คดีพลิก! โจ๋ซิ่งถูกตำรวจล้อมจับรีด 2 หมื่นแค่เข้าใจผิด ปัดโอนแลกปล่อยตัว (คลิป)

ข่าวเด่น

กรณีเพจเฟซบุ๊ก “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ Kim signature” โพสต์ภาพรอยแดงช้ำบนร่างกายวัยรุ่นชายรายหนึ่ง พร้อมข้อมูลระบุ ชายรายนี้ถูกตำรวจทำร้าย ภายหลังพยายามขับรถหลบหนีเพราะไม่มีใบขับขี่ พร้อมทั้งแจ้ง 4 ข้อหา คือ พยายามฆ่า หลบหนีการจับกุม ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ และมีสารเสพติดในร่างกาย พร้อมเรียกเงินค่าปรับจำนวน 20,000 บาท แต่มีการต่อรองเหลือ 15,000 บาท ซึ่งผู้เป็นแม่ต้องไปหากู้เงินมาจ่ายแล้วนั้น

วันที่ 3 พ.ค. 64 นางน้อย (นามสมมติ) อายุ 53 ปี แม่ผู้เสียหาย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 64 เวลา 23.00 น. นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี ลูกชาย โทรศัพท์มาบอกตนว่าถูกจับอยู่ที่ สน.สายไหม ตนกับสามีจึงรีบขับรถจักรยานยนต์ไปหาลูกชาย เมื่อไปถึงด้านหลัง สน.สายไหม มีตำรวจในเครื่องแบบยืนกันอยู่หน้าห้องเกือบ 10 คน พร้อมบอกให้ตนเข้าไปในห้อง

เมื่อตนกับสามีเข้าไปพบลูกนั่งตัวสั่น มีชาย 1 ราย ใส่เสื้อยืดสีเทา เสื้อกั๊กสีดำ นั่งอยู่ด้วย ชายรายนี้ไม่ได้แนะนำตัว แต่บอกตนว่าลูกชายมีความผิด จะโดนแจ้ง 7 ข้อหา แต่ลดให้เหลือ 4 ข้อหา คือ พยายามฆ่า หลบหนีการจับกุม ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ และมีสารเสพติดในร่างกาย โดยอ้างว่าลูกชายจะขับรถพุ่งชนตัวเอง หากตายขึ้นมาจะทำอย่างไร นอกจากนี้ยังขู่ว่าลูกตนมียาเสพติด เป็นกัญชาอยู่ในกระเป๋ากางเกง

ซึ่งตอนนั้นตนไม่ได้คุยกับลูก แต่เห็นลูกกลัวมาก จึงถามชายรายหนึ่งว่าต้องทำอย่างไร อีกฝ่ายบอกว่าจะไปประกันที่ชั้นศาลหรือไม่ หากเป็นแบบนั้นก็ต้องนอนคุก และโทษก็หนัก เพราะข้อหาพยายามฆ่า ตนบอกว่าให้ช่วยหน่อย เพราะลูกชายกำลังเรียนอยู่ สามีตนจึงถามว่าจะเอาอย่างไร อีกฝ่ายพูดขึ้นมาว่าถามมาแบบนี้ค่อยไปต่อได้หน่อย พร้อมบอกว่าให้จ่ายเงินจำนวน 20,000 บาท ตนตอบไปว่าไม่มีเงินขนาดนั้น อีกฝ่ายบอกว่าขอไปถามนายก่อน และเดินออกจากห้องไปประมาณ 5 นาที บอกว่า ลดให้เหลือ 15,000 บาท

จากนั้นตนพยายามหายืม แต่หาไม่ได้ จนลูกชายโทรศัพท์ไปยืมเงินเพื่อนได้มา 13,000 บาท จึงขอโอนให้ และจ่ายเงินสดเพิ่ม
ชายรายนี้จึงจดหมายเลขบัญชีมาให้ โดยไม่บอกว่าเป็นบัญชีของใคร ก่อนที่ลูกชายตนจะโอนเงินไปให้จำนวน 13,000 บาท และตนจ่ายเพิ่ม 2,000 บาท ชายรายนี้จึงให้ลูกชายตนเซ็นเอกสารบางอย่าง ก่อนปล่อยตัวออกมา

เมื่อมาถึงบ้านในเวลา 02.00 น. ลูกชายถอดเสื้อให้ตนดู พบว่ามีแผลแดงช้ำทั้งข้างหลัง ไหล่ และแขนทั้ง 2 ข้าง โดยลูกเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขณะกำลังขับรถกลับบ้าน สังเกตเห็นตำรวจกำลังตรวจกลุ่มวัยรุ่นอยู่บริเวณสะพานคู่ สายไหม ซึ่งขณะนั้นไม่ใช่การตั้งด่าน จึงขับเลยมา เมื่อถึงทางแยกก่อนแยก คปอ. พบว่ามีตำรวจขับรถตามมา ด้วยความกลัวเพราะไม่มีใบขับขี่จึงขับรถหนี เข้าถนนสายไหม เมื่อไปถึงบริเวณซอยสายไหม 27 ตำรวจซึ่งขับรถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายมาโดนรถ และขับมาปาดหน้าจนรถล้ม ลูกชายตนที่มือยังจับคันเร่งอยู่เกิดค้าง ทำให้รถไถลวนรอบตัวเองอีกรอบ ก่อนตำรวจจะเข้ามาล็อกและทำร้าย ลูกชายพยายามยกมือไหว้ อีกฝ่ายก็ถามว่า “จะทำของใส่เหรอ” ก่อนกระทืบซ้ำหลายครั้ง

ซึ่งลูกตนยืนยันไม่ได้ขับรถชนตำรวจ และไม่มียาเสพติดในกระเป๋า แต่กลัวว่าจะถูกยัดยา จึงไม่กล้ามีปากเสียง ซึ่งตนได้ไปเปิดกล้องวงจรปิด พบว่าเป็นตามที่ลูกเล่า รู้สึกตกใจมาก คิดว่าทำเกินกว่าเหตุ หากลูกตนขับรถชนเสาไฟฟ้าตายจะทำอย่างไร และตนก็สงสัยเรื่องการแจ้งข้อหา ทั้งเรื่องพยายามฆ่าที่ลูกตนไม่ได้ทำแบบนั้นและเรื่องสารเสพติดที่ลูกตนไม่ได้เสพยา โดยเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ตรวจฉี่ แต่กลับแจ้งข้อหารวมถึงเรื่องการเรียกเงินไป 15,000 บาทเป็นเงินค่าอะไร ทำไมถึงไม่มีใบเสร็จ

จากนั้นทีมข่าวลงพื้นที่หน้าปากซอย สายไหม 27 ซึ่งจุดเกิดเหตุเป็นฟุตพาท หน้าตึกแถวร้านค้า สอบถามชาวบ้านในพื้นที่ ระบุว่าคืนเกิดเหตุได้ยินเสียงดังลักษณะมีการทำร้ายร่างกายกัน แต่ตนไม่กล้าออกมาดู คิดว่าเป็นเด็กวัยรุ่นทะเลาะกัน กระทั่งมาทราบตอนเช้าว่าตำรวจไล่จับวัยรุ่น

โดยเวลา 18.00 น. ที่ผ่านมา นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ช่วยส.ส.เขตสายไหม นำ นางน้อย(นามสมมติ) แม่ผู้เสียหาย และพี่สาวผู้เสียหาย มาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สายไหม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาภายในห้องฝ่ายป้องกันปราบปรามด้านหลังสน.

นางน้อย กล่าวว่า ตอนนี้เจรจากับตำรวจเรียบร้อยแล้ว ซึ่งอีกฝ่ายระบุว่าเห็นคลิปแล้ว ขอโทษที่ทำเกินกว่าเหตุ พร้อมสัญญาว่าจะไม่มีการกระทำแบบนี้อีกแล้ว ส่วนเรื่องเงินที่โอนนั้น ก็เป็นความเข้าใจผิด เรื่องนี้ต้องสอบถามจากทางลูกสาว เพราะตนไม่ค่อยเข้าใจ แต่การเจรจรจาในวันนี้ค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจ ตนยอมจบเรื่องไม่ได้แจ้งความ ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาคุยกับตนในวันนี้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสารวัตรฝ่ายป้องกันปราบปราม แต่ไม่ใช่ชุดจับกุมวันเกิดเหตุ

ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ช่วย ส.ส.เขตสายไหม ระบุว่า หลังรับเรื่องตนได้ประสานไปที่ ผกก. สน.สายไหม เพื่อพาผู้เสียหายไปสอบถาม ทางผู้กำกับได้สั่งการให้สารวัตรฝ่ายป้องกันปราบปราม ผู้ดูแลชุดสายตรวจเข้ามาพูดคุย เจ้าหน้าที่ตำรวจยอมรับว่ามีการจับกุมจริง และมีการใช้กำลังเล็กน้อย เนื่องจากผู้เสียหายขับรถวนหนี เพราะกลัวตำรวจจับเรื่องใบอนุญาตขับขี่ แต่ตำรวจคิดว่าอีกฝ่ายมีอาวุธหรือสิ่งผิดกฎหมาย เมื่อมาเจอได้พูดคุยก็เข้าใจกัน

ส่วนเรื่องเงิน เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่ได้รับเงิน แต่เป็นความเข้าใจผิดกัน ผู้เสียหายติดต่อญาติให้ประกันตัว มีการโอนเงินมาให้ แต่เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวออกมา เพราะไม่มีความผิดร้ายแรง เช่น เรื่องยาเสพติด ผู้เสียหายจึงโอนเงินคืนญาติ แต่พี่สาวไม่ทราบเรื่องตรงนี้ จึงร้องสื่อฯ ส่วนเรื่องยุทธวิธีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยในเรื่องดังกล่าวว่าเกินกว่าเหตุหรือไม่

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *