็คงต้องออกมาปกป้องตัวเอง

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *