งานบุญเลือด! 2 แม่เฒ่าขึ้นกระเช้าสลิงขาดดับคู่ ลูกโวยสนิมเขรอะไร้ป้ายเตือน (คลิป)

ข่าวเด่น

กรณีร.ต.อ.ศุภชัย หมื่นอักษร ร้อยเวร สภ.เมืองพัทลุง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยพัทลุง เข้าตรวจสอบเหตุสายสลิงกระเช้าขึ้นเขาขาด ภายในวัดอุทัยธรรมาราม หรือวัดควนนาโหนด ริมถนนสายเอเชียฝั่งขาขึ้น ม.1 ต.นาโหนด อ.เมือง จ.พัทลุง

โดยที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบกระเช้าทำด้วยเหล็ก ลักษณะคล้ายคอก และฐานที่ยึดสายสลิงอยู่ในสภาพพังยับเยิน ภายในกระเช้าพบร่างของนางจรรยา เวสรังสี อายุ 73 ปี เสียชีวิต และนางปิ่น รัตนะอุบล อายุ 83 ปี เสียชีวิต บนฐานปูนรองรับกระเช้า ทั้งคู่เป็นพี่น้องกันเสียชีวิตในสภาพแขนขาหัก และศีรษะถูกกระแทกอย่างรุนแรง

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังเร่งลำเลียงร่างของนางตุ๊ อายุ 54 ปี นายตาเล็ก อายุ 50 ปี ที่นั่งมากับกระเช้า และนายสำเริง ผู้ควบคุมกระเช้า ซึ่งถูกสายสลิงที่ขาดฟาดเข้าใบหน้าได้รับบาดเจ็บสาหัสส่ง รพ.พัทลุง รวมผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวน 3 ราย และเสียชีวิต 2 ราย

อีกทั้งจากการสังเกตที่ตัวกระเช้าพบว่าค่อนข้างเก่า ซึ่งจากการสอบถามทราบว่า มีระยะเวลาการใช้งานมานานกว่า 20 ปี จนสนิมเกาะทั่วบริเวณตัวกระเช้า จึงทำให้สายสลิงขาดร่วงตกลงมาดังกล่าว 

นายจิตร รัตนพันธ์ อายุ 65 ปี อดีตข้าราชการเกษียณ ชาวบ้านในพื้นที่ บอกว่า ตามปกติในวันที่ 14 เม.ย.64 ของทุกปี บนควนนาโหนด ซึ่งเป็นที่ตั้งวัดอุทัยธรรมาราม จากเดิมชาวบ้านที่เป็นลูกหลานของคนในพื้นที่ ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน จะต้องกลับมาร่วมทำบุญตาหมอเทพตาหมอโล่ ซึ่งเป็นตาหมอมโนราห์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือมาชั่วลูกชั่วหลาน นอกเหนือจากมีพิธีทางศาสนาแล้ว จะมีการรำมโนราห์ถวายตามความเชื่อ เช่นเดียวกับปีนี้แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุสลดดังกล่าว

พระลูกวัดรูปหนึ่ง บอกว่า ตามปกติไม่ได้เปิดให้ชาวบ้านโดยสาร ทางวัดใช้ลำเลียงวัสดุสิ่งของเท่านั้น มีการห้ามมาตลอดไม่ให้ญาติโยมใช้ เพราะรู้ดีว่าสายสลิงไม่แข็งแรงแล้ว ในขณะที่เกิดเหตุอาตมากำลังสวดมนต์ จึงไม่มีโอกาสได้ห้าม

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ส่งร่างผู้เสียชีวิตไปพิสูจน์การเสียชีวิตที่ รพ.พัทลุง ก่อนจะอนุญาตให้ญาตินำร่าง 2 พี่น้องไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

แต่ในขณะนั้นผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตเห็นว่า มีชาวบ้านได้ใช้กระเช้าดังกล่าวขึ้นไปก่อนหน้านี้ และไม่มีปัญหาอะไร จึงคิดว่าน่าจะใช้ได้ อีกทั้งบริเวณนั้นไม่มีแผ่นป้ายติดประกาศบอกว่าห้ามขึ้นกระเช้า ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตที่เป็นคนนอกพื้นที่จึงได้ขึ้นไป กระทั่งเกิดเหตุดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ตนก็รู้สึกเสียใจ แต่ก็ไม่โทษใคร เพียงแต่อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือบุคคลที่ดูแลในส่วนของเรื่องกระเช้าเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวในเรื่องค่าชดเชยและเงินเยียวยาบ้าง จึงอยากฝากเตือนให้ทุกคนดูเคสนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจ ควรจะระวังจะได้ไม่ต้องเกิดเหตุการณ์สูญเสียเช่นนี้ซ้ำอีก

Facebook Comments Box

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *